วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สนามใครจุกว่า ใน 4 ยักษ์ใหญ่เอเชีย ลุ้นจัด อช.คัพ2027

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือ เอเซียน คัพ 2027 ทางสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้ทำการประกาศให้ชาติสมาชิกทั้งหมดในทวีปเสนอตัวในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันล่วงหน้า ถึง 7 ปี เนื่องจากต้องการให้เจ้าภาพมีความพร้อมสมบูรณ์มากที่สุดเมื่อถึงช่วงการแข่งขันจริง ไม่อยากให้เกิดปัญหาในช่วงก่อนแข่งขันและระหว่างแข่งขัน

       เดิมทีการคัดเลือกเจ้าภาพเอเซียน คัพ จะทำการคัดเลือกกันในช่วงหลังจบทัวร์นาเมนต์ในแต่ละครั้ง ซึ่งรูปแบบดังกล่าวที่ใช้ล่าสุดคือการเลือกประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันปี 2023 ต่อจาก ยูเออี ในปี 2019

       แต่การแข่งขันในปี 2019 ที่ผ่านมา ได้เห็นปัญหารวมไปถึงปัจจัยอื่นๆมากมายเพราะการเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายจาก 16 ทีม เป็น 24 ทีม จำนวนแมตซ์การแข่งขันเพิ่มขึ้นถึง 51 นัด สนามแข่งขันจึงต้องมีสำหรับรองรับ 8-10 สนามที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมไปถึงสนามฝึกซ้อมและปัจจัยด้านอื่นๆ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เดิมทีเอเอฟซี จะปิดการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพตั้งแต่เดือน มี.ค.63 ที่ผ่านมา ซึ่งมี ซาอุดิอาระเบีย ชาติเดียวเท่านั้นที่ยื่นความจำนงเข้ามา ทำให้ต้องยืดเวลาออกไปถึง 30 มิ.ย.63 เนื่องจากมองว่าหลายชาติในเอเชียกำลังเฝ้าดูสถานการณ์

       หลังการยืดเวลาเสนอตัวเจ้าภาพเอเซียน คัพ กลายเป็นห้วงเวลาที่ชาติต่างๆเสนอตัวเพิ่มอีก 3 ประเทศ ประกอบไปด้วย อินเดีย,กาตาร์ และ อิหร่าน ทำให้การแข่งขันนอกสนามครั้งนี้ดูสนุกเข้มข้นขึ้นมาทันที ซึ่งจะว่าไปแล้วใน 4 ชาติมีโอกาสที่จะได้รับสิทธิ์พอๆกันหากประเมินจากความพร้อมในด้านของกายภาพเป็นหลัก อินเดีย ม้านอกสายตาอาจจะดูอ่อนด้อยในเรื่องของการแข่งขันแต่ถ้าเจาะรายละเอียดจริงเรื่องสนามแข่งขันในประเทศอินเดียมีจำนวนมากถึงขั้นมหาศาลอีกทั้งชาติทางซีกเอเชียใต้ยังไม่เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลรายการนี้

       ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมาทั้งหมด 18 ครั้ง ฟุตบอลรายการนี้รอบสุดท้ายจะจัดเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันตก,เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2 ใน 4 รายชื่อที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน อินเดีย,ซาอุดิอาระเบีย ยังไม่เคยรับหน้าที่นี้ ส่วนกาตาร์,อิหร่าน เคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วชาติละ 2 ครั้ง รายละเอียดการต่อสู้คงว่ากันไปตามขั้นตอนเพราะสุดท้ายชาติที่ดีที่สุดในทุกๆด้านจะถูกเลือกโดยสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) เพื่อดำเนินงานของตัวเองต่อไป

       หากจะลองส่องสนามแข่งขันซึ่งเป็นปัจจัยหลักทั้ง 4 ชาติ ทุกชาติมีความแข็งแกร่งแตกต่างจากกันไป ซาอุดิอาระเบีย มีสนามแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ คิงฟาฮัด อินเตอร์เนแนล สเตเดี้ยม ความจุ 67,000 ที่นั่ง ขณะที่สนามรองๆลงมาจะมีความจุลดหลั่นกันแต่อยู่ในเกณฑ์ระดับ 20,000 -62,000 ที่นั่งอีกจำนวน 12 สนาม

