วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2563

มีวันนี้เพราะพี่ให้!ฮาแลนด์เผยสิ่งสำคัญที่โซลชาสอนตน

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ดอร์ทมุนด์ ระบุ สมัยอยู่ที่ โมลด์ นั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มักจะสอนให้ตนใจเย็นๆ และตื่นตัวอยู่เสมอ พร้อมกับให้เครดิต โซลชา ที่ช่วยทำให้ตนเล่นได้ดีเหมือนอย่างในทุกวันนี้

       เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะสอนให้ตนใจเย็นๆ และพร้อมเล่นอยู่เสมอ ในตอนที่ทั้งคู่ยังร่วมงานกันที่ โมลด์

       ฮาแลนด์ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะดาวโรจน์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ หลังจากช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2019-20 เขาสามารถทำประตูกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ได้ถึง 28 ลูก จากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการ และพอย้ายมาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบสอง ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาก็ยังสานต่อฟอร์มอันสุดยอดได้ด้วยการทำไป 12 ประตู จากการลงสนามในทุกรายการ 11 นัด

       ที่จริงก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ นั้น ฮาแลนด์ มีข่าวกับแ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนัก หลังจากที่ "ปีศาจแดง" ต้องการตัวจบสกอร์ชั้นยอด แถมช่วงนั้นยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 ที่จะได้แข้งชาวนอร์เวย์ด้วย เพราะเขาสนิทกับ โซลชา สุดๆ

       แข้งวัย 19 ปี เผยกับ ยูโรสปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังว่า "ก่อนถึงเกมนั้น (หมายถึงเกมลีกของ นอร์เวย์ ที่ โมลด์ บุกไปชนะ บรันน์ 4-0 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2018 โดยวันนั้น ฮาแลนด์ ทำได้ถึง 4 ประตู ในช่วง 21 นาทีแรก) โซลชา กับผมซ้อมเรื่องการจบสกอร์กัน ไม่ใช่แค่การทำประตูจากลูกครอสเท่านั้น ผมจำได้ว่าเขาสอนกฎที่ง่ายๆ ให้กับผม เขาสอนเรื่องอย่างนั้นกับผมในช่วงไม่กี่วันก่อนถึงเกมนั้น และเขาบอกให้ผมเล่นแบบใจเย็นๆ อยู่หลายครั้ง, ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะเล่นเมื่อบอลมาถึง ตอนนั้นคือช่วงที่คุณจะมีโอกาสทำประตู เขาสมควรได้รับเครดิตอย่างมากที่สอนผมเกี่ยวกับเรื่องนั้น"

       "ผมจำได้ว่าตอนนั้นที่ผมยังอายุน้อยๆ น่ะ ผมขี้หงุดหงิดมากๆ ทุกอย่างมันไม่เป็นใจกับผมในการซ้อมเลย ผมต้องซ้อมกับผู้รักษาประตูและคานโดยที่มี โอเล่ กุนนาร์ โยนบอลเข้ามาให้ แต่ผมก็ยิงพลาดทุกชอต อย่างไรก็ตาม ผมก็จำได้ว่าหลังจากนั้น โอเล่ บอกกับผมว่า -ฉันคิดว่านายจะได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ-"

ไม่คิดว่าเป็นนักเตะ!คล็อปป์เผยความรู้สึกตอนเห็นมาเน่ครั้งแรก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ ตอนแรกที่เห็น ซาดิโอ มาเน่ ตนรู้สึกไม่ถูกใจมากๆ โดยคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเหมือนแร็พเปอร์หน้าใหม่ พร้อมรับ ตนคิดผิดอย่างมากที่เคยมองว่า มาเน่ ไม่น่าจะเป็นนักเตะที่ดี
       เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าตนรู้สึกไม่ดีกับ ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของทีม ในตอนแรกที่ได้เจอกับเจ้าตัวเมื่อหลายปีก่อน

       คล็อปป์ ให้ความสนใจในตัว มาเน่ ตั้งแต่ตอนที่ดาวเตะชาวเซเนกัลอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก่อนที่เขาจะได้ร่วมงานกับแข้งวัย 27 ปีในตอนที่มากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล ซึ่ง มาเน่ ก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมไปแล้ว โดยซีซั่นนี้เขาทำไป 18 ประตู กับอีก 12 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 38 นัดในทุกรายการ จนหลายคนมองว่าเขามีความสำคัญกับทีมมากกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ด้วยซ้ำ

