วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563

เกมลูกหนังบนดินแดนยอดเขา

แฟนกีฬาชาวไทยน้อยคนนัก ที่จะรู้จักกับการแข่งขันฟุตบอลบนเทือกเขาแอลป์ ในรายการที่มีชื่อว่า “Bergdorf-Em” ในภาษาเยอรมัน หรือ “Mountain Village European Championship” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ศึกลูกหนังชาวเขาชิงแชมป์ยุโรปนั่นเอง

       ก่อนอื่น ต้องเท้าความถึงเทือกแอลป์ก่อนว่า เทือกเขาแห่งนี้ นับเป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 298,128 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 8 ประเทศของทวีปยุโรป ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, เยอรมัน, อิตาลี, ลิกเตนสไตน์, สโลวีเนีย, ฝรั่งเศส และราชรัฐโมนาโก

       ดังนั้น คนที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาแอลป์ของประเทศเหลานี้ มักจะห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก แม้ว่าหลายพื้นที่ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญก็ตาม

       และเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จะไปสร้างสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานบนพื้นที่ของเทือกเขาแห่งนี้ เพราะภูมิประเทศมีแต่ภูเขา แทบจะไม่มีพื้นที่ราบ แถมสภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากอยู่บนพื้นที่สูงนั่นเอง จึงไม่เหมาะแก่การปลูกหญ้าเพื่อสร้างสนามฟุตบอล

       ในอดีตที่ผ่านมาผู้คนที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาแอลป์ ที่มีใจรักในการเล่นฟุตบอล ต้องเล่นกีฬาที่พวกเขาชื่นชอบ ในพื้นที่ที่จำกัดจำเขี่ย มีการจัดการแข่งขัน ก็เป็นเพียงฟุตบอลสนามเล็ก ทว่ากลับได้รับความนิยมอย่างมาก อย่างเช่นการแข่งขัน Bergdorf championship เมื่อปี 1984 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จัดแข่งกันเอง ของกลุ่มชนที่อยู่บนยอดเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนกลายเป็นประเพณีที่จัดกันอย่างต่อเนื่องทุกปี

       จนกระทั่งในปี 2008 ในปีนั้นตรงกับการแข่งขันยูโรป 2008 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับออสเตรีย เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

       ด้วยความที่ทั้ง 2 ชาติ มีพรมแดนติดกัน แถมยังมีเทือกเขาแอลป์ครอบคลุมด้วย จึงทำให้ฟุตบอลแห่งชุมชนชาวเขา ถูกยกระดับให้กลายเป็นฟุตบอลชาวเขาชิงแชมป์แห่งทวีปยุโรป“Bergdorf-Em” โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2008 ก่อนที่ศึกยูโร 2008 จะเริ่มขึ้น เพื่อเป็นการโปรโมตการแข่งขันฟุตบอลยูโรไปในตัว

       โดยหมู่บ้านจีชปง(GSPON) ในหุบเขาซาสตัลเหนือ(Staldenried) รัฐวาเลส์(Valais) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร รับเสื่อที่เป็นเจ้าภาพครั้งแรก ภายใต้การสนับสนุนของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า), สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) และสมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์(SFV)

       นอกจากประเทศที่มีพรมแดนอยู่บนเทือกเขาแอลป์แล้ว หลายประเทศในยุโรป ก็ส่งทีมร่วมแข่งขันเช่นกัน จนทำให้ในครั้งแรก มีทีมร่วมฟาดแข้ง 8 ทีม ซึ่งแต่ละทีม จะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปแข่งขัน เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าว ไม่มีถนนเข้าไปถึงนั่นเอง

       สำหรับกติกาการแข่งขันคร่าวมีดังนี้ สนามฟุตบอลจะมีขนาด 60X40 เมตร, แต่ละฝั่งจะประกอบไปด้วยผู้เล่นฝั่งละ 8 คน(รวมผู้รักษาประตู) ส่วนกติกาอื่นๆ เหมือนฟุตบอลทั่วไป

นอกจากนี้ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ยังกำหนดให้ฟุตบอลรายการนี้ จัดการแข่งขันทุก 4 ปี และต้องจัดปีเดียวกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร อีกด้วย

       สำหรับการแข่งขันในครั้งแรก ปรากฏว่า สเปน คว้าแชมป์มาครอง พร้อมกับทำให้ทีมลูกหนังแดนกระทิงดุ คว้าแชมป์พร้อมกันทั้งยูโร 2008 และ Bergdorf-Em 2008

       จากนั้นในปี 2012 แม้ฟุตบอลยูโร 2012 จะถูกจัดขึ้นที่ประเทศโปแลนด์และยูเครน ซึ่งเป็น 2 ชาติที่ไม่มีพื้นที่ติดกับเทือกเขาแอลป์ แต่ศึกลูกหนังแห่งชาวดอยยุโรป ยังคงเดินหน้าจัดเหมือนเดิม โดยเทศบาลเคลย์นัล (Kleinarl) เมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะล 1,014 เมตร เป็นเจ้าภาพ