       ด้าน อินเดีย เป็นประเทศที่มีการสร้างสนามกีฬาความจุระดับหลักหมื่นมากเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย สนามที่ใหญ่ที่สุดในการเสนอตัวครั้งนี้คือ ซอล์ทเลค สเตเดี้ยม ความจุ 85,000 ที่นั่ง ก่อนหน้านี้ในปี 2023 อินเดียเคยเสนอไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ไม่สำเร็จ

ขณะที่กาตาร์ ความพร้อมของการเป็นเจ้าภาพเกิดจากการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 มีการสร้างสนามแข่งขันใหม่ขึ้นมามากมาย โดยสนาม ลูเซียล ที่สร้างขึ้นมาใหม่มีความจุถึง 86,250 ที่นั่ง พร้อมกับสนามสนามระดับรองรับผู้ชม 40,000 ที่นั่งขึ้นมาอีกหลายสนาม ส่วนอิหร่าน ประเทศที่คลั่งไคล้ฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจมีสนามฟุตบอลระดับมาตรฐานในประเทศมากมาย โดยเฉพาะความจุระดับ 20,000 -78,116 ที่นั่งมีถึง 16 สนาม

       คงต้องติดตามก่อนถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 จะมีชาติไหน?เสนอตัวเพิ่มอีกหรือไม่แต่ทีมชาติไทยของเราจำเป็นต้องศึกษาไว้เพราะฟุตบอลเอเซียน คัพ คือเรื่องใกล้ตัวเนื่องจากเราต้องแย่งชิงโควตาไปเล่นรอบสุดท้าย ในทวีปเอเชียมีสมาชิกทั้งหมด 46 ชาติ รอบสุดท้ายคัดทีมให้เหลือ 24 ทีมรวมเจ้าภาพนั่นหมายถึงอัตราส่วนที่เกินครึ่งของทวีป

       ซาอุดิอาระเบีย : คิงฟาฮัด สเตเดี้ยม(67,000 ที่นั่ง ), คิง อับดุลลาห์ เจดาห์(62,241 ที่นั่ง), ปรินส์ โมฮัมเหม็ด ดัมมาน(36,000 ที่นั่ง) คิงอังดุลเอซิส(33,195 ที่นั่ง), ปรินส์อับดุลลาห์(27,000 ที่นั่ง), คิงซาอัด (25,000),คิงอับดุลลาห์(25,000 ที่นั่ง), ปรินส์โมฮัมเหม็ด(24,000 ที่นั่ง), รินสส์ อับดุล มูซา(22,000 ที่นั่ง)

       อินเดีย: ซอล์ทเลค (85,000 ที่นั่ง), จาร์วาฮาร์ลาล (60,500 ที่นั่ง), จาร์วาฮาร์ลาล เดลี(60,000 ที่นั่ง), จาร์วาฮาร์ลาล เชนไน (40,000 ที่นั่ง), สรี กันธีราวา(25,000 ที่นั่ง), JRD(25,000 ที่นั่ง), อินเดียรา(23,850 ที่นั่ง),ฟาตอร์ดา(19,000 ที่นั่ง), เชร์ชิพ(11,900 ที่นั่ง)

       กาตาร์: ลูเซียล อิโคนิค(86,250 ที่นั่ง), อัลบายัต(60,000 ที่นั่ง), อีดูเคชั่น ซิตี้ (45,350 ที่นั่ง), อัลวาคราซ์(45,120 ที่นั่ง ), โดฮาพอร์ท (44,950 ที่นั่ง), อาเหม็ด (44,740 ที่นั่ง), คาลิฟา(40,000 ที่นั่ง), อัลทูมามา(40,000 ที่นั่ง), ทาสนี จัสซิม(21,175 ที่นั่ง)

       อิหร่าน: อาซาดี้(78,116 ที่นั่ง), จาฮาล(75,000 ที่นั่ง), ยาเดการ์(66,833 ที่นั่ง), พาส(50,000 ที่นั่ง), กาเดอร์(38,960 ที่นั่ง), ซาเมน (35,000 ที่นั่ง), ฟูลาด(30,655 ที่นั่ง), ตัคติ(30,122 ที่นั่ง), เมสเคอมาน (30,000 ที่นั่ง)

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น