       คล็อปป์ เผยในตอนที่เป็นแขกรับเชิญในสารคดีชีวิตของ มาเน่ ว่า "ผมจำวันที่ได้เจอกับ ซาดิโอ เป็นครั้งแรกได้ดี มันเกิดขึ้นตอนผมอยูกับ ดอร์ทมุนด์ ตอนนั้นเขาเป็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่เฉยๆ, สวมหมวกเบสบอลแบบเฉียงๆ ส่วนตรงผมก็มีแถบสีบลอนด์แบบเดียวกับที่เขายังไว้อยู่ในทุกวันนี้นี่แหละ"

       "ตอนนั้นเขาดูเหมือนแร็พเปอร์ที่เพิ่งเข้าสู่วงการเพลงชัดๆ ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมคิดกับตัวเองว่า -ฉันไม่มีเวลามายุ่งกับคนแบบนี้หรอก- ตอนนั้นทีมของเราไม่ได้มีสภาพแย่มากเท่าไหร่ และผมต้องการนักเตะที่ไม่มีปัญหาอะไรกับการที่จะไม่ได้เป็นตัวจริงให้ทีมของผมในช่วงแรกๆ ที่ย้ายมาอยู่กับทีม ผมอยากได้คนที่ผมจะสามารถใช้เวลาพัฒนาเขาไปเรื่อยๆ ได้"

       "ที่จริงต้องบอกเลยว่าผมค่อนข้างเป็นคนที่อ่านคนขาดน่ะนะ (หมายถึงแค่มองครั้งแรกก็รู้ว่าคนๆ นั้นมีนิสัยยังไง, เป็นคนยังไง หรือจะมีอนาคตแบบไหน) แต่กรณีนี้ผมผิดมหันต์! หลังจากนั้นผมก็ตามดูเส้นทางการค้าแข้งของเขา และเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่ ซัลซ์บวร์ก แถมยังทำได้ดีกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วย"

       "มันเป็นเรื่องเยี่ยมมากๆ (ที่ มาเน่ ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล) ซาดิโอ อยากร่วมงานกับผมมากพอๆ กับที่ผมอยากร่วมงานกับเขา ดังนั้นมันเลยเป็นสถานการณ์ที่ดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย"

อดีตเศร้า!มาเน่เผยแรงบันดาลใจสร้างโรงพยาบาลที่บ้านเกิด

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล เปิดอก หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สร้างโรงพยาบาลที่บ้านเกิดเป็นเพราะคนในครอบครัวของตนได้รับผลกระทบจากการไร้โรงหมออย่างมาก โดยคุณพ่อของเขาเคยถึงขั้นจำเป็นต้องถูกพาไปยังหมู่บ้านข้างๆ เพื่อที่จะไปรับการรักษาที่นั่น ก่อนที่จะสิ้นใจลง พร้อมบอกว่าตนอยากมอบความหวังให้กับคนอื่นๆ บ้าง

       ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัลของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าหนึ่งในสาเหตุที่ตนเลือกสร้างโรงพยาบาลให้กับหมู่บ้านบัมบาลี่ บ้านเกิดของตัวเองนั้น เป็นเพราะสมัยก่อนคนในครอบครัวของตนได้รับผลกระทบจากการที่ในหมู่บ้านมันไม่มีโรงพยาบาลแม้แต่แห่งเดียว ทั้งการที่บิดาของเขาเสียชีวิต และการที่พี่สาวของเขาต้องทำคลอดที่บ้าน

       มาเน่ ได้รับคำชมจากหลายฝ่าย ภายหลังจากที่เขาช่วยออกเงินสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับบ้านเกิดของเขา โดยนอกจากโรงพยาบาลแล้วนั้น เจ้าตัวยังมีส่วนช่วยในการสร้างโรงเรียน, มัสยิด และสนามกีฬาด้วย
   
       แข้งวัย 27 ปี กล่าวผ่านสารคดีชีวิตของตัวเองว่า "ตอนนั้นผมอายุเพียง 7 ขวบ เรากำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ แล้วจู่ๆ ลูกพี่ลูกน้องของผมก็ตรงมาหาผมพร้อมกับพูดว่า -ซาดิโอ คุณพ่อของนายเสียชีวิตแล้ว- พอได้ยินอย่างนั้นผมก็ตอบกลับไปว่า -จริงอ่ะ ? เขาล้อเล่นแน่ๆ- ตอนนั้นผมไม่เชื่อเรื่องนั้นเลย"

