วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เขากลับมาแล้ว!โรนัลโด้ฟื้นจาก "โควิด-19" เรียบร้อย


สาวก "ม้าลาย" ได้รับข่าวดี เพราะล่าสุด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนสำคัญ พร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว หลังผลตรวจ "โควิด-19" ครั้งล่าสุดออกมาเป็นลบ

     ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส ได้ฟื้นตัวจากการติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" เรียบร้อย หลังผลการตรวจรอบล่าสุดออกมาเป็นลบ

     โรนัลโด้ ต้องกักตัวยาวนับตั้งแต่ถูกตรวจพบติดเชื้อ "โควิด-19" ระหว่างกลับไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส ช่วงกลางเดือน ทว่าผลการตรวจหนล่าสุดออกมาเป็นลบ ทำให้ ดาวเตะวัย 35 ปี สามารถออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง หลังกักตัวนานถึง 19 วัน

     "คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 เรียบร้อย และผลที่ออกมาเป็นลบ ดังนั้นผู้เล่นคนนี้ถือว่าได้ฟื้นตัวกลับมาเรียบร้อย หลังผ่านพ้นไป 19 วัน และไม่จำเป็นต้องถูกกักตัวอยู่ที่บ้านอีก" แถลงการณ์จาก ยูเวนตุส ระบุ

     ทั้งนี้ โรนัลโด้ จำเป็นต้องเข้ารับการเช็คสภาพร่างกายอีกรอบ ก่อนกลับมาลงสนามอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการตรวจในวันเสาร์นี้ ด้วยความหวังที่จะได้กลับมามีชื่อช่วยทีมในเกมลีก นัดที่ทัพ "ม้าลาย" มีคิวบุกไปเยือน สเปเซีย วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน

แฟนท็อฟฟี่เซ็ง!เอฟเวอร์ตันไร้ฮาเมสเยือนนิวฯ


คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน แจงชัด ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพคนเก่ง จะไม่มีชื่อช่วยทีมในเกมบุกไปดวล นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด วันอาทิตย์นี้ พร้อมชี้เกมนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งเรื่องขุมกำลังนักเตะของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน"

     คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน ยืนยันว่า ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางตัวรุกคนสำคัญ จะไม่ได้ช่วยทีมในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีคิวบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากต้องการให้ตัวนักเตะได้พักแข้ง หลังกรำศึกหนักมาตั้งแต่เกมเปิดซีซั่น

     ฮาเมส ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ครบทั้ง 6 นัด ซึ่งก็รวมถึงการลงเต็ม 90 นาที ในเกมล่าสุดที่ เอฟเวอร์ตัน บุกไปแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ทั้งที่ อันเชลอตติ รู้สึกเป็นกังวลกับสภาพความฟิตของเจ้าตัว

     ทว่าล่าสุด "อันเช่" แจงชัดว่า จอมทัพเลือดโคลอมเบียวัย 29 ปี จะได้พักในเกมวันอาทิตย์นี้ เพื่อให้พร้อมสำหรับแมตช์สำคัญที่ เอฟเวอร์ตัน มีโปรแกรมเปิดรัง กูดิสัน พาร์ค รับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน

    "เราได้ จอนโจ เคนนี่ และ (จาร์ราด) แบรนธ์เวต กลับมา ส่วน ฮาเมส จะไม่ได้ลงเล่น และเราก็จะไม่มี (เชมัส) โคลแมน รวมถึง ริชาร์ลิซอน และ ลูก้าส์ ดีญ ที่ต่างติดโทษแบนด้วย สำหรับ ฮาเมส นั้น เขาลงเล่นมาทุกเกม และตอนนี้เขาก็มีปัญหาเจ็บเล็กน้อยด้วย ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องได้พักบ้าง เพื่อให้พร้อมสำหรับเกมต่อไป" ยอดกุนซือชาวอิตาเลียนวัย 61 ปี กล่าว

     ด้วยการที่ขาดผู้เล่นแกนหลักหลายคน ทำให้ อันเชลอตติ มองว่า เกมวันอาทิตย์นี้จะเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งเรื่องขุมกำลังนักเตะของ เอฟเวอร์ตัน "ผมคิดว่า ด้วยการที่เราขาดนักเตะตัวหลักไปหลายคน มันจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะได้รู้คุณภาพที่แท้จริงของทีมเรา เพราะมันจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักเตะคนอื่นๆ ได้ลงเล่น และแสดงฝีเท้าออกมา เพื่อช่วยให้ทีมยังคงเป็นผู้นำในตารางคะแนน"

     ทั้งนี้ เอฟเวอร์ตัน กำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก โดยมี 13 แต้ม จากการลงแข่ง 6 นัด เท่ากับ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับสอง แต่พวกเขามีผลต่างประตูได้-เสียดีกว่า "หงส์แดง"