        ก่อนที่ สเปน จะคว้าแชมป์ไปครองอีกสมัย และทำให้ทีมลูกหนังแดนกระทิงดุ คว้าแชมป์ทั้งยูโร 2012 และ Bergdorf-Em 2012 พร้อมกันอีกครั้ง

       จากนั้นในครั้งที่ 3 เมื่อปี 2016 ประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นเจ้าภาพยูโร 2016 ได้เป็นเจ้าภาพศึกลูกหนัง Bergdorf-Em 2016 ด้วย โดยจัดการแข่งขันที่ชุมชนมอร์ซีน(Morzine) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดินแดนน้ำหอม โดยครั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดถึง 12 ทีม ซึ่งปรากฏว่า รัสเซีย คว้าแชมป์ไปครอง

       สำหรับในปีนี้ ศึก Bergdorf-Em 2020 ได้ย้ายมาแข่งขันที่หมู่บ้านจีชปง(GSPON) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง โดยจะใช้สนามแข่งขันใหม่ ที่ไม่เคยถูกใช้แข่งขันรายการนี้เมื่อปี 2008 มาก่อน นั่นก็คือ อ็อตมาร์ ฮิตส์เฟลด์ สตาดิโอน(Ottmar Hitzfeld Stadion) โดยสนามนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2009 และตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ อ็อตมาร์ ฮิตส์เฟลด์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่เคยคุมทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

        อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนักไปทั่วโลก จึงทำให้มีเพียง 8 ทีมเท่านั้น ที่ร่วมแข่งขันในครั้งนี้ โดยมีการแบ่งสายการแข่งขันออกมาแล้ว ในกลุ่ม เอ ฮอลแลนด์, เยอรมัน, สวิตเซอร์แลนด์ และ ฝรั่งเศส ส่วนกลุ่ม บี ได้แก่ เบลเยียม, ออสเตรีย, อังกฤษ และ อิตาลี

       ด้วยพิษสงของไวรัสมรณะโควิด-19 นอกจากจะทำให้ศึกยูโร 2020 ถูกเลื่อนไปแข่งขันในปีหน้าแล้ว ศึก Bergdorf-Em 2020 ก็ถูกเลื่อนจากโปรแกรมเดิมเช่นกัน โดยกำหนดการณ์เดิม จะแข่งขันระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2020 เลื่อนไปแข่งขันในระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคมของปีเดียวกัน แฟนกีฬาชาวไทยน้อยคนนัก ที่จะรู้จักกับการแข่งขันฟุตบอลบนเทือกเขาแอลป์ ในรายการที่มีชื่อว่า “Bergdorf-Em” ในภาษาเยอรมัน หรือ “Mountain Village European Championship” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ศึกลูกหนังชาวเขาชิงแชมป์ยุโรปนั่นเอง

       ก่อนอื่น ต้องเท้าความถึงเทือกแอลป์ก่อนว่า เทือกเขาแห่งนี้ นับเป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 298,128 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 8 ประเทศของทวีปยุโรป ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, เยอรมัน, อิตาลี, ลิกเตนสไตน์, สโลวีเนีย, ฝรั่งเศส และราชรัฐโมนาโก

       ดังนั้น คนที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาแอลป์ของประเทศเหลานี้ มักจะห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก แม้ว่าหลายพื้นที่ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญก็ตาม

       และเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จะไปสร้างสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานบนพื้นที่ของเทือกเขาแห่งนี้ เพราะภูมิประเทศมีแต่ภูเขา แทบจะไม่มีพื้นที่ราบ แถมสภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากอยู่บนพื้นที่สูงนั่นเอง จึงไม่เหมาะแก่การปลูกหญ้าเพื่อสร้างสนามฟุตบอล

       ในอดีตที่ผ่านมาผู้คนที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาแอลป์ ที่มีใจรักในการเล่นฟุตบอล ต้องเล่นกีฬาที่พวกเขาชื่นชอบ ในพื้นที่ที่จำกัดจำเขี่ย มีการจัดการแข่งขัน ก็เป็นเพียงฟุตบอลสนามเล็ก ทว่ากลับได้รับความนิยมอย่างมาก อย่างเช่นการแข่งขัน Bergdorf championship เมื่อปี 1984 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จัดแข่งกันเอง ของกลุ่มชนที่อยู่บนยอดเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนกลายเป็นประเพณีที่จัดกันอย่างต่อเนื่องทุกปี

       จนกระทั่งในปี 2008 ในปีนั้นตรงกับการแข่งขันยูโรป 2008 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับออสเตรีย เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

