วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

เป้าหมายสำคัญ!เผย2แข้งที่เรอัลมาดริดเล็งคว้าเสริมทัพ

ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ระบุ 2 เป้าหมายหลักในการเสริมทัพของ เรอัล มาดริด คือ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กับ ซาดิโอ มาเน่ แถมพวกเขายังแอบเหล่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ด้วย แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่ากับ 2 คนแรก

       เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน กาหัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับ ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของแผนการเสริมทัพหลังจบฤดูกาล 2019-20 ตามรายงานของ ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ

       ในซีซั่นนี้ทีมของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน มีผลงานที่ไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีนักเตะเพียงไม่กี่คนของทีมที่ทำผลงานได้น่าพอใจ อย่างเช่น คาริม เบนเซม่า เป็นต้น 

       ส่วนพวกที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมอย่าง เอแด็น อาซาร์ และ ลูก้า โยวิช ก็ยังไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้ โดยในรายของ อาซาร์ โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานจนมีส่วนทำให้ไม่ได้ลงเล่นมากเท่าไหร่

       สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าที่จริงแล้ว มาดริด ก็ให้ความสนใจในตัว ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้าคนเก่งของ อาร์เซน่อล เช่นกัน แต่ดาวเตะชาวกาบองถือเป็นเป้าหมายรองลงมาจากทั้ง ฮาแลนด์ และ มาเน่

โควิด-19เอฟเฟกต์!เปิดตัวเลขแมนยูขาดทุนยับหากขายป็อกบา

ผลวิเคราะห์ชี้ค่าตัวนักเตะลดลงฮวบฮาบ หลังเจอโควิด-19 ทำพิษ อย่างในรายของ ปอล ป็อกบา ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขาดทุนยับหากปล่อยหลังจบซีซั่นนี้

       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ต้องเจอผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่องมูลค่าของนักเตะที่น่าจะหดหายไปหลายล้านปอนด์ ตามรายงานจากหอสังเกตการณ์ฟุตบอลแห่งศูนย์นานาชาติเพื่อการศึกษาด้านกีฬา (ซีไออีเอส) เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา

       ในเวลานี้ลีกใหญ่ในยุโรปทุกประเทศต้องระงับการแข่งขันไปก่อนตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ทำให้คงไม่สามารถจบซีซั่นได้ก่อนวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และอาจต้องปรับเปลี่ยนช่วงเวลาปิด-เปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ส่งผลให้มีปัญหาต่อการต่อสัญญานักเตะที่กำลังจะหมดสัญญาตามไปด้วย

       ซีไออีเอส เผยว่า ค่าตัวนักเตะหลังจบฤดูกาลนี้จะลดลงไปอย่างมาก อย่างในรายของ ปอล ป็อกบา กองกลาง "ปีศาจแดง" ที่จะเข้าสู่สัญญาปีสุดท้ายในเดือนกรกฎาคมนี้ และสโมสรมีเงื่อนไขขยายได้อีก 1 ปี จะตกมาเหลือแค่ 31 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,240 ล้านบาท) เท่านั้น

       ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการขาย ป็อกบา ให้ได้เกินกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) หลังดึงกลับมาจาก ยูเวนตุส เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,560 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม จากการที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นในช่วงหลังเพราะบาดเจ็บ และระยะเวลาที่เหลือในสัญญาทำให้ค่าตัวเวลานี้ลงมาเหลือไม่ถึงครึ่งจากที่ซื้อมา

รจนาเสี่ยงพวงมาลัย!ซานโช่เลือกแล้วซบใครซัมเมอร์นี้

สื่อดังระบุ เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจากโบรุสซีย ดอร์ทมุนด์ เลือกเสี่ยงพวงมาลัยในการย้ายทีมซัมเมอร์นี้แล้ว โดยเจ้าตัวยืนยันอย่างไม่เป็นทางการขอกลับไปเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง แต่เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยไม่แคร์ด้วยว่า "ผีแดง" จะได้ตั๋วไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่ก็ตาม

       เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าเขาจะย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของ ไอริช อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในประเทศไอร์แลนด์

       "เร้ด เดวิลส์" แสดงความสนใจอยากได้ตัว ซานโช่ มานานแล้ว และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาน่าจะมีลุ้นมากยิ่งขึ้นในการกระชากตัว ดาวเตะเนื้อหอมทีมชาติอังกฤษ มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากเตรียมยื่นข้อเสนอยั่วใจให้ "เสือเหลือง" จำนวน 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท)

       อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องออกแรงเหนื่อยซะหน่อยเพราะ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี และ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ก็ต้องการใช้บริการ ซานโช่ เช่นกัน กระนั้นดูเหมือนว่า ดาวเตะวัย 20 ปี ค่อนข้างพิศมัย "ปีศาจแดง" มากกว่า และได้ยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าจะกลับไปเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง เพื่อไปเป็นลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดยไม่สนใจว่า "เร้ด เดวิลส์" จะได้ตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าหรือไม่ก็ตาม

       ทั้งนี้ แมนเเชสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดเก่าก็อยากได้นักเตะเช่นกัน แต่งานนี้ ซานโช่ ไม่สนใจเพราะ "เรือใบสีฟ้า" มีผู้เล่นอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ และ เลรอย ซานเน่ ซึ่งมีข่าวว่าจะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นตัวเลือกในการเล่นตำแหน่งริมเส้นอยู่แล้ว

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

แมนยูเตรียมตัว!เคนเปรยอนาคตอาจลาสเปอร์ส

แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวเก่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทำเอาสาวก "ไก่เดือยทอง" ใจหายหลังออกมาเปรยว่าหากในอนาคตมองแล้วว่า สเปอร์ส ไม่ได้มีพัฒนาการที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ งานนี้อาจจะต้องออกไปหาความท้าทายใหม่
       แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอักฤษ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ออกโรงเปรยเกี่ยวกับอนาคตการค้าแข้งว่าหากมองแล้วการอยู่กับ สเปอร์ส ไม่ทำให้ตนมีโอกาสคว้าแชมป์ ก็จำเป็นต้องออกไปหาความท้าทายใหม่ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพ

       ดาวเตะเลือดผู้ดี เข้ามาอยู่กับ สเปอร์ส ในฐานะนักเตะดาวรุ่ง เมื่อปี 2004 และได้ลงสนามให้กับทีมชุดใหม่ครั้งแรกในปี 2011 จากนั้นก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมากลายเป็นตัวหลักของสโมสร ก่อนจะก้าวไกลด้วยการได้รับตำแหน่งกัปตันทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบัน

       เคน ประสบความสำเร็จส่วนตัวมากมายแต่กระนั้นเขายังไม่เคยสมหวังในเรื่องการคว้าแชมป์ร่วมกับ สเปอร์ส เลย และด้วยเหตุนี้เจ้าตัวจึงเริ่มมองหาโอกาสที่จะสานฝันในเรื่องนี้ หลังจากช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่าเขาต้องการย้ายทีมเพราะอยากคว้าแชมป์

       "ผมโดนถามเรื่องนี้เยอะมาก (จะอยู่กับสเปอร์สนานแค่ไหน)" เคน ตอบคำถาม เจมี่ เร้ดแน็ปป์ ผ่านการสัมภาษณ์สดในเว็บไซต์อินสตาแกรม "มันเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่ผมไม่สามารถพูดว่าใช่หรือไม่ใช่ ผมรักสเปอร์ส ถ้าผมไม่รู้สึกว่าเราจะเป็นทีมที่มีพัฒนาการก้าวหน้าร่วมกัน หรือเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องผมไม่ใช่คนที่จะอยู่ที่นี่เพื่อสิ่งนี้"

       "ผมเป็นนักเตะที่มีความทะเยอทะยาน และอยากที่จะพัฒนาขึ้นเป็นนักเตะชั้นยอด มันยังไม่ชัดเจนว่าผมจะอยู่ที่นี่ตลอดไป แต่มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น" ส่วนการเลือกย้ายไป เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า เรื่องนี้ เคน ตอบว่า "นั่นเป็นเรื่องยากที่จะเลือก ผมชอบทั้งสองทีม"

คาร์ราเกอร์สวนคนบอกเมสซี่อ่อนกว่าโรนัลโด้เพราะไม่เคยย้ายทีม

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ออกโรงจวกแนวคิดที่ว่า ลิโอเนล เมสซี่ ด้อยกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพราะไม่เคยย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ว่าเป็นแนวคิดที่โง่เง่า พร้อมเชื่อว่าสาเหตุที่ โรนัลโด้ ย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ก็เป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกมองว่าเป็นรอง เมสซี่ อยู่ตลอด

       เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าแนวคิดที่บอกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า เก่งน้อยกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งคนดังของ ยูเวนตุส เพียงเพราะว่า เมสซี่ ไม่เคยย้ายไปเล่นกับทีมอื่นนั้น เป็นความคิดที่งี่เง่า

       การที่ทั้ง เมสซี่ และ โรนัลโด้ ต่างก็ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ รวมถึงประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทั้งคู่ต่างก็ได้รับการยกย่องว่าอยู่ในกลุ่มนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาล พร้อมกับส่งผลให้มักจะมีการตั้งประเด็นกันอยู่บ่อยๆ ว่าใครเก่งกว่ากัน โดยคนที่บอกว่า โรนัลโด้ เหนือกว่านั้น มักจะให้เหตุผลว่าดาวเตะชาวโปรตุกีสทำผลงานได้ดีกับทีมดังทุกทีมที่ไปเล่นให้ ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ต่างกับ เมสซี่ ที่ไม่เคยไปพิสูจน์ตัวเองกับที่อื่นเลย

      คาร์ราเกอร์ กล่าวถึงประเด็นนั้นกับ คอชต์ออฟไซด์ สื่อแวดวงฟุตบอลรายหนึ้งว่า "ความคิดแบบนั้นเป็นความคิดที่งี่เง่า มันเป็นเรื่องที่งี่เง่าสุดๆ ตอนนี้เขา (เมสซี่) อยู่กับทีมชั้นยอด,เขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของที่นั่น และเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของทวีปยุโรป นักเตะชั้นยอดน่ะจะทำผลงานได้ดีในการเจอกับคู่แข่งชั้นยอดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ดังนั้นผมเลยไม่สนใจหรอก (เกี่ยวกับความเห็นของคนอื่นที่บอกว่า เมสซี่ เก่งน้อยกว่า โรนัลโด้ เพราะไม่เคยไปเล่นให้ทีมอื่นนอกจาก บาร์เซโลน่า)"

       "ก็ต้องให้เครดิตกับ โรนัลโด้ และบอกว่าเขาทำผลงานได้ดี แต่มัน (การที่ เมสซี่ ไม่ได้ย้ายไปเล่นกับทีมอื่น) ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำให้ เมสซี่ โดนตำหนิเลย ที่จริงผมคิดว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ โรนัลโด้ ย้ายทีม (ไปอยู่กับ ยูเวนตุส) ซะด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเขารู้ดีว่าเขาจะถูกมองว่าเป็นรอง เมสซี่ อยู่ตลอด ดังนั้นในมุมมองของผมแล้วก็ต้องบอกว่า โรนัลโด้ ค่อนข้างฉลาดเลยทีเดียว"

       "การพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า -ฉันได้แชมป์ลีกมาแล้วทุกประเทศ, เป็นดาวซัลโวสูงสุดมาแล้วทุกประเทศ- มันทำให้ฟังดูน่าเชื่อถือมากขึ้นว่าเขาเก่งกว่าอีกฝ่ายจริงๆ ผมยังคิดด้วยว่าสาเหตุที่เขาทำเรื่องตรงข้ามกับ เมสซี่ ก็อาจจะเป็นเพราะเขาพยายามที่จะทำให้ตัวเองดูต่างจากอีกฝ่ายนิดหน่อย"

       "ฟังนะ ผมไม่คิดหรอกว่า ฟรังโก้ บาเรซี่ และ เปาโล มัลดินี่ เป็นกองหลังที่เก่งน้อยกว่ากองหลังคนอื่นๆ เพียงเพราะว่าพวกเขาไม่เคยย้ายออกจาก เอซี มิลาน ดังนั้นประเด็นที่ ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความคิดของผมไปเหมือนกัน ผมหมายถึง ทำไมคุณถึงต้องย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ด้วยล่ะ ?"

รักกันจริง!ป็อกบาชมลินการ์ดทำประะตูเกมใหญ่ได้เสมอ

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกโรงยกย่อง เจสซี่ ลินการ์ด ว่ามักจะทำประตูในเกมใหญ่ได้อยู่บ่อยๆหลังจากมีการย้อนความหลังถึงนัดชิงดำ ยูโรปา ลีก เมื่อซีซั่น 2016-17

       ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวชม เจสซี่ ลินการ์ด ปีกเพื่อนร่วมทีมว่ามักจะทำประตูในเกมใหญ่ๆ ได้อยู่เสมอ

       ป็อกบา กับ ลินการ์ด เพิ่งร่วมการสนทนาผ่านโลกออนไลน์กับรายการอย่างเป็นทางการของสโมสรในช่วงที่ พรีเมียร์ลีก พักการแข่งขันจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในช่วงหนึ่งทั้งคู่ก็พูดถึงเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อฤดูกาล 2016-17 โดยเกมนั้น ป็อกบา ทำประตูให้ทีมได้ ขณะที่ ลินการ์ด เกือบจะทำสกอร์ได้ แต่พลาดไป

       พอ ลินการ์ด ย้อนความหลังถึงจังหวะดังกล่าวเสร็จแล้วนั้น ป็อกบา ก็ตอบทันทีว่า "เขารู้ดีๆ เขาเกิดมาเพื่อเกมแบบนี้นี่แหละ เขามักจะทำประตู (ในเกมใหญ่) ได้อยู่เสมอ เขาทำประตูได้เป็นประจำอยู่แล้ว มันเป็นเกมที่เราทุกคนเล่นกันได้ดี วันนั้นทุกคนทำผลงานได้ดีมากๆ และเราก็เล่นกันได้แข็งแกร่งสุดๆ"

       นอกจากนี้ ป็อกบา กับ ลินการ์ด ต่างก็กระตุ้นให้แฟนบอลทุกคนอยู่ในสนาม, รักษาสุขภาพ, คอยเชียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป รวมถึงพูดว่าพร้อมที่จะเล่นอย่างเต็มที่เมื่อได้กลับมาลงสนามด้วย โดยทั้ง 2 คนสนิทกันตั้งแต่ในระดับอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว และพวกเขาก็มักจะทำกิจกรรมด้วยกันบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาทั้งคู่ก็โดนตำหนิอย่างหนักทั้งเรื่องผลงานและทัศนคติเช่นกัน

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2563

อินซ์ชี้โกลาหลแน่หากพรีเมียร์ลีกโมฆะ

พอล อินซ์ อดีตแข้งคนดังเผยว่าหากพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ เกิดโมฆะขึ้นมาจริงๆ จะเกิดความโกลาหลแน่นอนโดยเฉพาะในเมือง ลิเวอร์พูล
       "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีแต้มทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ ถึง 25 คะแนน โดยที่พวกเขาต้องการอีกเพียง 6 แต้มเท่านั้นเพื่อการันตีตำแหน่งแชมป์ที่รอคอยมา 30 ปี อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์โรคระบาด โควิด-19 ที่กำลังกระจายตัวทั่วยุโรปจนส่งผลให้เกือบทุกลีกต้องหยุดพักการแข่งขัน ซึ่งจนถึงตอนนี้การกระจายเชื้อยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

       โดยทาง ยูฟ่า ได้ออกมาเลื่อนการแข่งขันศึก ยูโร 2020 ไปเป็นปีหน้าเพื่อหลีกทางให้ลีกแต่ละประเทศขยายช่วงเวลาปิดฤดูกาล 2019/20 อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หากทุกลีกไม่สามารถปิดฤดูกาลได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนก็เป็นไปได้ว่าอาจต้องมีการหารือเรื่องการยุติการแข่งขัน

       ด้าน พอล อินซ์ อดีตผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ออกมาให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า การแข่งขันฤดูกาลนี้จำเป็นต้องดำเนินต่อให้จบ มิเช่นนั้นแฟนบอลลิเวอร์พูล อาจไม่พอใจจนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในเวลาต่อมา

"มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะคุณไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้"

"ลองจินตนาการดูว่า การรอคอย 30 ปี เพื่อเป็นแชมป์ เมื่อคุณเจอช่วงวิกฤติ แล้วพวกเขาจะทำการยกเลิกหรือโมฆะไป"

"ความโกลาหลอาจจะเกิดขึ้นใน ลิเวอร์พูล แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ทีมหนึ่งไม่พอใจแล้วคนอื่นๆ มีความสุข หรือจะมอบแชมป์ให้กับ ลิเวอร์พูล เลย? ไม่ว่ายังไงเราต้องทำให้ฤดูกาลนี้จบ ไม่ว่าจะจบลงที่เดือนพฤษภาคม หรือ มิถุนายน ก็ตาม เพราะคุณกำลังพูดถึงเกมที่เหลือแค่ 9 นัดเท่านั้น"