บาเยิร์นเน้นชัยแย่งฝูง,ไลป์ซิกต้องอัดยึดหัวตารางPPTVยิงสด


"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค หากชนะนัดนี้ได้ก่อน จะรั้งตำแหน่งจ่าฝูงทันที มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นำบุกถิ่น "แพะบ้า" โคโลญจน์ ส่วน ไลป์ซิก ที่กลางสัปดาห์แพ้ยับบอลยุโรป ขอแก้ตัวเยือน "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค เพื่อปกป้องหัวฝูง พีพีทีวี ถ่ายทอดสดเวลา : 00.30 น. ในการแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

ปรีวิว ฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 
โคโลญจน์ (16) - บาเยิร์น มิวนิค (2)
เวลา : 21.30 น.

สนาม : ไรน์เอเนอร์กี้ สตาดิโอน

     โคโลญจน์ ของเทรนเนอร์ มาร์คุส กิสโดล ฟอร์มกระเตื้องเล็กน้อยแต่ยังรั้งท้ายตาราง ซึ่งสภาพทีมยังขาด โยนาส เฮคเตอร์ (กระดูกคอ) กับ โฟลเรียน ไคน์ซ (เข่า) ทั้งคู่

     การจัดทัพปรับถอย มาริอุส โวล์ฟ ลงยืนแบ็กขวา และส่ง ดิมิทริออส ลิมมินอส ลงปั้นเกมรุกร่วมกับ ออนเดรย์ ดูด้า และ อิสมาอิล ยาค็อบส์ หน้าเป้ายึด เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน มิดฟิลด์คู่กลางปรับส่ง มาร์โค เฮอเกอร์ ยืนคู่ เอลเยส ชักห์รี

     ด้านทัพ "เสือใต้" ของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ฟอร์มกลับมาสุดยอดชนะ 7 นัดรวดทุกรายการ ยิงได้รวม 25 ประตู สภาพทีมแข้งที่ชวดคือ ต็องกีย์ เนียงซู (กล้ามเนื้อ) กับ อัลฟอนโซ่ เดวิส (ข้อเท้า) ทั้งคู่ รวมถึง โกร็องแต็ง โตลิสโซ ที่ติดโทษแบนจากการถูกใบแดง
     การจัดทัพ ฟลิค จะหมุนเวียนพอสมควรส่ง บูนา ซาร์, เยโรม บัวเต็ง, เลออน โกเรทซ์ค่า และ แซร์ช นาบรี้ คืนตัวจริง ขณะที่แกนหลักแต่ละตำแหน่งอย่าง มานูเอล นอยเออร์, ดาวิด อลาบา, โยชัว คิมมิช และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พร้อมลงตัวจริงต่อไป

บาร์ซ่าขอกู้ฟอร์มในลีก "กริซมันน์-เมสซี่" นำทัพบุกซัลโวถิ่นอลาเบส


"เจ้าบุญทุ่ม" แม้จะทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในยูซีแอล ทว่าในลีกไม่ชนะมา 3 นัดติดแล้ว ล่าสุดพ่ายคาคัมป์ นูให้คู่ปรับ เรอัล มาดริด 1-3 ทำให้เกมนี้ โรนัลด์ คูมัน ต้องเน้นเพื่อสามแต้มเท่านั้น แนวรุกจัดเต็มวาง อองตวน กริซมันน์ เป็นหน้าเป้าโดยมี ลิโอเนล เมสซี่ รับบทเพลย์เมกเกอร์ ในเกมบุกไปเยือน อลาเบส ศึก ลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม นี้ เริ่มแข่งขัน เวลา 03.00 น.

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน 
อลาเบส (15) - บาร์เซโลน่า (12) 
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 เวลา : 03.00 น.

สนาม : เอสตาดิโอ เด เมนดิซอร์โรซ่า

     ปาโบล มาชิน ไม่มีปัญหาในการจัดทัพเกมนี้ และน่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมบุกชนะ เรอัล บายาโดลิด ลงสนามทั้งหมด แนวรับส่ง บิคตอร์ ลากวาร์เดีย ลงยืนเป็น 3 เซนเตอร์แบ็กร่วมกับ ชีโม่ นาบาร์โร่ และ ฟลอเรียง เลอเณิน ตำแหน่งวิงแบ็ก

     ตรงกลางมี โรดรีโก้ บัตตาย่า เดินเกมร่วมกับ โตมัส ปีน่า แนวรุกวาง โฆต้า เปเรเตยโร่ เป็นหน้าต่ำ อยู่หลังคู่กองหน้า โฆเซลู ซาน มาร์ติน กับ ลูกัส เปเรซ ส่วนในรายของ เปเร่ ปอนส์ กระดูกเท้าแตกต้องพักยาวถึงธันวาคม

