วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

"ลูกากู" เผย1กุนซือที่ไม่เคยให้อภัย

 หัวหอกอินเตอร์ มิลาน โรเมลู ลูกากู เปิดใจไม่เคยให้อภัย หรือยกโทษกับ อันเดร วิลลาช-โบอาช อดีตกุนซือที่เคยทำงานร่วมกับสมัยอยู่ เชลซี เพราะนายใหญ่เลือดฝอยทอง คือตัวการสำคัญที่ทำให้ตนพลาดช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่กับทัพ "สิงห์บลูส์"

       โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวเก่ง อินเตอร์ มิลาน ยอมรับตนไม่เคยให้อภัย อันเดร วิลลาช-โบอาช กุนซือชาวโปรตุกีส หลังจากที่ตัดชื่อของเขาออกจากทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในชุดที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2011-12

       หัวหอกชาวเบลเยียม ย้ายมาอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2011 ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ (ราว 646 ล้านบาท) แต่ไม่ค่อยได้รับโอกาสจาก วิลลาช-โบอาช ซึ่งในเวลานั้นทำหน้าที่กุมบังเหียน "สิงห์บลูส์" และมักจะโดนจับไปเล่นกับทีมสำรองเป็นส่วนใหญ่

       วิลลาช-โบอาช ยังไม่ใส่ชื่อของเขาอยู่ในทีมชุดลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นนั้นด้วย แถมยังได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีก แค่แมตช์เดียวเท่านั้นช่วงเดือนพฤษภาคม แต่หลังจากนั้นไม่นานกุนซือแดนฝอยทองก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง

       เชลซี ตัดสินใจแต่งตั้ง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ตำนานของสโมสรเข้ามารับหน้าที่แทน และในบั้นปลายก็สามารถนำ เชลซี คว้าโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" ได้อย่างน่าเหลือเชื่อโดยเอาชนะจุดโทษ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค สำหรับเรื่องนี้ ลูกากู เผยว่า "(โรแบร์โต้) ดิ มัตเตโอ บอกกับผมว่าผมควรไปอยู่ร่วมกับทีมจนกระทั่งจบเกมนัดชิงชนะเลิศ"

       "เขาคิดว่าทุกๆ คนควรจะมาอยู่ร่วมกัน รวมทั้งนักเตะที่โดนแบน และผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีชื่อในทีมชุดลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ผมรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำในตอนนั้นจริงๆ นี่คือหนึ่งในชัยชนะที่ผมใฝ่ฝันมาตลอด คุณอยากร่วมฉลองแบบนี้กับทีมในช่วงเวลานั้น"

       "นั่นเป็นเรื่องดีเยี่ยมมากๆ กับคนที่อายุเพียงแค่ 19 ปีอย่างผม (ในเวลานั้น) ผมมีความสุขกับทุกๆ คนในสโมสร แต่มีคนๆ หนึ่ง ที่พรากสิ่งนี้ไปจากผม เทรนเนอร์คนก่อน (วิลลาช-โบอาช) ผมจะไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่เขาทำกับผมในตอนนั้น "

       พร้อมกันนี้ อดีตดาวยิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าตนปฏิเสธที่จะสัมผัสโทรฟี่ "หูกาง" ตอนที่ทุกๆ คนในทีมร่วมเฉลิมฉลอง "ผมไม่ได้ใช้นิ้วไปสัมผัสถ้วยด้วยซ้ำ เพราะผมไม่ได้มีส่วนกับโทรฟี่ใบนี้เลย นี่เป็นนิสัยของผมตั้งแต่ตอนอายุ 11 ปีแล้วหากผมไม่ได้ช่วยอะไรทีม มันก็ไม่ใช่โทรฟี่ของผม คุณต้องช่วยทีมคว้าแชมป์เท่านั้น คุณถึงมีสิทธิ์ที่จะได้ชูถ้วยแชมป์"

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น