วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

"เป๊ป" ชี้แมนซิตี้ต้องยกระดับความคมแม้สอยนิ่มกลัดบัค

 


เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ "เรือใบสีฟ้า" ต้องจบสกอร์ให้คมกว่านี้ แม้บุกสอย โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แบบสบายๆ 2-0 พร้อมระบุทีมตนไม่ใช่เต็งหนึ่งซิวถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า ทีมตนจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องความเด็ดขาดในการจบสกอร์ ถึงแม้เป็นฝ่ายได้ชัยชนะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่บุกไปพิชิต โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-0 เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูจาก แบร์นาโด้ ซิลวา นาทีที่ 29 และ กาเบรียล เชซุส นาทีที่ 65 ทำให้พวกเขาถือความได้เปรียบมหาศาล ก่อนกลับมาเตะเกมเลกสองในรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม วันอังคารที่ 16 มีนาคม กระนั้น กวาร์ดิโอล่า ยังไม่ค่อยพอใจกับการจบสกอร์ของทีม

     "โดยรวมถือเป็นเกมที่ดี เราคอนโทรลเกมได้ แต่น่าเสียดายที่เราไม่นิ่งพอยามอยู่หน้าประตูคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู ซึ่งจุดนี้เราจำเป็นต้องปรับปรุง เกมเลกแรกมันเป็นอะไรที่ยากอยู่แล้ว ดังนั้นเกมรุกจำเป็นต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ คุณจำเป็นต้องเล่นให้สมบูรณ์แบบ เพื่อที่จะเข้ารอบต่อไป" ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 50 ปี เปิดใจหลังเกม

      พร้อมกันนั้น กวาร์ดิโอล่า ได้ยกให้ทีมแชมป์เก่าอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสมากกว่า แมนฯ ซิตี้ ในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ "เมื่อผมได้ดูการเล่นของ บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวาน (บุกต้อน ลาซิโอ 4-1) ผมไม่คิดแบบนั้นนะ (เรื่องที่ แมนฯ ซิตี้ ถูกยกเป็นเต็งแชมป์) แต่ถ้าผู้คนอยากจะบอกว่าเราเป็นทีมเต็ง เราก็พร้อมรับ"

"มูรินโญ่" ชมอัลลีฟอร์มแจ่มเกมสเปอร์สยำโวล์ฟสแบร์เกอร์

 


โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ระบุ เดเล่ อัลลี มิดฟิลด์เลือดผู้ดี เล่นได้น่าประทับใจในเกมเปิดบ้านถลุง โวล์ฟสแบร์เกอร์ 4-0 พร้อมย้่ำยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทัพ "ไก่เดือยทอง"

      โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวชื่นชม เดเล่ อัลลี กองกลางดาวดังชาวอังกฤษว่า เล่นได้ดีมากๆ ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" เปิดบ้านถล่ม โวล์ฟสแบร์เกอร์ สโมสรดังจากออสเตรีย 4-0 เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     อัลลี จักรยานอากาศทำประตูสุดสวยให้ สเปอร์ส ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 10 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นก็มาได้อีกสามประตูจาก คาร์ลอส วินิซิอุส นาทีที่ 50, แกเร็ธ เบล นาทีที่ 73 และ วินิซิอุส อีกลูกในนาทีที่ 83 ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์รวมสองนัด 8-1

     "เรื่องประตูที่เขาทำได้ ผมไม่อยากจะพูดถึง เพราะทุกคนทั่วโลกคงได้เห็นกันแล้ว" ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสวัย 58 ปี เปิดใจหลังเกม "สำหรับผมแล้ว นอกเหนือจากประตูที่เขาทำได้ วันนี้เขาเล่นได้ดีมาก คุณเห็นว่า เขาไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ที่เราต้องลงเล่นทุกๆ สามวัน เขามีความสำคัญมาก เช่นเดียวกับ (แฮร์รี่) วิงส์ และ (มุสซ่า) ซิสโซโก้ เราต้องการพวกเขาทั้งหมด"