     โรนัลด์ คูมัน จะไม่มี โรนัลด์ อาเราโฮ เซนเตอร์แบ็กอุรุกวัยที่เจ็บกล้ามเนื้อจากเกมกับ ยูเวนตุส แต่ไม่มีปัญหา เพราะ เกลม็อง ล้องเล่ต์ กับ เคราร์ด ปีเก้ พร้อมลงสนามอยู่แล้ว ส่วนแบ็กขวากับซ้ายจะเป็น เซอร์จินโญ่ เดรสต์ กับ ยอร์ดี้ อัลบา ลง

     ในแดนกลาง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ บัญชาเกมร่วมกับ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ส่วนแนวรุก ตริสเกา จะกลับมาเป็นตัวจริงทางฝั่งขวา ,อันซู ฟาติ ยืนด้านซ้าย และลิโอเนล เมสซี่ เป็นหน้าต่ำ ดัน อองตวน กริซมันน์ ยืนสูงในบทบาท fault 9 ในรายของผู้เล่น บาดเจ็บก่อนหน้านี้ยังมีทั้ง มาร์ค อังเดร แทร ชตีเก้น กับ ซามูแอล อุมตีตี้ ยังไม่พร้อมลงสนาม

ทวงจ่าฝูงคืน! เรอัล มาดริดจัดหนัก "อาซาร์" คืนทัพรับน้องใหม่ อ้วยส์ก้า


แชมป์เก่า เรอัล มาดริด ผลงานในยุโรปสวนทางกับในลีกอย่างชัดเจน ล่าสุดต้องไล่ตีเสมอ กลัดบัค 2-2 ส่วนฟอร์มในลีกยอดเยี่ยมเกมล่าสุดบุกไปปราบ บาร์เซโลน่า ถึงคัมป์ นู 3-1 เกมนี้ข่าวดีได้ เอแดน อาซาร์ กลับมาช่วยทีมพร้อมลงล่าตาข่ายร่วมกับ โรดรีโก้ และคาริม เบนเซม่า ในเกมเปิดบ้านรับมือ "น้องใหม่" อ้วยส์ก้า ศึก ลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์นี้ เวลา 20.00 น.

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน 
เรอัล มาดริด (2) - อ้วยส์ก้า (18) 
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 เวลา : 20.00 น.

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    ซีเนดีน ซีดาน ต้องรอเช็กความฟิตของ ติโบลต์ กูร์กตัวส์ ที่มีอาการเจ็บเล็กน้อยจากเกมกับ กลัคบัค ถ้าไม่ไหว อังเดร ลูนิน จะได้โอกาสเฝ้าเสาแทน ส่วนแผงหลังมีโอกาสที่จะโยกเอา แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ไปเล่นฝั่งขวาเพื่อโรเตชั่น และให้ มาร์เซโล่ ลงเป็นตัวจริงทางแบ็กซ้าย ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ เซร์คิโอ รามอส จะจับคู่กับ เอแดร์ มิลิเตา

     ในแดนกลาง เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ จะลงตัดเกม โดยมี ลูก้า โมดริช กับ อิสโก้ ได้ลงมาเป็นตัวจริงคอยทำเกม ส่วนเกมรุกจะปรับอีกครั้ง เอแดน อาซาร์ จะได้โอกาสลงเป็นตัวจริงทางกราบซ้าย ขวาใช้ โรดรีโก้ และมี คาริม เบนเซม่า เป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วนในรายของ ดานี่ การ์บาฆาล ,อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า,มาเรียโน่ ดิอ๊าซ ยังคงบาดเจ็บทั้งหมด

     มิเชล อังเคล ซานเชซ ไม่มีปัญหาบาดเจ็บเพิ่มเติมในเกมนี้ และเตรียมจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากนัดก่อนลงสนามทั้งหมด แผงแบ็กโฟร์ประกอบด้วย ปาโบล มาฟเฟโอ แบ็กขวา, ฆอร์เค่ ปูลีโด้ ยืนเซนเตอร์แบ็กร่วมกับ ดิมิติรออส ซิโอวาส ส่วนทาง

     แดนกลาง เปโดร มอสเกร่า เดินเกมตรงกลางร่วมกับ ไฆเม่ เซโออาเน่ ส่วนเกมรุกริมเส้นใช้ ดาบิด เฟร์เรยโร่ กับ บอร์ฆา การ์เซีย ลากเลื้อย และให้ ซานโดร รามิเรซ ยืนคู่หัวหอกกับ ซานโดร รามิเรซ ส่วนในรายของ ชินจิ โอกาซากิ,อันโตนิโอ บาเลร่า,เปโดร โลเปซ มีปัญหาบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เบนเซม่าเคลียร์ใจวินิซิอุสหลังบอกเพื่อนไม่ต้องส่งบอลให้