"ไม่ว่าจะเล่นแบบปิดสนามหรือไม่ปิด มันคือการตัดสินใจ ซึ่งมันก็มีทางออกสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล"

"แม้แต่เรื่องการตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก ก็ยังบี้กันเกินไป(หมายถึงช่องว่างคะแนน) ดังนั้นเราต้องแข่งให้จบ เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนแต่เรื่องโมฆะ มันไม่มีเหตุผลเท่าไหร่นัก"

สื่อปูดพรีเมียร์ลีกไม่โมฆะแน่-เผยคิวคัมแบ็คที่ยันจะเตะต่อให้จบ

สื่ออังกฤษประโคมข่าว ศึก พรีเมียร์ลีก จะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่มีการประชุมกันของหลายๆ ฝ่าย
       ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 เตรียมที่จะกลับมาแข่งขันกันต่อแบบปิดสนามในช่วงเดือนกรกฎาคม และจะพยายามแข่งขันให้ครบโปรแกรมภายใน 4-6 สัปดาห์ ตามรายงานจาก มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา

       ด้วยวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ที่เล่นงานไปทั่วโลก ทำให้การแข่งขันฟุตบอลในยุโรปจำเป็นต้องถูกระงับ ซึ่งก็รวมถึงในประเทศอังกฤษที่ปิดยาวมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม

       เดิมทีมีการกำหนดให้กลับมาแข่งขันในวันที่ 3 เมษายน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ดูเลวร้ายลง ทำให้ถูกยืดเวลาออกไปเป็นวันที่ 30 เมษายน และล่าสุด มิร์เรอร์ 

       ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก ฟุตบอล ลอนดอน (football.london) ระบุว่า เกมการแข่งขันในศึก พรีเมียร์ลีก จะกลับมาอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม และจะพยายามแข่งให้จบทุกแมตช์ที่เหลือภายใน 4-6 สัปดาห์ 

       หลังจากที่มีการบรรลุข้อตกลงกันเรียบร้อยระหว่าง พรีเมียร์ลีก, สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) และ ฟุตบอลลีกอังกฤษ ที่มีการประชุมกันแบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

       แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้านี้ด้วย

       นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า การขยายเวลาจบฤดูกาลนี้ จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในฤดูกาล 2020/21 ที่อาจจะต้องเริ่มต้นช้ากว่ากำหนด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ให้มีการเตะนัดรีเพลย์ในบอลถ้วย ซึ่งก็อาจจะรวมถึงการตัดรายการ คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) ออกจากโปรแกรมแข่งขันด้วย

คาร์ราเกอร์ชี้สาเหตุที่ลิเวอร์พูลเมินมูรินโญ่แล้วเลือกเบนิเตซ

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ระบุ สาเหตุที่ตอนซัมเมอร์ ปี 2004 ลิเวอร์พูล เมิน โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วเอา ราฟาเอล เบนิเตซ มาคุมทีม น่าจะเป็นเพราะบอร์ดบริหารของทีมมองว่านิสัยของ มูรินโญ่ ห่ามเกินไปจนไม่เหมาะกับ "หงส์แดง" อย่างเช่นตอนที่เจ้าตัววิ่งแหกปากลั่นในเกมที่พา ปอร์โต้ เขี่ย แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบ16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก

       เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าสาเหตุที่บอร์ดบริหารของ "หงส์แดง" ไม่เอา โชเซ่ มูรินโญ่ มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ในช่วงปี 2004 นั้น เป็นเพราะความประพฤติของ มูรินโญ่ มันไม่เหมาะกับประเพณีและแนวทางของสโมสร

       ลิเวอร์พูล ตัดสินใจแยกทางกับ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004 ก่อนที่จะเอา ราฟาเอล เบนิเตซ มาเป็นกุนซือคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นพวกเขาก็มีข่าวกับ มูรินโญ่ เหมือนกัน หลังจากที่กุนซือชาวโปรตุกีสเพิ่งพา เอฟซี ปอร์โต้ ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2003-04 มาหมาดๆ

       คาร์ราเกอร์ กล่าวในรายการพ็อดแคสต์ของ สกายสปอร์ตส์ ว่า "ตอนนั้น เชราร์ด อุลลิเย่ร์ เพิ่งตกงาน และ ริค พาร์รี่ (ประธานบริหารของ ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น) ก็สัมภาษ์ ราฟา เบนิเตซ ไปบ้างแล้ว พาร์รี่ คอยบอกให้นักเตะรุ่นใหญ่ของทีมรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ และเขาก็เคยพูดถึง โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วย"

       "ผมรู้จัก ราฟา เบนิเตซ มากกว่า (หมายถึงรู้จักชื่อเสียงของ เบนิเตซ มากกว่า มูรินโญ่) จากการที่เขาทำงานในวงการฟุตบอลสเปน และผลงานที่เขาทำได้ มันดูเหมือนว่ายังไงซะสโมสรก็จะแต่งตั้งเขามาเป็นกุนซือของทีมอยู่แล้ว"

       "อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าบอร์ดบริหารคงมีความรู้สึกว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่สามารถมาเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ได้ ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะการปฏิบัติตัวในหลายครั้งของเขา ถึงแม้ผมจะคิดว่าการที่เขาวิ่งไปตามเส้นข้างสนามของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันเจ๋งดี (หมายถึงเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ของฤดูกาล 2003-04 ที่ ปอร์โต้ ได้ประตูตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงท้ายเกม จนทำให้เกมนั้นจบลงที่การเสมอกัน 1-1 และสกอร์รวม 2 นัด ปอร์โต้ ชนะไป 3-2) แต่ผู้บริหารของสโมสร และอาจจะรวมถึงนักเตะบางคนด้วยน่ะ คงคิดว่านั่นไม่ใช่แนวทางของ ลิเวอร์พูล ดังนั้นผมเลยคิดอยู่เสมอว่าเราคงเอา ราฟา มาคุมทีมแน่ๆ เพราะเขาเป็นคนที่มีความสุขุมมากกว่า"

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563

3บิ๊กองค์กรอังกฤษอาจบังคับใช้แผนโหดช่วยการเงิน

ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, อิงลิช ฟุตบอล ลีก และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ระบุ พวกเขาอาจจะจำเป็นต้องตัดสินใจใช้แผนงานบางอย่างเพื่อช่วยการเงินของทีมในลีกล่างๆ แม้ว่าจะทำให้บางฝ่ายไม่พอใจก็ตาม หลังจากตอนนี้บางทีมเริ่มได้รับผลกระทบด้านการเงินจากการพักการแข่งขันแล้ว
       ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการแข่งระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน และ ลีก ทู) รวมถึงสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) เตือนว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องตัดสินใจดำเนินมาตรการที่จะส่งผลเสียกับบางฝ่าย เพื่อที่จะช่วยการเงินของเหล่าทีมในลีกล่างๆ

       ปัจจุบันลีกฟุตบอลของอังกฤษไม่ว่าจะเป็นทั้ง 4 ลีกอาชีพ และลีกสมัครเล่นในลำดับต้นๆ ต่างก็ถูกสั่งพักการแข่งขันเป็นการชั่วคราวเพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปมากกว่านี้ หลังจากปัจจุบันสหราชอาณาจักรยังได้รับผลกระทบจากเชื้อร้ายนี้อย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีผู้ที่ติดเชื้อแล้ว 14,543 คน และมีผู้ที่เสียชีวิต 759 ราย

       อย่างไรก็ตาม การที่เกมต่างๆ ถูกสั่งหยุดแข่งมันส่งผลให้แต่ละทีมชวดรายได้จำนวนมหาศาลไปด้วย อย่างเช่นรายได้จากวันที่มีเกมการแข่งขันที่จะมาจากทั้งการจำหน่ายตั๋วและการขายสินค้า ซึ่งถึงแม้ทีมในระดับ พรีเมียร์ลีก จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ทีมในลีกล่างๆ ได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง จนทำให้ที่ผ่านมามีการคุยกันว่าบรรดานักเตะในลีกสูงสุดอาจจะจำเป็นต้องยอมรับค่าเหนื่อยน้อยลง เพื่อเอาเงินส่วนที่หักไปแจกจ่ายให้ทีมในลีกล่างๆ อย่างเช่นการหักค่าเหนื่อยของนักเตะใน พรีเมียร์ลีก คนละ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยถ้าคิดเป็นเงินรวมกันก็อยู่ที่ 105 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) เลยทีเดียว