      สำหรับฤดูกาลนี้ อัลลี ซึ่งมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างหนักในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพิ่งลงเล่นให้ สเปอร์ส รวมทุกรายการ 17 นัด ทำได้ 3 ประตู

ป๋าเผยเหตุสตั๊ดบินทำเบ็คส์วิ่งปรี่เอาเรื่อง

 


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ตำนานผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยถึงเหตุการณ์สตั๊ดเหินหาวจนทำให้ เดวิด เบ็คแฮม คิ้วแตก และกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจโบกมือลา "ผีแดง" ทีมรัก เพื่อไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด

     เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยช่วงเวลาที่ตนกับ เดวิด เบ็คแฮม ทะเลาะกันอย่างรุนแรงในห้องแต่งตัว โดยตอนนั้น "หนุ่มเบ็คส์" พยายามวิ่งปรี่จะเข้ามาเอาเรื่องตนเลยทีเดียว

     ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ ปลุกปั้นกลุ่มเด็กดาวรุ่งในชื่อ "คลาส ออฟ 92" จนประสบความสำเร็จมากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ เบ็คแฮม ซึ่งเป็นนักเตะที่โดดเด่นทั้งในและนอกสนาม จนทำให้บางครั้งเขามักจะทำตัวไม่เหมาะสม

     ย้อนไปเมื่อปี 2003 เบ็คแฮม มีข่าวว่าได้รับความสนใจจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยยอดทีมแห่งถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้องการนำ "หนุ่มเบ็คส์" มาร่วมทัพ โดยในเวลานั้น "ท่านเซอร์" ไม่พอใจอย่างมาก เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของ ดาวเตะจอมปั่นฟรีคิกชาวอังกฤษ และทำให้ทีมต้องแพ้ อาร์เซน่อล 0-2 ในศึกเอฟเอ คัพ

     เหตุการณ์ตึงเครื่องระหว่างทั้งสองคนยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อมีข่าวว่า เฟอร์กูสัน เตะรองเท้าสตั๊ดใส่หน้า เบ็คแฮม จนคิ้วแตก และนั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายระหว่างพวกเขา เพราะจากนั้นไม่นานนักเตะก็ย้ายไปอยู่กับทัพ "โลส บลังโกส"

     "เซอร์เฟอร์กี้" ย้อนอดีตเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัวของ "ผีแดง" ผ่านหนังสืออัตชีวิประวัติของเขาว่า "ในซีซั่นสุดท้ายของเขากับเรา เรารู้ว่าความทุ่มเทของ เดวิด ลงลด และเราได้ยินข่าวลือมากมายระหว่าง เรอัล มาดริด กับ เดวิด"

     "ปัญหาสำคัญก็คือเขาเริ่มขาดความเคารพ เขาอยู่ห่างจากผม 12 ฟุต โดยระหว่างเรามีรองเท้าขวางอยู่ เดวิดสบถคำหยาบออกมา ผมก็เลยขยับตัวไปหาเขา และพอได้ระยะผมก็เตะรองเท้าสตั๊ดใส่เขา รองเท้ามันพุ่งใส่ที่บริเวิณเหนือตาของเขา"

     "แน่นอนว่าเขาตรงปรี่เข้ามาหาผม และมีนักเตะหลายคนห้ามเขาเอาไว้ ในวันต่อมาเรื่องราวพวกนี้ก็ปรากฎในหนังสือพิมพ์ สื่อบางรายบอกว่านี้คือบทลงโทษที่เลวร้ายด้วยรองเท้าสตั๊ด หลังจากนั้นผมก็บอกกับบอร์ดบริหารว่า เดวิด คงต้องไป"

     "บอร์ดบริหารที่รู้จักผมรู้ถึงความหมายที่ผมได้ส่งออกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มคิดว่าเขาใหญ่กว่าผู้จัดการทีม เขาจะต้องย้ายออกไป" บรมกุนซือเลือดวิสกี้ ผู้นำ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย ระบุ