อาส กับ มาร์ก้า 2 สื่อของสเปน ตีข่าว คาริม เบนเซม่า หัวหอกจอมเก๋าของ เรอัล มาดริด ไปอธิบายและขอโทษ วินิซิอุส จูเนียร์ หลังก่อนหน้านี้ เบนเซม่า ไปยุให้ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ว่าอย่าผ่านบอลให้ วินิซิอุส เด็ดขาด ซึ่งแข้งเลือดแซมบ้าก็ไม่ติดใจอะไรกับเรื่องดังกล่าวแล้ว

     คาริม เบนเซม่า กองหน้าประสบการณ์สูงของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน เข้าไปอธิบายและขอโทษ วินิซิอุส จูเนียร์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีม หลังจากก่อนหน้านี้เหมือนจะเกิดประเด็นความบาดหมางระหว่างทั้งสองฝ่าย ตามรายงานของ อาส และ มาร์ก้า 2 สื่อชื่อดังของแดนกระทิงดุ

     ในช่วงพักครึ่งของเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดที่ มาดริด ออกไปเสมอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-2 เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น มีกล้องวิดีโอถ่ายคลิปได้ว่า เบนเซม่า เข้าไปพูดกับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ แบ็กซ้ายเพื่อนร่วมทีมว่าห้ามผ่านบอลให้นักเตะคน 1 ของ มาดริด เด็ดขาด เพราะนักเตะคนนั้นเล่นได้แย่จนกำลังจะทำให้ทีมแพ้

     ถึงแม้หัวหอกชาวฝรั่งเศสจะไม่ได้พูดชื่อว่าเป็นใคร แต่สื่อหลายเจ้าในแดนน้ำหอมต่างก็รายงานตรงกันว่าคนๆ นั้นคือ วินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เบนเซม่า ก็ไม่ได้ผ่านบอลให้กับ วินิซิอุส แม้แต่ครั้งเดียวเช่นกัน จนทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่าทั้งคู่อาจจะกำลังบาดหมางกันอยู่ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาดูมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันประหนึ่งอาจารย์กับลูกศิษย์เลยทีเดียว

     อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทั้ง อาส และ มาร์ก้า ซึ่งเป็นสื่อที่ถือว่าอยู่ฝั่ง มาดริด และรู้เรื่องวงในของสโมสรเป็นอย่างดีนั้น ต่างก็รายงานตรงกันว่าในการซ้อมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา เบนเซม่า ตรงเข้าไปหา วินิซิอุส เพื่อที่จะอธิบายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งแข้งชาวบราซิเลียนก็ไม่ได้ติดใจอะไรจนทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี

ติดโควิดเกิน10คน!สั่งเลื่อนเกมโอแอ็ม-ล็องส์


เกมระหว่าง มาร์กเซย กับ ล็องส์ โดนสั่งเลื่อนหลังจากที่แข้งของ ล็องส์ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิน 10 คนด้วยกัน โดยยังไม่ชัวร์ว่าจะไปเตะกันวันไหนแทน

     ลีกฟุตบอลอาชีพฝรั่งเศส (แอลแอฟเป) ประกาศเลื่อนเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส นัดที่ โอลิมปิก มาร์กเซย มีคิวเปิดรัง สต๊าด เวโลโดรม เจอกับ ล็องส์ วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากที่มีนักเตะของทีมเยือนมากกว่า 10 คน ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการตรวจแข้งทั้ง 30 รายของ ล็องส์ ที่ถูกลงทะเบียนเอาไว้

     ปัจจุบันที่ทวีปยุโรปกำลังเกิดการหวาดกลัวว่าจะมีการแพร่ระบาดอย่างหนักเป็นรอบที่ 2 ของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะจำนวนคนติดเชื้อรายใหม่ยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง โดยเมื่อไมกี่วันก่อนที่ฝรั่งเศสมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 47,637 รายเลยทีเดียว

     ทั้งนี้ แอลแอฟเป ไม่ได้บอกว่าเกมระหว่างทั้งคู่จะถูกเลื่อนไปเตะกันในวันไหน โดยที่จริงก่อนหน้านี้ ล็องส์ ก็เคยโดนสั่งเลื่อนเกมกับ น็องต์ส ไปแล้ว จากการที่ตอนนั้นมีนักเตะของ ล็องส์ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อร้ายมากถึง 11 คนด้วยกัน

ไม่เชื่อน้ำยา!ริวัลโด้ฟันธงบาร์ซ่าวืดแชมป์ชปล.