       แถลงการณ์ร่วมของทั้ง พรีเมียร์ลีก, อีเอฟแอล และ พีเอฟเอ เผยว่า "พรีเมียร์ลีก, อีเอฟแอล และ พีเอฟเอ ได้ทำการประชุมกันในวันนี้ และพูดคุยถึงปัญหาของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เราต้องขอย้ำว่าทั้ง 3 องค์กรยังเป็นห่วงทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสนี้อยู่"

       "พรีเมียร์ลีก, อีเอฟแอล และ พีเอฟเอ ได้ตกลงร่วมกันว่ามันจะต้องมีการตัดสินสใจที่ยากลำบากเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านการเงินจากการที่ฟุตบอลอาชีพในอังกฤษจำเป็นต้องพักการแข่งขันกันอยู่ในตอนนี้ และตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายจะเห็นพ้องต้องกัน"

       ทั้งนี้ 3 องค์กรดังกล่าวจะหารือกันเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าเพื่อหาแผนงานเรื่องการเงินร่วมกันต่อไป โดยเป็นที่เชื่อว่าปัจจุบันค่าเหนื่อยโดยรวมของนักเตะจากทั้ง 20 ทีมใน พรีเมียร์ลีก มีจำนวนสูงถึงเกิน 2 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 80,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แฟร์นันด์สหวังโกยแชมป์กับแมนยูเหมือน2รุ่นพี่

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดอก อยากได้แชมป์กับทีมแบบเป็นกอบเป็นกำเหมือนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ หลุยส์ นานี่ พร้อมบอกว่าดีใจที่นักเตะระดับ โรนัลโด้ ชื่นชอบตน

       บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางชาวโปรตุกีสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนตั้งเป้าที่จะพาทีมคว้าแชมป์มาครองให้ได้หลายรายการ เหมือนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ หลุยส์ นานี่ เคยทำได้กับ "ปีศาจแดง"

       โรนัลโด้ กับ นานี่ ถือเป็น 2 แข้งชาวโปรตุกีสที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากทั้งคู่ได้แชมป์ร่วมกับทีม 9 รายการ และ 12 รายการ ตามลำดับ ซึ่งสาวก "เร้ด อาร์มี่" หลายคนก็หวังว่า แฟร์นันด์ส จะทำได้เหมือนกับทั้งคู่ หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมนับตั้งแต่ที่ย้ายมาร่วมทัพเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

       แข้งวัย 25 ปี เผยว่า "คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ นานี่ ได้แชมป์ใหญ่ๆ หลายรายการกับที่นี่ และมันก็ทำให้ผมอยากประสบความสำเร็จแบบพวกเขาบ้าง นานี่ ซึ่งเป็นคนที่ผมได้ร่วมซ้อมด้วยที่ สปอร์ติ้ง นั้น มักจะพูดเรื่องดีๆ เกี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ผมฟังอยู่เสมอ และการที่ คริสเตียโน่ มักจะพูดเรื่องดีๆ เกี่ยวกับตัวผมให้คนอื่นฟังไม่ว่าเขาจะพูดกับใครก็ตามในช่วงที่ผมมีข่าวย้ายทีมมันก็ทำให้ผมภูมิใจมากๆ มันรู้สึกดีที่นักเตะแบบเขายอมรับในคุณค่าของผม"

ซานโช่โหดกว่าเมสซี่,โรนัลโด้ตอนอายุเท่ากัน

เจดอน ซานโช่ ปีกอนาคตไกลของ ดอร์ทมุนด์ สามารถทำประตูและแอสซิสต์ได้เยอะกว่าทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถ้าเทียบกับตอนที่ทั้งหมดเพิ่งมีอายุ 20 ปี โดยกรณีของ โรนัลโด้ ถือว่าตอนนั้นได้ลงเล่นไปเยอะกว่า ซานโช่ ด้วย
       เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน มีสถิติการทำประตูและแอสซิสต์ดีกว่าทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส เมื่อเปรียบเทียบในตอนที่ทั้งคู่เพิ่งมีอายุ 20 ปีเท่ากับ ซานโช่

      ซานโช่ เพิ่งมีอายุครบ 20 ปี เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยฤดูกาลนี้เขายังโชว์ฟอร์มได้สุดยอดด้วยการทำไป 17 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 35 นัดในทุกรายการ และมันก็ทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก อย่างเช่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี, เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา

       จนถึงปัจจุบัน ซานโช่ ทำผลงานในฐานะนักเตะอาชีพไปแล้ว 31 ประตู กับอีก 42 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 90 นัดในทุกรายการ ซึ่ง เมสซี่ ในตอนที่มีอายุ 20 ปีนั้น ทำประตูได้น้อยกว่า ซานโช่ นิดหน่อย ด้วยการทำไป 26 ประตู โดยส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเขาได้ลงเล่นไป 70 นัดในทุกรายการ แต่ในด้านแอสซิสต์นั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ทำได้น้อยกว่าเยอะ เพราะทำได้เพียง 8 แอสซิสต์เท่านั้น

       ขณะที่ โรนัลโด้ ในวัย 20 ปี มีทั้งสถิติการทำประตูและแอสซิสต์เพียงอย่างละ 16 หนเท่านั้น ทั้งที่ในตอนที่เขามีอายุครบ 20 ปี ดาวเตะชาวโปรตุกีสได้ลงเล่นไป 107 นัดในทุกรายการ

       ตารางเปรียบเทียบผลงานของ เจดอน ซานโช่, ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตอนที่ทั้งหมดอายุครบ 20 ปี

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563

ส่อย้าย!บาเยิร์นยังไม่สู้ค่าเหนื่อยอลาบา

สกายสปอร์ตส์ สาขาเยอรมนี ระบุ บาเยิร์น ยังไม่ยอมมอบสัญญาที่ให้ค่าเหนื่อยตามที่ ดาวิด อลาบา ต้องการ ทำให้มีโอกาสที่ "เสือใต้" จะขายเขาหลังจบซีซั่นนี้ เพราะถ้ารอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า อลาบา ก็จะย้ายทีมได้แบบฟรีๆ

       บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน ยังไม่ยอมให้ค่าเหนื่อยตามที่ ดาวิด อลาบา แนวรับคนเก่งชาวออสเตรียต้องการ ตามการเปิดเผยของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังสาขาประจำประเทศเยอรมนี

      อลาบา ก้าวจากการเป็นเด็กฝึกหัดของ บาเยิร์น ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2009-10 ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็พัฒนาฝีเท้าได้ดีจนเป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด โดยช่วงแรกๆ เขารับบทแบ็กซ้ายเป็นหลัก ก่อนที่หลังจากนั้นจะโดนโยกมาเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กในบางครั้ง และก็ยังทำผลงานได้น่าประทับใจอยู่

       ทั้งนี้ สกายสปอร์ตส์ ไม่ได้บอกว่า อลาบา ต้องการค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยเชื่อกันว่าปัจจุบันเขาฟันค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 170,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.8 ล้านบาท) ซึ่งถ้าหากการเจรจาสัญญายังไม่มีความคืบหน้าแล้วล่ะก็ บาเยิร์น ก็อาจจะจำเป็นต้องขายเขาหลังจบฤดูกาล 2019-20 เพราะ อลาบา จะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 แล้ว นั่นหมายความว่าถ้าถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า แข้งวัย 27 ปีก็จะย้ายทีมได้แบบฟรีๆ

       สกายสปอร์ตส์ เสริมว่า บาเยิร์น อาจจะยอมขาย อลาบา ในราคาระหว่าง 50-70 ล้านยูโร (ประมาณ 1,750-2,450 ล้านบาท) ถ้าหากเลือกที่จะปล่อยเขาหลังจบซีซั่นนี้

ไวรัสยังระบาดหนัก!พรีเมียร์ลีกอาจเลื่อนวันคัมแบ็กอีกรอบ

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว พรีเมียร์ลีก กับ อีเอฟแอล เตรียมหารือกันในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือเรื่องแผนต่างๆ กัน รวมถึงการที่อาจจะกำหนดวันกลับมาฟาดแข้งกันใหม่ หลังจากตอนนี้กำหนดวันดังกล่าวเอาไว้ที่ 30 เม.ย.

       เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการประกาศเปลี่ยนวันที่เกมในระดับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน และ ลีก ทู จะกลับมาเตะกัน หลังจากที่ทีมในระดับ พรีเมียร์ลีก และ อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล) ทำการประชุมกันไปแล้ว โดยที่ อีเอฟแอล คือหน่วยงานที่ดูแลเกมระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน และ ลีก ทู

       การแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อโควิด-19 ทำให้ลีกฟุตบอลทั่วโลกโดนพักการแข่งชั่วคราว โดยของ พรีเมียร์ลีก ตอนแรกประกาศว่าจะหยุดแข่งถึงวันที่ 3 เมษายนนี้ ก่อนที่จะยืดระยะเวลาการพักไปเป็นถึงวันที่ 30 เมษายนนี้เป็นอย่างน้อย

       อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล ระบุว่าทีมในระดับ อีเอฟแอล ได้รับการแจ้งว่าวิกฤติในตอนนี้ทำให้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ฟุตบอลจะกลับมาเตะกันในเดือนหน้าได้ และถึงแม้ อีเอฟแอล จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พรีเมียร์ลีก โดยตรง แต่ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมระหว่างทั้ง พรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอล เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมต่อไป โดยมันมีการระบุด้วยว่าพวกเขากำลังเจรจากับสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) เพื่อดูว่า พีเอฟเอ จะช่วยอะไรในเรื่องค่าเหนื่อยกับประเด็นของสัญญาได้บ้าง

ชไมเคิ่ลเผยสิ่งที่เสียดายมากสุดกับแมนยู

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตยอดนายด่านชาวเดนมาร์ก ระบุ สิ่งที่ตนเสียดายมากที่สุดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด คือการบอกลาทีมเร็วไป หลังจากตอนนั้นเลือกย้ายออกจาก "ปีศาจแดง" เพราะกลัวว่าจะฟอร์มตกจากการที่ต้องลงเล่นหลายนัด แถมสไตล์ฟุตบอลอังกฤษยังรวดเร็วกว่าในหลายๆ ลีกด้วย

       ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์ก เปิดเผยว่าสิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกเสียดายมากที่สุดเกี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในอดีตต้นสังกัดของตนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็คือการที่ตนเลือกย้ายออกจากทีมเร็วเกินไป

       ชไมเคิ่ล ย้ายจาก บรอนด์บี้ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 1991 ซึ่งเขาก็โช์ฟอร์มเซฟได้เหนียวหนึบสุดๆ จนพาทีมประสบความสำเร็จแบบเป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่จะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 1999 หรือก็คือหลังพาทีมทำทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ โดยตอนนั้นเขาอายุ 36 ปี

        สำหรับสาเหตุที่ ชไมเคิ่ล ย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เป็นเพราะมองว่าการต้องกรำศึกหนักถึงระดับ 60 นัดต่อฤดูกาล และสไตล์ฟุตบอลอังกฤษที่รวดเร็วอาจจะส่งผลเสียต่อมาตรฐานของตัวเอง โดยตอนนั้นเขาเลือกที่จะย้ายไปอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แต่ในภายหลังก็กลับมาเฝ้าเสาในระดับ พรีเมียร์ลีก กับ แอสตัน วิลล่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

       เจ้าของฉายา "ยักษ์เดน" เผยว่า "มันผ่านมาเกิน 20 ปีแล้ว และในช่วงนั้นคุณจะเจอกับหลายต่อหลายอย่าง อันดับแรกเลย ตอนนั้นผมคิดเกี่ยวกับการเลิกเล่นฟุตบอลอย่างหนัก ในช่วงหนึ่งมันก็รู้สึกดีอยู่นะที่ไม่ต้องลงเล่น แต่ในอีกไม่นานหลังจากนั้นคุณก็จะเริ่มคิดถึงมันนิดๆ พอคุณออกห่างจากฟุตบอลมากขึ้นแล้วน่ะ คุณก็จะเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น ที่จริงผมอาจจะยังสามารถเล่นให้ทีม (แมนฯ ยูไนเต็ด) ได้อีกหลายปีเลย ถ้าหากผมยอมลดทิฐิของตัวเอง แล้วเข้าไปคุยกับผู้จัดการทีมเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่ผมกลับไม่ได้ทำอย่างนั้น"

       "ผมภาคภูมิใจกับสถานะของตัวเองภายในสโมสรมากเกินไป (หมายถึงภูมิใจกับผลงานในอดีตจนคิดว่าไม่เหมาะที่จะเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป เพราะกลัวว่าตัวเองจะฟอร์มตก) เมื่อคุณเข้าสู่ช่วงกลางๆ ของคนอายุ 50 ปี และมองย้อนกลับไปแล้วน่ะ คุณก็จะเข้าใจถึงเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น ตอนที่ผมตัดสินใจแบบนั้นมันเป็นตอนที่ผมยังอายุน้อยอยู่ ผมยอมรับว่าผมน่าจะอยู่กับทีมต่อไป แม้ว่าในมุมหนึ่งมันจะไม่น่าเสียดาย แต่อีกมุมหนึ่งมันก็ถือว่าน่าเสียดายเหมือนกัน ถ้าคุณเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไรน่ะนะ"

       "ผมรักสโมสรแห่งนั้นมากๆ ทำไมผมถึงอยากจะย้ายออกจากทีมด้วยกันล่ะ ? แต่ตอนนั้นผมหมดเรี่ยวแรงแล้ว ดังนั้นตอนนั้นมันก็ต้องยอมให้เกิดเรื่องที่ใหญ่โตมากๆ ถึงจะยอมทำให้ผมเปลี่ยนใจได้"

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563

เรอัลมาดริดหรือยูเวนตุส?ซิสโซโก้เผยป็อกบาอยากซบทีมไหน

โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ ระบุ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด อยากกลับไปร่วมงานกับ ยูเวนตุส มากกว่าการไปเล่นกับ เรอัล มาดริด พร้อมชี้ การที่ ป็อกบา จะคืนฟอร์มเก่งได้นั้น เขาก็จำเป็นต้องได้อยู่กับทีมที่มองว่าเขาเป็นคนสำคัญของทีม

       โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ อดีตกองกลางชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อยากย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส มากกว่า เรอัล มาดริด

       อนาคตของ ป็อกบา เป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยกระแสข่าวมันมีทั้งการบอกว่าเขาพร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อเพราะประทับใจกับผลกระทบที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด และการรายงานว่าเขามุ่งมั่นที่จะบอกลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ให้ได้ โดยที่มี ยูเวนตุส กับ เรอัล มาดริด ให้ความสนใจในตัวเขาอยู่

       อดีตแข้งวัย 35 ปี เผยว่า "ผมรู้ดีว่า ซีดาน อยากได้เขาไปร่วมงานด้วยกันที่ เรอัล มาดริด มากๆ แต่เขาอยากกลับไปอยู่กับ ยูเวนตุส มากกว่า ถึงกระนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ป็อกบา เพียงคนเดียว มันขึ้นอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย เขายังมีสัญญากับทีมในอังกฤษจนถึงปี 2021 ในความเห็นของผมนั้น ป็อกบา ต้องหาทีมที่จะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ เพื่อที่เขาจะได้กลับไปเล่นในระดับที่ดีที่สุดของตัวเองได้"

เนื้อหอม!แมนซิตี้ร่วมแจมล่ารูอิซเสริมทัพ

คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ระบุ แมนฯ ซิตี้ อยากได้ ฟาเบียน รูอิซ มิดฟิลด์ นาโปลี ไปเสริมแกร่ง แต่เชื่อกันว่าเขาโดนตั้งค่าหัวเอาไว้ถึง 100 ล้านยูโรเลย

       แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ฟาเบียน รูอิซ กองกลางชาวสแปนิชของ นาโปลี มาร่วมทัพหลังจบฤดูกาล 2019-20 ตามรยงานของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อก้องของประเทศอิตาลี

       รูอิซ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ นาโปลี และการที่ตอนนี้ทีมดังของเมืองเนเปิ้ลส์เป็นเพียงอันดับ 6 ในลีก มันก็ทำให้มีการคาดกันว่าเขาอาจจะเลือกขอย้ายทีมเพื่อไปลุ้นประสบความสำเร็จกับที่อื่น ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ต่างก็ให้ความสนใจที่จะดึงแข้งวัย 23 ปีไปเสริมแกร่งเหมือนกัน

       สาเหตุที่ แมนฯ ซิตี้ ลงมามร่วมวงล่าตัว รูอิซ เป็นเพราะหลังจบฤดูกาลนี้ ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์จอมเก๋าของพวกเขาจะหมดสัญญาและแยกทางกับทีมแล้ว อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อกันว่า นาโปลี ตั้งค่าตัวของดาวเตะเลือดกระทิงดุเอาไว้สูงถึง 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ไม่อยากมองหน้าแฟน!มาต้าเผยเรื่องอะไรทำตนสุดอาย

ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ก้มหน้ารับ ตนอับอายสุดขีดในตอนที่ทำให้ทีมได้อันดับ 7 ในซีซั่น 2013-14 โดยตอนนั้นถึงขั้นไม่กล้ามองหน้า "เร้ด อาร์มี่" ด้วยซ้ำ แต่เสริมว่าตอนนั้นตนก็ทึ่งสุดๆ ที่แฟนบอล "ปีศาจแดง" กลับตะโกนส่งเสียงเชียร์เต็มที่

     ฆวน มาต้า กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนรู้สึกอับอายสุดๆ ในตอนที่พาทีมจบเพียงอันดับ 7 ในฤดูกาล 2013-14

     มาต้า ย้ายจาก เชลซี มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงกลางซีซั่น 2013-14 ซึ่งถึงแม้เขาจะทำไป 6 ประตู จากการลงเล่นในลีก 15 นัด แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมมีอันดับที่ดีในลีกได้ ทั้งที่ 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งได้แชมป์ลีกมาครอง

     มาต้า ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทีมว่า "เราเป็นอันดับ 7 ของลีก มันเป็นอันดับที่ไม่ควรจะเป็นอันดับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อารมณ์ของผมในตอนนั้นมันเหมือนกับว่าถ้าผมโบกมือให้แฟนบอลแล้วพวกเขาก็จะโห่และด่าเรา มันเหมือนกับว่าพวกเขารู้สึกแบบนั้น ผมมาจากสเปนและรู้ดีว่ามันทำใจยอมรับได้ยากแค่ไหนเมื่อทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ ผมถึงขึ้นไม่อยากมองหน้าใครเลย ผมรู้สึกอับอายสุดๆ"

     "อย่างไรก็ตาม พอผมเดินรอบสนามไปประมาณครึ่งทางแล้วนั้น ผมก็รู้สึกตัวว่าที่จริงแล้วแฟนบอลปรบมือพร้อมกับร้องเพลงดังสนั่น พวกเขาให้กำลังใจเราและบอกว่ามันไม่สำคัญ บอกว่ามันยังมีฤดูกาลหน้าอีก มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ มันน่าเหลือเชื่อสุดๆ ที่มีแฟนบอลแบบนี้หนุนหลังคุณ ตอนนั้นคุณเพิ่งได้เพียงอันดับ 7 กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งที่ทีมเคยได้แชมป์เป็นกอบเป็นกำในช่วงหลายปีก่อนกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่แฟนบอลก็ยังไม่หมดความอดทน พวกเขาบอกว่า -สู้ต่อไป มันไม่สำคัญหรอก-"

     "ตอนนั้นผมซึ้งนิดๆ เพราะผมคาดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะทำแบบนั้น ผมไม่เคยเจออะไรแบบนั้นมาก่อนในตอนเล่นที่ สเปน ที่นั่นน่ะมันมีความคาดหวังสูงมาก เมื่อทีมเล่นได้ไม่ดีมันก็จะเจอกับความกดดันอย่างหนัก"

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

เคยปราบมาแล้ว!เทรนท์เผยอีก1ทีมโปรดนอกจากลิเวอร์พูล

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล เปิดอก นอกจาก ลิเวอร์พูล แล้วนั้น บาร์เซโลน่า ก็ถือเป็นทีมโปรดของตนอีกทีม แต่ลั่น ไม่เคยคิดที่จะบอกลา "หงส์แดง" เลย

      เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่านอกจาก "หงส์แดง" แล้วนั้น อีก 1 ทีมที่ตนชอบมากๆ ก็คือ บาร์เซโลน่า ทีมดังของศึก ลา ลีกา สเปน

       ด้วยความที่เขาเพิ่งได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2016-17 ทำให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีโอกาสได้ดวลกับ บาร์เซโลน่า เพียงแค่ 1 นัด แต่มันก็เป็นหนึ่งในเกมที่สร้างชื่อให้กับเขา เพราะมันเป็นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ของฤดูกาล 2018-19 ที่เขาทำไป 2 แอสซิสต์ จนทำให้ทีมเปิดรัง แอนฟิลด์ ชนะอีกฝ่าย 4-0 พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจากการชนะด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-3

      แข้งวัย 21 ปี เผยว่า "ผมคงต้องบอกว่าทีมโปรดอีกทีมของผมคือ บาร์ซ่า ผมรู้สึกว่าพวกเขาเป็นทีมที่มีคุณค่าและความเชื่อมั่นสูงเหมือน ลิเวอร์พูล ทุกคนที่ ลิเวอร์พูล ต่างก็มีความเชื่อ, แรงผลักดันที่จะประสบความสำเร็จ, หลักจริยธรรมในการทำงานอย่างหนัก และความยึดมั่นแบบเดียวกันทั้งนั้น ในเมืองนี้น่ะอารมณ์ร่วมที่พวกเขามีให้กับความเชื่อของตัวเองมันสูงมากๆ"

       อย่างไรก็ตาม อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็บอกว่าตนไม่เคยคิดที่จะย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล แม้แต่นิดเดียว "ผมรักสโมสรมากกว่าอะไรทั้งนั้น ผมรักทุกอย่างเกี่ยวกับสโมสร ผมรักเมืองนี้ ผมรักแฟนๆ ผมรักผู้คนทุกคน ดังนั้นทำไมผมถึงควรจะต้องคิดเกี่ยวกับการย้ายไปที่อื่นด้วยล่ะ ? ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย ผมรัก ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ ผมตามเชียร์พวกเขามาโดยตลอด และเล่นให้พวกเขาอยู่เสมอ ดังนั้นก็ต้องตอบว่าใช่ จนถึงตอนนี้ผมไม่เคยมานั่งฝันเกี่ยวกับการไปเล่นให้ทีมอื่นเลย"

ริโอแนะแมนยูควรร่วมวงล่าคูตินโญ่ด้วยหรือไม่

ท่ามกลางกระแสข่าวลือการย้ายทีมของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ล่าสุด ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ออกมาแสดงความเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ควรจะไปร่วมวงดึง คูตินโญ่ มาร่วมทีม เพราะตอนนี้พวกเขามี บรูโน่ แฟร์นันด์ส อยู่แล้ว

       ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า "ปีศาจแดง" ไม่ควรจะล่าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนมาร่วมทีมแต่อย่างใด

       คูตินโญ่ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ลือกันว่า บาเยิร์น มิวนิค จะไม่ซื้อขาดเขา และ บาร์เซโลน่า จะไม่เก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่ออยู่ดี โดยที่จริงเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีข่าวกับดาวเตะเลือดแซมบ้าเหมือนกัน

       เฟอร์ดินานด์ เผยว่า "ที่ ลิเวอร์พูล เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มแบบเดียวกันได้นับตั้งแต่ที่ย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เขาเจอปัญหาตอนเล่นกับ บาร์เซโลน่า เขาไม่เข้ากับที่นั่น และจากนั้นก็ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจกับ บาเยิร์น เท่าไหร่"

       "ผมคิดว่าเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม, เขามีพรสวรรค์ที่ดี และสมควรได้รับความช่วยเหลือ การย้ายมา พรีเมียร์ลีก และเล่นกับทีมที่เหมาะสมจะเป็นการกู้ชื่อเสียงของเขาได้ เขาต้องการเรื่องแบบนั้น ถ้าเป็นตอนก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีมน่ะ ผมคงจะบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่เหมาะกับเขานั่นแหละ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว (หมายถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องเอา คูตินโญ่ มาร่วมทีมอีกต่อไป)"

เทรนท์เผยอะไรทำให้คล็อปป์เป็นกุนซือชั้นยอด

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็ก ลิเวอร์พูล ระบุ ความห่วงใยที่มีต่อลูกทีม, การปฏิบัติด้วยความเท่าเทียม และการรู้ว่าแต่ละช่วงเวลามันต้องพูดหรือปฏิบัติกับนักเตะยังไง เป็นสิ่งที่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นกุนซือชั้นยอด พร้อมบอกว่า คล็อปป์ มีนิสัยแบบเดียวกันทั้งตอนอยู่หน้ากล้อง และในเบื้องหลัง
       เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวา ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าสิ่งที่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" เป็นกุนซือที่ดีนั้น ก็เพราะ คล็อปป์ ห่วงใยทุกคน, การปฎิบัติกับทุกคนแบบเท่าเที่ยมกัน และรู้วิธีว่าต้องพูดหรือทำยังไงกับลูกทีมในช่วงเวลาต่างๆ