ซูเปอร์คอมทำลายลิเวอร์พูลหลุดท็อปโฟร์

 


ลิเวอร์พูล คงต้องอกสั่นขวัญหายอีกครั้งเมื่อซูเปอร์คอมทำการทำนายอันดับหลังจบฤดูกาลนี้ โดย "เดอะ เร้ดส์" จบในอันดับ 5 และทำให้พวกเขาต้องหล่นไปเล่นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ขณะที่แชมป์เป็นของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้

     แฟนบอลลิเวอร์พูล คงไม่ปลื้มเมื่อมีการคาดการณ์ว่า "หงส์แดง" หลุดตำแหน่งท็อปโฟร์ ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาล 2020/2021 จากการคำนวยของซูเปอร์คอม

     สถานการณ์ในปัจจุบันของ "เดอะ เร้ดส์" ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อพวกเขารั้งอันดับ 6 โดยแพ้ในเกมลีก 4 แมตช์ติดต่อกัน พร้อมกับเสียไปถึง 10 ประตู โดยในเวลานี้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" ถึง 19 คะแนน และเป็นรอง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 อยู่ 5 แต้ม

     จากการคำนวนของซูเปอร์คอมระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ จะจบฤดูกาลในอันดับ 5 ส่งผลให้พวกเขาต้องไปเล่นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นหน้า หากพวกเขาไม่สามารถที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ได้

     ขณะที่ทีมอันดับ 4 คาดว่าน่าจะเป็น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียนแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด โดยในเวลานี้ทีมยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นตลอด 8 เกมในทุกรายการ

     ส่วนแชมป์ยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทำผลงานสุดน่าเหลือเชื่อด้วยการเก็บชัยชนะ 19 แมตช์ติดต่อกันในทุกรายการ ที่สำคัญ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีลุ้นแชมป์อีก 3 รายการได้แก่ เอฟเอ คัพ (รอบ 8 ทีมสุดท้าย), คาราบาว คัพ (รอบชิงชนะเลิศ) และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย)

     ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าซีซั่นที่ผ่านมา โดยพวกเขาจะจบอันดับ 2 ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าอันดับ 3 ส่งผลให้พวกเขาได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปอีกครั้ง ขณะที่ เวสต์แฮม ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 4 แต่สุดท้ายจะจบในอันดับ 6 โดยเหนือกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เอฟเวอร์ตัน และ แอสตัน วิลล่า

     สำหรับสโมสรที่ต้องโบกมือลาลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ก็หนีไม่พ้นจากที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้ตั้งแต่แรก นั่นก็คือ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่จะได้อันดับบ๊วยในตารางลีก


อินเตอร์งานงอก5ทีมงานติดโควิด-19

 


อินเตอร์ มิลาน งานงอกซะแล้วหลังมีการตรวจพบว่า 4 ผู้บริหาร และ 1 ทีมสตาฟฟ์ทัพ "งูใหญ่" ติดเชื้อไวรัสมรณะ โดยงานนี้ทั้งทีมงานโค้ชและนักเตะต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตราการความปลอดภัยด้านสุขภาพ และรอที่จะเข้ารับการตรวจร่างกาย

     อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สโมสรว่าตอนนี้กำลังจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลัง 4 ผู้บริหารกับ 1 สมาชิกในทีมสตาฟฟ์ของทัพ "เนรัซซูรี่" มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสมรณะ

     สำหรับทีมสตาฟฟ์ 5 รายที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ อเลสซานโดร อันโตเนลล่า และ จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า สองผู้อำนวยการบริหาร, ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬา และ อันเจโล่ คาเปลลินี่ นักกีฬาประจำสโมสร รวมทั้งสมาชิกในทีมสตาฟฟ์เทคนิคอีก 1 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เข้ารับการกักตัวแล้ว

     แถลงการณ์จาก อินเตอร์ มิลาน ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งจ่าฝูงลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนี และมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2009/10 ระบุว่า "ทีมสตาฟฟ์โค้ชทุกคน และนักเตะในทีมต้องทำการกักตัวตามมาตรการป้องกันเรื่องสุขภาพ"