ริวัลโด้ อดีตยอดแข้งเลือดแซมบ้า ฟันธง บาร์เซโลน่า ไม่มีทางได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ ต่อให้จะออกสตาร์ตในรายการดังกล่าวได้ดีก็ตาม พร้อมชี้ การลาออกจากการเป็นประธานของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ริวัลโด้ ตำนานดาวเตะชาวบราซิเลียนแสดงความเชื่อว่า บาร์เซโลน่า อดีตต้นสังกัดของตนในศึก ลา ลีกา สเปน ไม่มีโอกาสลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

     บาร์เซโลน่า ออกสตาร์ตได้ดีในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ ด้วยการเก็บได้ 6 แต้มเต็มจากการลงเล่น 2 นัด อย่างไรก็ตามผลงานในลีกของพวกเขาถือว่าน่าผิดหวังเมื่อเก็บไปเพียง 7 คะแนนจากการลงสนาม 5 เกม แถมที่ผ่านมา "อาซูลกราน่า" ยังเจอเรื่องวุ่นนอกสนามจากการบริหารของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว เยอะพอตัวด้วย ก่อนที่ล่าสุด บาร์โตเมว จะประกาศลาออกจากการเป็นประธานของสโมสร

     อดีตแข้งเลือดแซมบ้าเผยว่า "ฤดูกาลนี้ยังต้องเตะกันอีกนานก็จริง แต่จนถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้เห็น บาร์เซโลน่า ในสภาพเดิมเลย ผมไม่เชื่อมั่นในทีมชุดนี้ และคิดว่าพวกเขาไม่แสดงให้เห็นถึงเคมีนักสู้สำหรับการล่าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากพอ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถลุ้นแชมป์ ลา ลีกา แข่งกับ เรอัล และ แอตเลติโก มาดริด ไหว เพราะพวกเขายังมีนักเตะชั้นยอดหลายคน และยังมีออร่าที่ดีใน สเปน แต่ผมไม่มั่นใจกับโอกาสการลุ้นแชมป์ของ บาร์ซ่า ในการดวลกับบรรดาทีมชั้นยอดของทวีปยุโรป"

     ริวัลโด้ แสดงความเห็นด้วยว่าการที่ บาร์โตเมว ลาออกจากตำแหน่งถือเป็นทางเลือกที่ดีของทุกฝ่าย "อนาคตของ โจเซป บาร์โตเมว เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมานานแล้ว และมันก็ทำให้สโมสรเกิดความสั่นคลอนตามไปด้วย ท้ายที่สุดแล้วมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่เขาต้องก้าวลงจากตำแหน่ง"

     "มันมีการตำหนิกันอย่างหนัก ผมเชื่อว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วที่ในที่สุดเขาตัดสินใจยุติปัญหาและปล่อยให้สโมสรเดินไปข้างหน้า ผมมั่นใจว่าที่ผ่านมา บาร์โตเมว ทำเรื่องต่างๆ โดยที่อยากให้สโมสรได้รับประโยชน์ที่ดีที่สุด แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่ดีที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสักครั้งด้วยการยอมลาออก สโมสรต้องการความมั่นคง และมันก็ต้องกลับไปให้ความสำคัญกับเรื่องฟุตบอลด้วย ยิ่งเรื่องนี้ยืดเยื้อนานเท่าไหร่มันก็ยิ่งส่งผลเสียกับสโมสรมากขึ้นเท่านั้น"

กิ๊กส์กังวลแมนยูร้างแชมป์ลีกนานเหมือนลิเวอร์พูล


ไรอัน กิ๊กส์ อดีตยอดดาวเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก้มหน้ารับ กลัวว่า "ปีศาจแดง" ต้องรอนาน 20 ปีก่อนที่จะได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดกุนซืออย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ยังทำงานอยู่ใน พรีเมียร์ลีก ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า "ปีศาจแดง" อาจจะต้องรอนานถึง 20 ปีกว่าที่จะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง เหมือนอย่างที่ ลิเวอร์พูล เคยเจอ

     แมนฯ ยูไนเต็ด เคยครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษเป็นเวลานานจนถึงขั้นได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ถึง 13 สมัย (ถ้านับรวมกับตอนที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1 จะเป็นแชมป์ 20 สมัย) แต่พวกเขาก็ไม่ได้แชมป์ลีกอีกเลยนับตั้งแต่ฤดูกาล 2012-13 เป็นต้นมา แถมพักหลังมานี้ผลงานโดยรวมก็ถือว่าน่าผิดหวังจนทำให้หลายคนมองว่ามันเข้าสู่ยุคตกต่ำของทีม

     ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงรุ่งสุดขีด เพราะเมื่อซีซั่นก่อนพวกเขาได้แชมป์ลีกไปครอง จนทำให้มันถือเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกของพวกเขาในรอบ 30 ปี ขณะที่ในฤดูกาล 2018-19 ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปเชยชมด้วย