       ด้วยความที่ทั้ง 2 ชาติ มีพรมแดนติดกัน แถมยังมีเทือกเขาแอลป์ครอบคลุมด้วย จึงทำให้ฟุตบอลแห่งชุมชนชาวเขา ถูกยกระดับให้กลายเป็นฟุตบอลชาวเขาชิงแชมป์แห่งทวีปยุโรป“Bergdorf-Em” โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2008 ก่อนที่ศึกยูโร 2008 จะเริ่มขึ้น เพื่อเป็นการโปรโมตการแข่งขันฟุตบอลยูโรไปในตัว

       โดยหมู่บ้านจีชปง(GSPON) ในหุบเขาซาสตัลเหนือ(Staldenried) รัฐวาเลส์(Valais) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร รับเสื่อที่เป็นเจ้าภาพครั้งแรก ภายใต้การสนับสนุนของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า), สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) และสมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์(SFV)

       นอกจากประเทศที่มีพรมแดนอยู่บนเทือกเขาแอลป์แล้ว หลายประเทศในยุโรป ก็ส่งทีมร่วมแข่งขันเช่นกัน จนทำให้ในครั้งแรก มีทีมร่วมฟาดแข้ง 8 ทีม ซึ่งแต่ละทีม จะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปแข่งขัน เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าว ไม่มีถนนเข้าไปถึงนั่นเอง

       สำหรับกติกาการแข่งขันคร่าวมีดังนี้ สนามฟุตบอลจะมีขนาด 60X40 เมตร, แต่ละฝั่งจะประกอบไปด้วยผู้เล่นฝั่งละ 8 คน(รวมผู้รักษาประตู) ส่วนกติกาอื่นๆ เหมือนฟุตบอลทั่วไป

       นอกจากนี้ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ยังกำหนดให้ฟุตบอลรายการนี้ จัดการแข่งขันทุก 4 ปี และต้องจัดปีเดียวกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร อีกด้วย

       สำหรับการแข่งขันในครั้งแรก ปรากฏว่า สเปน คว้าแชมป์มาครอง พร้อมกับทำให้ทีมลูกหนังแดนกระทิงดุ คว้าแชมป์พร้อมกันทั้งยูโร 2008 และ Bergdorf-Em 2008

       จากนั้นในปี 2012 แม้ฟุตบอลยูโร 2012 จะถูกจัดขึ้นที่ประเทศโปแลนด์และยูเครน ซึ่งเป็น 2 ชาติที่ไม่มีพื้นที่ติดกับเทือกเขาแอลป์ แต่ศึกลูกหนังแห่งชาวดอยยุโรป ยังคงเดินหน้าจัดเหมือนเดิม โดยเทศบาลเคลย์นัล (Kleinarl) เมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะล 1,014 เมตร เป็นเจ้าภาพ

       ก่อนที่ สเปน จะคว้าแชมป์ไปครองอีกสมัย และทำให้ทีมลูกหนังแดนกระทิงดุ คว้าแชมป์ทั้งยูโร 2012 และ Bergdorf-Em 2012 พร้อมกันอีกครั้ง

       จากนั้นในครั้งที่ 3 เมื่อปี 2016 ประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นเจ้าภาพยูโร 2016 ได้เป็นเจ้าภาพศึกลูกหนัง Bergdorf-Em 2016 ด้วย โดยจัดการแข่งขันที่ชุมชนมอร์ซีน(Morzine) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดินแดนน้ำหอม โดยครั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดถึง 12 ทีม ซึ่งปรากฏว่า รัสเซีย คว้าแชมป์ไปครอง

       สำหรับในปีนี้ ศึก Bergdorf-Em 2020 ได้ย้ายมาแข่งขันที่หมู่บ้านจีชปง(GSPON) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง โดยจะใช้สนามแข่งขันใหม่ ที่ไม่เคยถูกใช้แข่งขันรายการนี้เมื่อปี 2008 มาก่อน นั่นก็คือ อ็อตมาร์ ฮิตส์เฟลด์ สตาดิโอน(Ottmar Hitzfeld Stadion) โดยสนามนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2009 และตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ อ็อตมาร์ ฮิตส์เฟลด์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่เคยคุมทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

       อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนักไปทั่วโลก จึงทำให้มีเพียง 8 ทีมเท่านั้น ที่ร่วมแข่งขันในครั้งนี้ โดยมีการแบ่งสายการแข่งขันออกมาแล้ว ในกลุ่ม เอ ฮอลแลนด์, เยอรมัน, สวิตเซอร์แลนด์ และ ฝรั่งเศส ส่วนกลุ่ม บี ได้แก่ เบลเยียม, ออสเตรีย, อังกฤษ และ อิตาลี

       ด้วยพิษสงของไวรัสมรณะโควิด-19 นอกจากจะทำให้ศึกยูโร 2020 ถูกเลื่อนไปแข่งขันในปีหน้าแล้ว ศึก Bergdorf-Em 2020 ก็ถูกเลื่อนจากโปรแกรมเดิมเช่นกัน โดยกำหนดการณ์เดิม จะแข่งขันระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2020 เลื่อนไปแข่งขันในระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคมของปีเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น