       คล็อปป์ เข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 และเขาก็พัฒนาทีมได้อย่างยอดเยี่ยมจนถึงขั้นพาทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน และซีซั่นนี้ก็กำลังจะทำให้ทีมได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีด้วย โดยถ้าเกิด พรีเมียร์ลีก กลับมาเตะกันได้ตามปกติแล้วนั้น พวกเขาก็ขอแค่ 6 แต้มก็จะการันตีการเป็นแชมป์ลีกแล้ว

      ดาวเตะชาวอังกฤษ เผยว่า "เขาเป็นคนที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ทุกอย่างเกี่ยวกับเขามันดีไปหมด การบริหารคนของเขาไม่ว่าจะทั้งในฐานะคนทั่วไปคนหนึ่งและในฐานะผู้จัดการทีมมันต่างก็ยอดเยี่ยมมากๆ เขามีนิสัยแบบเดิมอยู่ตลอด (ไม่ว่าจะทั้งระหว่างการให้สัมภาษณ์หรือตอนที่ทำงานกับทีม) ผมสัมผัสได้ผ่านทางการให้สัมภาษณ์ต่างๆ พอคุณได้เห็นเขาผ่านกล้องแล้วน่ะ คุณก็จะเข้าใจทันทีว่าเขาเป็นคนที่นิสัยดีสุดๆ"

      "คุณจะเข้าใจทันทีว่าเขาห่วงใยทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขา เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวของเขา เขาห่วงใยลูกทมของตัวเอง รวมถึงห่วงใยบรรดาสตาฟฟ์ เขาปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เขาปฏิบัติกับคนที่เป็นกัปตันทีมเหมือนกับที่ปฏิบัติกับนักเตะเยาวชน ผู้คนอาจจะติดภาพลักษณ์ว่าเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมสูง และแสดงอารมณ์อย่างเปิดเผย จริงอยู่ว่าเขาเป็นคนแบบนั้น แต่เขาก็รู้วิธีควบคุมมันเพื่อที่จะเป็นผลดีต่อทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาเหมือนกัน เขารู้ดีว่ามันจำเป็นต้องพูดเรื่องอะไร และควรต้องพูดแบบไหนในช่วงเวลาที่เหมาะสม"

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

สอบตก!บาร์เซโลน่าไม่โอเคฟอร์มพร้อมโละกรีซมันน์พ้นทีม

สปอร์ต สื่อกีฬาของแคว้นกาตาลุนย่า ระบุ บาร์เซโลน่า พร้อมปล่อย อ็องตวน กรีซมันน์ หลังจบซีซั่นนี้ โดยตั้งค่าหัวเอาไว้ที่ 100 ล้านยูโร

       บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะขาย อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสหลังจบฤดูกาล 2019-20 ตามรายงานของ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

       หลังจากตกเป็นข่าวกับ กรีซมันน์ อยู่นาน ในที่สุด บาร์เซโลน่า ก็ได้ตัวเขามาร่วมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน ด้วยค่าตัว 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) พร้อมกับจับเจ้าตัวเซ็นสัญญากับทีมยาวถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 เลย

       อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ กรีซมันน์ เพิ่งทำประตูให้ทีมไปเพียง 14 ลูก จากการลงเล่น 37 นัดในทุกรายการ ซึ่งบอร์ดบริหารของทีมมองว่ามันต่ำกว่าที่พวกเขาตั้งความคาดหวังเอาไว้ และทำให้พร้อมที่จะโละแข้งวัย 29 ปี ทันที แม้ว่าจะเพิ่งใช้งานเขาได้เพียงฤดูกาลเดียว 

       โดยนักเตะคนอื่นๆ ในทีมก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนั้นอยู่แล้ว เพราะเดิมทีว่ากันว่านักเตะหลายคนของ บาร์เซโลน่า ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่บอร์ดบริหารตามล่าตัวดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสในช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน 

       เนื่องจากมองว่าพวกเขาไม่ต้องการนักเตะแบบ กรีซมันน์ เลย แถม กรีซมันน์ ยังเคยลังเลอยู่นานก่อนที่จะปฏิเสธซบ บาร์เซโลน่า ในช่วงท้ายๆ ของตลาดช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 เหมือนกัน

       สปอร์ต เสริมว่า บาร์เซโลน่า จะยอมขาย กรีซมันน์ หากได้ค่าตัว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) ซึ่งทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เชลซี และ อาร์เซน่อล อาจจะสนใจดึงเขาไปร่วมทัพ นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ยังพร้อมที่จะใช้เขาเป็นหนึ่งในข้อเสนอสำหรับการซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพด้วย อย่างเช่นการพยายามดึง เนย์มาร์ มาจาก ปารีสฯ เป็นต้น

บิ๊กสหภาพเชื่อลีกเอิงหวนเตะเร็วสุดกลางมิ.ย.

แบร์กนาร์ด ไคอาซโซ่ ประธานสหภาพสโมสรในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ชี้ 15 มิถุนายน น่าจะเป็นวันที่เร็วที่สุดสำหรับการที่ศึก ลีก เอิง จะกลับมาเตะกันได้ พร้อมบอกว่าตอนนี้แต่ละทีมสูญเงินต่อเดือนเยอะสุดๆ

       แบร์กนาร์ด ไคอาซโซ่ ประธานสหภาพสโมสรในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส แสดงความเชื่อว่าลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสน่าจะกลับมาเตะกันได้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

       ลีก เอิง เป็นหนึ่งในลีกดังของทวีปยุโรปที่ถูกสั่งพักการแข่งขันเป็นการชั่วคราว หลังจากที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก ซึ่งมันก็ทำให้มีการตั้งประเด็นกันว่าสุดท้ายแล้วลีกจะเตะกันจนจบได้รึเปล่า และมีบางคนที่บอกว่าซีซั่น 2019-20 ควรจะเป็นโมฆะด้วย อย่างเช่น ฌอง-มิเชล โอลาส ประธาน โอลิมปิก ลียง เป็นต้น

       "การเล่นในลีกให้จบมันคือเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม แม้ว่ามันจะหมายความว่ามันจะต้องไปจบในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รวมถึงต้องกลับมาแข่งกันต่อแบบยากลำบากก็ตาม ตอนนี้ทุกสโมสรกำลังเสียเงินไปถึงราว 250 ล้านยูโร (ประมาณ 8,750 ล้านบาท) ต่อเดือน และเราก็ไม่สามารถเล่นได้จนกว่าสถานการณ์มันจะเปลี่ยนไป นั่นก็คือเราน่าจะกลับมาเตะกันได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม หรืออย่างเร็วสุดก็ในวันที่ 15 มิถุนายน" ไคอาซโซ่ ระบุ

แบกปีละกว่า1.6หมื่นล้านไม่ไหว! บาร์ซ่าขอเมสซี่&ซุปตาร์ลดค่าแรงช่วงวิกฤติ

บาร์เซโลน่า เจ้าบุญทุ่มแห่ง ลา ลีกา เชิญซูเปอร์สตาร์ประจำทีม รวมถึง ลิโอเนล เมสซี่ เข้าถกด่วน เพื่อขอลดค่าเหนื่อย สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำเพราะพิษของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการรายงานของ มาร์ก้า

       ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา จัดเป็นหนึ่งทีมที่แบกภาระค่าเหนื่อยนักเตะสูงสุดในยุโรป โดยมีรายงานว่า พวกเขาต้องจ่ายถึง 438 ล้านปอนด์ (ราว 16,644 ล้านบาท) ต่อหนึ่งฤดูกาลเลยทีเดียว

       สำนักข่าว มาร์ก้า รายงานว่า บรรดาบอร์ดบริหารได้เรียกประชุมเมื่อวันพุธที่แล้ว และมีมติว่า สโมสรต้องขอลดค่าเหนื่อยเหล่าผู้เล่นที่รับค่าจ้างแพง 

       ซึ่งมีผลกับซูเปอร์สตาร์ประจำทีมรวมถึง เมสซี่ ด้วย โดยดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า อาจต้องยอมรับที่จะเห็นค่าแรง 1.15 ล้านปอนด์ (ราว 43.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ของตัวเองถูกหั่นในช่วงที่ฤดูกาลเลื่อนออกไป