     ทั้งนี้ กิ๊กส์ เพิ่งไปร่วมรายการพ็อดแคสต์ของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล และพอโดน คาร์ราเกอร์ ถามว่าเขากังวัลว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรอนานเหมือน ลิเวอร์พูล หรือไม่กว่าที่จะได้แชมป์ลีกอีกครั้งนั้น อดีตดาวเตะชาวเวลส์ก็ตอบว่า "กังวลสิ กังวลแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลย มันอาจจะต้องใช้เวลา 15 ปีหรือ 20 ปีเลยก็ได้กว่าที่พวกเขาจะได้แชมป์อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก (เจอร์เก้น) คล็อปป์ กับ (เป๊ป) กวาร์ดิโอล่า ยังทำงานกันที่นี่ พวกเขามีทั้งเงินและนักเตะที่ดีหลายคน ดังนั้นเราเลยต้องย้อนไปดู ลิเวอร์พูล ในครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่พวกเขาได้แชมป์ลีกเมื่อปี 1990 เป็นตัวอย่าง สมัยนั้นพวกเขาเองก็เชื่อกันอย่างเต็มเปี่ยมว่า -เราจะได้แชมป์ลีกอีกครั้งในเร็วๆ นี้แน่นอน-"

     "ขนาดคนอย่าง คล็อปป์ ยังต้องใช้เวลา 4 ปีครึ่งกว่าที่จะได้แชมป์ลีกเลย มันใช้เวลานานมาก ผมคิดว่าสิ่งที่ คล็อปป์ ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ทีมเก่งขึ้นในทุกๆ ฤดูกาล หรือได้แชมป์ลีก, ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก น่ะ มันก็แสดงให้เห็นว่าเขาทำให้ทีมมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดังนั้นความกดดันมันเลยลดลงนิดหน่อย ในขณะที่กุนซือ (คนอื่นๆ) ทุกคนและการเสริมทัพทุกรายถูกมองว่า -เขาจะทำให้เราได้แชมป์ลีกแน่นอน- แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่อย่างนั้น"

ฝีมือดี!อดีตหอกซิตี้เชียร์ใครคุมทีมต่อจากเป๊ป


ฌอน โกเตอร์ อดีตดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ระบุ ถ้าเกิด โจเซป กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้อยู่คุมทีมต่อแล้วนั้น ตนอยากให้ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เข้ามารับงานต่อ โดยบอกว่า นาเกลส์มันน์ มีสไตล์การทำทีมคล้ายกับ กวาร์ดิโอล่า แถมยังเป็นคนที่ใจกล้าสุดๆ อีกต่างหาก

     ฌอน โกเตอร์ อดีตกองหน้าคนดังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนับสนุนให้ "เรือใบสีฟ้า" ดึง ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เทรนเนอร์ แอร์เบ ไลป์ซิก มาคุมทัพถ้าหาก โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันบอกลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม

     อนาคตของ กวาร์ดิโอล่า กับ แมนฯ ซิตี้ กำลังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลังกำหลังจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ปีหน้าแต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการต่อสัญญากันเลย ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตนายใหญ่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คือคนที่บอร์ดบริหารของ แมนฯ ซิตี้ อาจจะดึงมาคุมทีมแทน กวาร์ดิโอล่า

     โกเตอร์ เผยว่า "ผมชอบ นาเกลส์มันน์ มากๆ เขาเป็นกุนซืออายุน้อยที่ใจกล้า, ชอบเล่นเกมบุก ซึ่งนั่นก็ตรงกับสไตล์ของ เป๊ป พอดี"

     "สไตล์การเล่นของ ซิตี้ คือการเน้นครองบอลด้วยความสร้างสรรค์, ให้ฟูลแบ็กบุกขึ้นหน้าโดยที่ต้องสลับสับเปลี่ยนได้ด้วย ดังนั้นคุณจะไม่ได้เป็นเฉพาะนักเตะริมเส้นหรือปีกเวลาที่เจอเกมบุกของ แมนฯ ซิตี้ แต่จะเจอจากทั้งปีกและฟูลแบ็ก ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็จะทำงานร่วมกับแนวรุก 3 คนอีกที นั่นเป็นสไตล์ที่ เป๊ป สร้างขึ้นมา"

     "ตอนได้ดูทีมของเขาเล่นน่ะมันทำให้ผมรู้สึกว่า นาเกลส์มันน์ เป็นกุนซือประเภทที่กล้าหาญมากๆ และผมชอบตรงจุดนั้นในตัวเขา กรณีของ โปเช็ตติโน่ เราได้เห็นกันแล้วว่าเขาทำงานได้ในระดับไหนตอนอยู่กับ ท็อตแน่ม ตอนนั้นเขากำลังเริ่มสร้างบางอย่างขึ้นมาได้ในฐานะกุนซือที่ดี แต่เขาไม่ได้แชมป์เลย ถึงกระนั้นเขายังทำให้ทีมมีสไตล์การเล่นที่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นกุนซือที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งคู่"