       "ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตท่านมีอาการป่วยอยู่หลายสัปดาห์ เราหายาของท้องถิ่นมาให้ท่านกิน และมันก็ทำให้ท่านมีอาการนิ่งๆ อยู่ได้ 3 หรือ 4 เดือน หลังจากนั้นท่านก็กลับมาป่วยอีกครั้ง แต่หนนี้ยามันไม่ได้ผลแล้ว และตอนนั้นในหมู่บ้านบัมบาลี่ มันก็ไม่มีโรงพยาบาลเลย ดังนั้นพวกเขาเลยต้องพาท่านไปที่หมู่บ้านข้างๆ เพื่อดูว่าแพทย์ของที่นั่นจะช่วยชีวิตท่านได้รึเปล่า แต่สุดท้ายท่านก็เสียชีวิต"

       "สมัยที่ผมยังเป็นเด็กน่ะ คุณพ่อของผมท่านมักจะพูดอยู่เสมอว่าท่านภูมิใจในตัวผมมากๆ ท่านเป็นสุภาพบุรุษ และเป็นคนที่ใจกว้างมากๆ การเสียชีวิตของท่านมันมีผลกระทบกับผมและคนอื่นๆ ในครอบครัวของผมอย่างมาก ผมบอกกับตัวเองเลยว่า -ตอนนี้ฉันต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อช่วยแม่ของฉัน- มันเป็นสิ่งที่รับมือได้ยากมากๆ ในตอนที่คุณยังเป็นเด็กอยู่"

       "ผมจำได้ด้วยว่าพี่สาวของผมก็ต้องคลอดลูกที่บ้าน เพราะว่าในหมู่บ้านขอเรามันไม่มีโรงพยาบาลเลย มันเป็นสถานการณ์ที่น่าเศร้าสำหรับทุกคน ผมเลยอยากสร้างโรงพยาบาลขึ้นมาสักแห่งเพื่อทำให้ผู้คนมีความหวังกัน"

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563

สาวไส้!แฉเอกสารฟ้องรัสเซีย-กาตาร์ติดสินบนแลกจัดบอลโลก

มาร์ติน ซีคเลอร์ บรรณาธิการข่าวกีฬาของ เดอะ ไทม์ส สื่อในประเทศอังกฤษ เปิดเผยเอกสารฟ้องร้องของสหรัฐอเมริกาที่บอกว่า รัสเซีย กับ กาตาร์ ติดสินบนเพื่อแลกกับการได้จัด ฟุตบอลโลก โดยรายของ กาตาร์ มีการจ่ายเงินให้อดีตบิ๊กของสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลเลย

       มาร์ติน ซีคเลอร์ บรรณาธิการข่าวกีฬาของ เดอะ ไทม์ส สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ เปิดเผยเอกสารการฟ้องร้องจากหน่วยงานของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่าคนใหญ่คนโตของวงการฟุตบอลรับสินบนเพื่อโหวตให้ รัสเซีย กับ กาตาร์ เป็นเจ้าภาพศึก ฟุตบอลโลก 2018 กับ 2022 ตามลำดับ

       สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศว่า รัสเซีย กับ กาตาร์ ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 กับ 2022 ตามลำดับ ในวันที่ 2 ธันวาคม ปี 2010 หลังจากที่ทั้ง 2 ชาติได้รับเสียงส่วนใหญ่ในการโหวต โดยของ รัสเซีย ได้คะแนนในรอบสุดท้ายไป 13 คะแนน เอาชนะการยื่นขอเป็นเจ้าภาพร่วมกันระหว่าง โปรตุเกส กับ สเปน กับการขอเป็นเจ้าภาพร่วมกันระหว่าง เบลเยียม กับ ฮอลแลนด์ ไปได้ ส่วน กาตาร์ ได้สิทธิ์จากการชนะ สหรัฐอเมริกา ไป 6 แต้ม

       ทั้งนี้ ทันทีที่มีการประกาศว่า 2 ชาตินั้นได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก มันก็มีข่าวลือออกมาทันทีว่ามันมีการจ่ายสินบนเพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศได้จัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่ โดยถึงแม้การแข่งที่ รัสเซีย จะจบลงไปแล้ว แต่ประเด็นดังกล่าวก็ยังถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