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2563

แอต.มาดริดเล็งสอยดาวยิงขาโหดทีมเจอร์ราร์ดร่วมทัพ

แอตเลติโก มาดริด วางแผนแก้ปัญหาแนวรุก โดยเล็งไปที่ อัลเฟรโด้ โมเรลอส กองหน้าจาก เรนเจอร์ส เข้ามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้
       ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือใหญ่ของ แอตเลติโก มาดริด เจอปัญหาอย่างหนักกับการจบสกอร์ หลังทำประตูในลีกเพียง 31 ลูก จากการลงเล่น 27 เกม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการที่ทีมเสีย อ็องตวน กรีซมันน์ ให้แก่ บาร์เซโลน่า ถึงแม้จะคว้าตัว ชูเอา เฟลิกซ์ กับ อีวาน ชาปอนยิช ด้วยค่าตัวรวมกัน 113 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,300 ล้านบาทเข้ามาทดแทนแล้วก็ตาม นอกจากนี้ "ตราหมี" ก็ยังมี 2 หัวหอกดีกรีทีมชาติสเปนอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า และ ดีเอโก้ คอสต้า แต่ปัญหานี้ก็ยังแก้กันไม่ตก

       โดยทาง ดิอาริโอ อาส สื่อจากแดนกระทิงดุ รายงานว่า ซิเมโอเน่ มั่นใจว่าจะใช้เงินจำนวน 10-15 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 380-570 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว อัลเฟรโด้ โมเรลอส มาร่วมทีมได้ ซึ่งเป็นค่าตัวที่ถูกมากๆ เมื่อเทียบกับดาวยิงคนอื่นๆ ในยุโรป

       ดาวยิงทีมชาติโคลอมเบีย วัย 23 ปี ก้าวขึ้นเป็นขวัญใจแห่งถิ่น ไอบร็อกซ์ หลังถล่มประตูได้ถึง 77 ลูกจาก 136 เกม นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เอชเจเค เฮลซิงกิ เมื่อปี 2017 อย่างไรก็ตาม โมเรลอส จัดว่าเป็นแข้งขาดุคนหนึ่งของวงการ โดยเจ้าตัวโดนใบแดงถึง 8 ใบ ตลอดระยะเวลา 2 ซีซั่นที่ผ่านมา

รวมที่สุดแมนยูก่อนพรีเมียร์ลีกเจอโควิด-19ทำพิษ

รวมที่สุดของนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้ ใครมีผลงานดีด้านไหน และเป็นอันดับเท่าไหร่ใน พรีเมียร์ลีก

       โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พา "ปีศาจแดง" ลงเตะเกม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ไปแล้ว 29 เกม เก็บได้ 45 คะแนน รั้งอันดับ 5 ของตาราง ก่อนที่การแข่งขันจะต้องระงับไปจนถึงวันที่ 30 เมษายนเป็นอย่างน้อย เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

       ในซีซั่นนี้ นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด มีใครทำสถิติด้านไหนเด่นสุด และเป็นอันดับที่เท่าไหร่ใน พรีเมียร์ลีก บ้างไปดูกันได้เลย
  • ยิงประตู: มาร์คัส แรชฟอร์ด (14 - อันดับ 6 ร่วมในลีก)
  • แอสซิสต์: แดเนียล เจมส์ (6 – อันดับ 11 ร่วมในลีก)
  • โอกาสยิง: มาร์คัส แรชฟอร์ด (74 – อันดับ 6 ร่วมในลีก)
  • ผ่านบอล: แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (1,824 – อันดับ 8 ในลีก)
  • ผ่านบอลสำคัญ: เฟร็ด (34 –อันดับ 32 ร่วมในลีก)
  • เลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ: มาร์คัส แรชฟอร์ด (44 - อันดับ 25 ร่วมในลีก)
  • ชนะลูกโหม่งกลางอากาศ: แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (87 – อันดับ 7 ในลีก)
  • เข้าสกัด: อารอน วาน-บิสซาก้า (99 – อันดับ 2 ในลีก)
  • ตัดบอล: แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (54 – อันดับ 9 ในลีก)

ขำๆนะแฟนลิเวอร์พูล?รูนี่ย์ยิงมุกยกเลิกซีซั่นก่อนตบท้ายสวยๆ

ขำๆ นะ! เวย์น รูนี่ย์ ยิงมุกอยากให้ยกเลิกซีซั่นในฐานะแฟนบอล เอฟเวอร์ตัน และเคยเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนชม ลิเวอร์พูล คู่ควรแล้วที่จะได้แชมป์

       เวย์น รูนี่ย์ อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน เผยแบบติดตลกว่า ตัวเองอยากจะให้ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ยกเลิกไปเลย หลังต้องระงับการแข่งขันไปจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

       รูนี่ย์ ที่เวลานี้ไปเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เขียนลงคอลัมน์ใน ซันเดย์ ไทม์ส ว่า "ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เวลานี้อย่างที่คุณสามารถนึกถึงได้นั่นแหละ ผมได้รับโทรศัพท์จากแฟนบอล เอฟเวอร์ตัน ที่บอกว่า "ฤดูกาลนี้ควรจะยกเลิก" แน่นอนผมในฐานะเอฟเวอร์โตเนียน และคนที่เคยเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มานาน 13 ปี ก็คิดว่า มันคงจะดีเหมือนกันนะ"

       "อย่างไรก็ตาม ไม่หรอก ลิเวอร์พูล ทำได้เยี่ยมจริงๆ พวกเขาทำงานหนักมาก พวกเขาสมควรคว้าแชมป์ คุณสามารถจินตนาการได้หรือเปล่าล่ะ กับการต้องรอมานาน 30 ปี แล้วจะโดนขโมยไปแบบนี้ ผมคิดว่า มันเป็นการตัดสินที่ถูกต้องแล้วกับการเล่นให้จบฤดูกาล" รูนี่ย์ กล่าว

       ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีก จะกลับมาเริ่มแข่งกันใหม่ในวันที่ 30 เม.ย. แต่ เทเลกราฟ สื่ออังกฤษ เชื่อว่า สถานการณ์ยังไม่น่าดีขึ้น ทำให้คงต้องรอถึงวันที่ 1 มิถุนายน กว่าจะกลับมาฟาดแข้งอีกที และจะใช้เวลาแค่ภายใน 6 สัปดาห์เพื่อเล่นให้จบซีซั่น

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563

ริวัลโด้กระตุ้นคูตินโญ่พิสูจน์ตัวเองกับบาร์ซ่า

ริวัลโด้ ออกโรงปลุกเร้าให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ โชว์ฟอร์มอันสุดยอดออกมาให้ได้หากต้องกลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า โดยเชื่อว่า คูตินโญ่ ยังมีฝีเท้าที่ดีอยู่
       ริวัลโด้ ตำนานดาวเตะชาวบราซิเลียน กระตุ้น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนว่าให้พิสูจน์ตัวเองกับ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก ลา ลีกา สเปน ให้ได้ ในกรณีที่เจ้าตัวต้องกลับไปอยู่กับ "อาซูลกราน่า"

       คูตินโญ่ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ บาร์เซโลน่า ได้ ในตอนที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับที่นั่นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 จนทำให้ฤดูกาลนี้่เขามาเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัว โดยที่ "เสือใต้" มีอ็อปชั่นซื้อขาดเขา แต่ผลงานของเขากับ บาเยิร์น ก็ไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่เหมือนกัน

       ริวัลโด้ เผยว่า "มันดูเหมือนว่า บาเยิร์น มิวนิค จะไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หลังจบฤดูกาลนี้ และเขาก็น่าจะต้องกลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วล่ะก็ คูตินโญ่ ก็ต้องยกระดับของตัวเองขึ้นมาให้ได้ และแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักเตะที่เก่งมากแค่ไหน เหมือนที่เขาเคยทำได้ตอนเล่นที่ประเทศอังกฤษกับ ลิเวอร์พูล รวมถึงตอนที่เขาเคยทำได้กับทีมชาติบราซิล สำหรับทีมชาติแล้วนั้นเขายังเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมอยู่"

       "ผมเชื่อในฝีเท้าของเขา ผมคิดว่าการที่้เขาจะเล่นได้ดีหรือไม่มันขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งด้านจิตใจของเขาเป็นหลัก เขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าคนอื่นๆ คิดผิดที่มองว่าเขาไม่มีทางเล่นได้ดีอีกแล้ว รวมถึงพิสูจน์ว่าเขายังสามารถสร้างความแตกต่างได้ ไม่ว่าจะไปเล่นกับทีมไหนก็ตาม การเล่นให้ บาร์เซโลน่า นับเป็นโอกาสที่พิเศษสำหรับนักเตะทุกคน และบางทีประสบการณ์ในการเล่น บุนเดสลีกา ของ คูตินโญ่ ก็จะเป็นการเปิดโลกให้เขา และทำให้เขาเข้าใจว่า บาร์ซ่า อาจจะเป็นทีมที่เหมาะกับเขา"