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผลงานน่าผิดหวัง!ฮามันน์ชี้เป๊ปโชคดียังไม่โดนเด้ง


ดีทมาร์ ฮามันน์ ระบุ โจเซป กวาร์ดิโอล่า โชคดีเหลือเกินที่ยังได้คุม แมนฯ ซิตี้ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะที่จริงผลงานของ กวาร์ดิโอล่า ถือว่าน่าผิดหวังสุดๆ เนื่องจากยังไม่สามารถนำแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาให้กับ "เรือใบสีฟ้า" ได้สักที พร้อมเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ จะไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเร็วๆ นี้ชัวร์

     ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตกองกลางคนดัง แสดงความเห็นว่า โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โชคดีสุดๆ ที่ยังไม่โดนปลดออกจากตำแหน่ง ทั้งที่ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สักที

     แมนฯ ซิตี้ ต้องการได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มากๆ จนตัดสินใจดึง กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีมเมื่อปี 2016 และสนับสนุนการเสริมทัพของเขาอย่างเต็มที่ แต่จนแล้วจนรอด กวาร์ดิโอล่า ก็ยังไม่สามารถนำถ้วย "บิ๊กเอียร์" มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้สักที แถมที่จริงอดีตนายใหญ่ บาร์เซโลน่า กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็ไม่เคยพา "เรือใบสีฟ้า" ผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศได้ด้วยซ้ำ ขณะที่ตอนนี้อนาคตของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะเจ้าตัวจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าแล้ว

     ฮามันน์ ซึ่งเคยเล่นให้ทั้ง บาเยิร์น, ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ กล่าวว่า "ลองดูสถิติของพวกเขาใน แชมเปี้ยนส์ ลีก สิ ผมบอกเลยว่าถ้าเป็นกุนซือคนอื่นน่ะป่านนี้คงโดนไล่ออกไปแล้ว ผมคิดว่าบอร์ดบริหาร (ของ แมนฯ ซิตี้) คงเชื่อมั่นกับประวัติศาสตร์ที่เขาเคยทำเอาไว้กับที่ บาร์เซโลน่า นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังได้อยู่ในตำแหน่งมาจนถึงตอนนี้"

     "เขาไม่สามารถพา บาเยิร์น มิวนิค หรือ แมนฯ ซิตี้ ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ (ของศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก) ได้เลย ทั้งที่ทีมอื่นๆ ในช่วงนั้นที่ไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้น่ะต่างก็ไม่ได้มีงบประมาณการทำทีมมากมายก่ายกองเหมือนกับเขา มันไม่ใช่ผลงานที่ดีพอ ถ้าคุณลองย้อนดูว่ามีทีมไหนบ้างที่เคยเอาชนะพวกเขาได้แล้วน่ะมันก็ทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่ามันจำเป็นต้องเกิดอะไรขึ้นถึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสักที (หมายถึงขนาดแพ้ให้ทีมที่มีงบประมาณการทำทีมน้อยกว่า แต่บอร์ดบริหารของ แมนฯ ซิตี้ ก็ยังไม่ปลด กวาร์ดิโอล่า อยู่ดี) จริงอยู่ว่าเราไม่ชอบที่บรรดากุนซือมักจะโดนปลดออกจากตำแหน่ง แต่ผมคิดว่าถ้าเป็นคนอื่นน่ะคงโดนไล่ออกไปแล้ว"

     อดีตแข้งวัย 47 ปี แสดงความเชื่อด้วยว่า แมนฯ ซิตี้ จะไม่มีทางได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเร็วๆ นี้แน่ "เขาเคยอยู่กับ มิวนิค 3 ปี และถึงแม้เขาจะช่วยทำให้ทีมเล่นได้ดีขึ้น แต่ผมบอกเลยว่าบรรดานักเตะน่ะดีใจกันมากๆ ที่เขาออกจากทีมไป เพราะเขาเป็นพวกที่เรียกร้องหลายอย่างจากลูกทีมมากเกินไป"

     "ผมคิดว่ากุนซือแบบ กวาร์ดิโอล่า น่ะไม่สามารถอยู่กับทีมใดทีมหนึ่งได้มากกว่า 4 หรือ 5 ปีหรอก เขาอยู่นานขนาดนั้นกับที่ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว และถ้าลองดูนักเตะที่พวกเขาดึงมาร่วมทีมน่ะคุณก็จะเห็นได้เลยว่ามันไม่มีสัญญาณของการเดินหน้ากันต่อไปเลย ผมไม่คิดว่าพวกเขาทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้มากพอเมื่อพิจารณาถึงจำนวนเงินที่พวกเขาใช้ไป ผมคิดว่า แมนฯ ซิตี้ ในยุค กวาร์ดิโอล่า มาถึงขีดจำกัดแล้ว ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก หรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงไม่กี่ปีต่อจากนี้แน่ๆ"