       กระทั่งล่าสุด มันก็มีการแฉเอกสารฟ้องร้องว่า รัสเซีย จ่ายเงินเสินบนให้ แจ็ค เวอร์เนอร์ อดีตรองประธาน ฟีฟ่า และอดีตประธานสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ, อเมริกากลาง และแคร์ริบเบียน (คอนคาเคฟ) เป็นจำนวนรวมราว 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 160 ล้านบาท) โดยที่ชายชาวตรินิแดด แอนด์ โตเบโก รายนี้ได้รับเงินในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน ปี 2010 ถึงเมษายน ปี 2011
ขณะที่คนที่รับสินบนจาก กาตาร์ นั้น มีอย่างเช่น ริคาร์โด้ เตเซยร่า อดีตประธานสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล (ซีบีเอฟ) และ นิโกล่าส์ เลออซ อดีตประธานสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมโบล) อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า กาตาร์ ให้เงินพวกเขาเป็นจำนวนเท่าไหร่

ช่วยพนักงานของทีม!เจอร์ราร์ด-เรนเจอร์สยอมรับค่าเหนื่อยน้อยลง

เรนเจอร์ส บอกเอง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือของทีม, นักเตะ, สตาฟฟ์ และผู้บริหารของพวกเขา ต่างก็ยินดีรับค่าเหนื่อยน้อยลงชั่วคราวในช่วง 3 เดือนนี้ โดย เจอร์ราร์ด ระบุ ไม่ลังเลกับเรื่องนี้เลย

       เรนเจอร์ส สโมสรดังของศึก สกอตติช พรีเมียร์ชิพ เปิดเผยว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมของพวกเขา รวมถึงนักเตะ, สตาฟฟ์คนอื่นๆ ในทีมชุดใหญ่ และผู้บริหารของทีม สมัครใจที่จะรับค่าเหนื่อยในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้น้อยกว่าปกติไปก่อน เพื่อเอาเงินเหล่านั้นไปช่วยจ่ายให้พนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านฟุตบอลของทีม

       ตอนนี้ลีกของสกอต์แลนด์ยังไม่มีการกำหนดว่าจะกลับมาเล่นกันเมื่อไหร่ หลังจากที่พักการแข่งขันตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งการที่ไม่มีโปรแกรมลงเล่นมันก็ส่งผลกับรายได้ของสโมสร และของพนักงานต่างๆ ตามไปด้วย

       สำหรับค่าแรงส่วนที่ถูกหักในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้นั้น เรนเจอร์ส จะเอาไปสมทบกับค่าเหนื่อยในภายหลังแทน ยกตัวอย่างเช่นถ้าปกตินักเตะ เรนเจอร์ส ได้รับค่าเหนื่อยเดือนละ 10,000 ปอนด์ (ประมาณ 400,000 บาท) แล้วนั้น พวกเขาก็จะได้รับค่าเหนื่อยหลังผ่าน 3 เดือนนี้ไปแล้วเกิน 10,000 ปอนด์ต่อเดือน

       ด้าน เจอร์ราร์ด กล่าวว่าตนตัดสินใจรับมาตรการนี้แบบไม่ลังเลเลย "บรรดานักเตะและสตาฟฟ์ต่างก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ดี และความรับผิดชอบของแต่ละคน ด้วยการเต็มใจที่จะยอมรับค่าเหนื่อยน้อยลงไปก่อน ผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งคิดเลยว่าควรจะทำดีรึเปล่าร และเป็นเรื่องที่ถูกต้องด้วย"

      "ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการแสดงให้เห็นว่าคุณเคารพทุกคนของสโมสร ไม่ว่าพวกเขาจะมีหน้าที่อะไรก็ตาม และผมก็คิดว่าการที่เราทำอย่างนี้มันสื่อให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเรา ผมภูมิใจกับความพยายามและการสนับสนุนของทุกคนที่สโมสรมากๆ ผมคิดว่าทุกคนอยากทำแบบนี้ด้วยความเต็มใจและเป็นเอกฉันท์"

วาน-บิสซาก้าเผยใครเป็นคู่แข่งที่รับมือได้ยากมากที่สุด

อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวา แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ คู่แข่งที่ตนรับมือได้ยากมากที่สุดคือ ราฮีม สเตอร์ลิง แต่ตนก็สนุกในการดวลกับ สเตอร์ลิง เช่นกัน เพราะอีกฝ่ายยังพยายามที่จะลากบอลผ่านตนให้ได้อย่างต่อเนื่อง

       อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนดังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นคู่แข่งที่ทำให้ตนเจองานยากที่สุด และสนุกที่สุดไปพร้อมๆ กัน

       วาน-บิสซาก้า ทำผลงานได้โดดเด่นกับ "ปีศาจแดง" อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก คริสตัล พาเลซ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน โดยเฉพาะในด้านเกมรับที่เขาตัดเกมของคู่แข่งได้หลายต่อหลายคน แถมเจ้าตัวยังเคยทำให้ สเตอร์ลิง แทบเล่นไม่ออกในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ ฉบับเกมลีกของทั้ง 2 นัดในฤดูกาลนี้ด้วย

       ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโอกาสให้แฟนบอลส่งคำถามมาถาม วาน-บิสซาก้า ได้ ในช่วงที่ไม่มีโปรแกรมลงเล่น โดยมีคนหนึ่งถามว่าใครคือคู่แข่งที่เขารับมือได้ยากมากที่สุด ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า "ผมคงจะตอบว่า ราฮีม สเตอร์ลิง การดวลกับเขาเป็นการดวลที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกมากที่สุด เขาเดินหน้าเข้ามาท้าชนกับคุณเรื่อยๆ มันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะลากบอลผ่านคุณในการดวล 1 ครั้งได้รึเปล่า เพราะเขาจะคอยกลับมาท้าชนกับคุณมากขึ้นทุกๆ ครั้ง"

      "เรื่องแบบนั้นเป็นเรื่องที่ผมชอบ ผมพอใจกับฟอร์มของตัวเองในเกมดาร์บี้แมตช์ทั้ง 2 นัดที่เล่นในลีก และผลการแข่งขันที่เราได้ทั้งใน 2 เกมนั้นก็เป็นผลการแข่งขันที่เราต้องการ นัดสองของผมมันเกิดขึ้นก่อนที่จะมีมาตรการล็อกดาวน์เกิดขึ้น และมันก็เป็นช่วงบ่ายที่ยอดเยี่ยม เราเตรียมความพร้อมมาดีสำหรับเกมนั้น และเราก็แสดงให้เห็นกันได้แบบทั้งทีมว่าเราเตรียมพร้อมมาดีสุดๆ"

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563

เชลซียิ้ม!แฉเหตุผลเดียว "ซานโช่" ปัดซบแมนยู

สื่อผู้ดีตีข่าว เจดอน ซานโซ่ ปีกทีมชาติอังกฤษ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมปฎิเสธย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากพวกเขาไม่ได้ตั๋วไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า

       เจดอน ซานโช่ ปีกเนื้อหอมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรแกร่งแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี พร้อมปัดย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าหากทัพ "ปีศาจแดง" ไม่ไดสิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า จากการเปิดเผยของ "เดอะ ซัน" สื่อดังในอังกฤษ

       มีรายงานอย่างต่อเนื่องว่า ดาวเตะเลือดผู้ดี วัย 20 ปี มีความเป็นไปได้สูงที่จะโบกมือลา "เสือเหลือง" ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับต้นสังกัดด้วยการตะบันไปถึง 17 ประตู และ 19 แอสซิสต์ และงานนี้เจ้าตัวอยากจะกลับไปเล่นในลีกบ้านเกิดอย่างมาก

       สำหรับสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่มีโอกาสได้ตัวนักเตะไปร่วมทีมนั่นก็คือ แมนฯ ยูฯ กับ เชลซี อย่างไรก็ตาม "เร้ด เดวิลส์" อาจจะเสียเปรียบ "สิงโตน้ำเงินคราม" เนื่องจาก ซานโช่ ต้องการที่จะเล่นในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก และนี่คือปัจจัยสำคัญในการเลือกทีมต่อไปที่เขาจะไปอยู่ด้วย

       ทั้งนี้ เชลซี รั้งอยู่อันดับ 4 แต่กระนั้นทีมอันดับ 5 ซึ่งปัจจุบันคือ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะได้ตั๋วไปลุยถ้วยใบโตยุโรป แทนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งโดนสหัพนธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) สั่งแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับเกมฟุตบอลถ้วยยุโรป 2 ซีซั่น จากข้อกล่าวหาปลอมแปลงรายรับในบัญชีเพื่อเลี่ยงการทำผิดการละเมิดกฎควบคุมการเงินของ ยูฟ่า