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ซีดานลั่นเรอัลมาดริดหวังบุกโค่นอตาลันต้า

 


ทีมพิการไม่ใช่ปัญหา... ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ประกาศชัด ชัยชนะเท่านั้นที่ต้องการ สำหรับเกมบุกไปเยือน อตาลันต้า วันพุธนี้ พร้อมอวยคู่แข่งเป็นทีมที่อันตรายสุดๆ โดยเฉพาะเกมรุก

     ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชคนดังของ เรอัล มาดริด ยืนยันว่า ทีมตนแม้ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายราย แต่ยังคงมีเป้าหมายอยู่ที่ชัยชนะ สำหรับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ที่ทัพ "ราชันชุดขาว" มีคิวบุกไปเยือน อตาลันต้า สโมสรแกร่งในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์นี้

     เรอัล มาดริด บุกไปเยือนแบร์กาโม่ โดยที่ปราศจากผู้เล่นทีมชุดใหญ่ถึง 9 ราย ซึ่งก็รวมถึง เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม และ คาริม เบนเซม่า หัวหอกตัวเก่งชาวฝรั่งเศส กระนั้น ซีดาน ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของขุมกำลังนักเตะที่มีอยู่

     "นักเตะทุกคนในทีมล้วนมีความสำคัญ เรารู้จุดแข็งของทีมเราเป็นอย่างดี และเราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เราเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ด้วยกลุ่มนักเตะที่เรามี และจะลงไปแข้งด้วยทัศนคติแบบเดิมๆ ของเรา ผมไม่พอใจกับแค่ผลเสมอ เราจะเล่นเพื่อชัยชนะ" ตำนานแข้งทีมชาติฝรั่งเศสวัย 48 ปี กล่าว

     พร้อมกันนั้น "ซิซู" ได้กล่าวยกย่อง อตาลันต้า ว่า เป็นทีมที่เล่นเกมรุกน่ากลัว "เราไม่ได้รู้จักคู่แข่งมากมายอะไรนัก เราต้องเล่นฟุตบอลตามแบบฉบับของเรา และต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของ อตาลันต้า ด้วย พวกเขาเป็นทีมที่เน้นเกมรุก เหมือนกับ อาแจ็กซ์ เมื่อสองปีก่อน พวกเขามีนักเตะเก่งๆ หลายคน และผมก็คิดว่า วันพรุ่งนี้จะมีเกมฟุตบอลที่สวยงาม"

เลวานดอฟสกี้แซงราอูลขึ้นที่3ดาวยิงสูงสุดชปล.

 


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดหัวหอก บาเยิร์น มิวนิค ขึ้นรั้งอันดับสาม ในชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดลอดกาล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เรียบร้อย แต่ยังห่างจากสองอันดับแรกไกลลิบ

     โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าคนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค แซง ราอูล กอนซาเลซ ตำนานหัวหอก เรอัล มาดริด ขึ้นมารั้งอันดับสาม ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เพียงผู้เดียว ที่จำนวน 72 ประตู หลังกด 1 ตุง ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ทัพ "เสือใต้" บุกไปถล่ม ลาซิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     เดิมที เลวานดอฟสกี้ ครองอันดับสามร่วมกับ ราอูล ที่จำนวน 71 ประตู แต่ 1 ประตูจากเกมล่าสุด ทำให้เจ้าตัวรั้งที่สามแบบเดี่ยวๆ เรียบร้อย ตามหลังแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ ยูเวนตุส (134 ประตู) และ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ บาร์เซโลน่า (119 ประตู) เท่านั้น

     สำหรับ 72 ประตูของ ยอดดาวยิงทีมชาติโปแลนด์วัย 32 ปี มาจากการลงเล่น 95 นัด ซึ่งแบ่งเป็น 55 ประตู จากการลงเล่น 67 นัด กับ บาเยิร์น และ 17 ประตู จาก 28 นัด สมัยอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์