ฮาร์กรีฟส์ชี้ฟานเดอเบ็คเล่นเหมือนยอดแข้งแชมป์โลกของบาเยิร์น


โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ ระบุ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค สามารถเป็นเหมือน โธมัส มุลเลอร์ ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย พร้อมเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ ฟาน เดอ เบ็ค ได้รับโอกาสแบบจริงจัง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็จะติดใจจนไม่อยากถอดเขาออกจากทีม

     โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถระเบิดฟอร์มเก่งกับทีมจนกลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่องเหมือนอย่าง โธมัส มุลเลอร์ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 2014 ของ บาเยิร์น มิวนิค ได้เลย ถ้าหากแข้งชาวดัตช์ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องแบบจริงจัง

     ก่อนหน้านี้ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากเท่าไหร่ จนทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าทำไม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" ถึงยังไม่ใช้งานดาวเตะชาวดัตช์แบบจริงจังสักที แต่ในนัดล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น อดีตแข้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง พร้อมกับทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง

     ฮาร์กรีฟส์ ซึ่งเคยเล่นให้ทั้ง บาเยิร์น และ แมนฯ ยูไนเต็ด เผยว่า "ผมคิดว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีมากๆ เขาแค่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเองมากเท่าไหร่ ถ้าดูตามสไตล์การเล่นแล้วน่ะเขาอาจจะทำได้เหมือนกับที่ โธมัส มุลเลอร์ ทำให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ได้เลย"

     "ที่ผ่านมาทุกคนพยายามจะทำให้ โธมัส มุลเลอร์ หลุดออกจากการเป็นขุมกำลังของทีม แต่พอเขาได้ลงเล่นแล้วน่ะคุณก็ไม่สามารถกันเขาออกจากทีมได้อีกต่อไป เพราะเขาทำประตูได้หลายลูก, ทำแอสซิสต์ได้เยอะ, ไม่เห็นแก่ตัวเลย, สามารถไล่กดดันได้ รวมถึงสามารถทำได้ดีในแผนที่ใช้กองกลาง 3 คนด้วย เพราะเขารับบทบาทได้ทั้งแบบนักเตะหมายเลข 8 หรือไม่ก็หมายเลข 10"

     "ผมมองว่าเขา (ฟาน เดอ เบ็ค) เป็นหนึ่งในนักเตะแบบนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้ติดทีมอย่างต่อเนื่องแบบจริงจังแล้วล่ะก็ โอเล่ ก็คงจะทำใจได้ยากที่จะถอดเขาออกจากทีมแน่ๆ"

กรีนวู้ดอุทิศประตูให้อดีตแข้งเยาวชนซิตี้


เมสัน กรีนวู้ด หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด อุทิศประตูที่ยิงได้ในเกมถล่ม ไลป์ซิก ให้แก่ เจเรมี่ วิสเท่น อดีตกองหลังในทีมเยาวชนของ แมนฯ ซิตี้ ที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยแฟนบอลหลายรายก็ชื่นชม กรีนวู้ด กับเรื่องนี้ด้วย

     เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อุทิศประตูที่ทำได้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดพาทีมชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0 เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้กับ เจเรมี่ วิสเท่น อดีตนักเตะเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     วิสเท่น ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สู้ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยเขาเดินทางจากประเทศมาลาวีมายังสหราชอาณาจักรพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และเข้ามาฝึกฝีเท้ากับอะคาเดมี่ของ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2016 ก่อนที่จะโดนปล่อยออกจากทีมเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ปีก่อน

     ทั้งนี้ เมื่อไม่นานมานี้ วิสเท่น มีสภาพหมดสติตอนอยู่ที่บ้านกับครอบครัว ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยสื่อบางเจ้าบอกว่าเขาเพิ่งมีอายุเพียง 17 ปี ขณะที่บางรายระบุว่าเขาอายุ 18 ปี ซึ่งหลายคนของ แมนฯ ซิตี้ ก็ช็อกกับเรื่องนี้อย่างมากและแสดงความไว้อาลัยให้เขา อย่างเช่น ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนดังของทีม เป็นต้น กระทั่งล่าสุด กรีนวู้ด ก็ร่วมไว้อาลัยให้อีกฝ่ายเช่นกัน เพราะเขาเคยดวลกับ วิสเท่น มาบ้างในตอนที่เล่นเกมระดับเยาวชน

     "นี่เป็นประตูสำหรับนายนะน้องชาย ขอให้ไปสู่สุคตินะ เจเรมี่ วิสเท่น" แข้งวัย 19 ปีโพสต์ข้อความดังกล่าวลงบน ทวิตเตอร์ พร้อมกับโพสต์ภาพตอนฉลองประตูที่เป็นท่าชี้นิ้วขึ้นฟ้าด้วย ซึ่งแฟนบอลก็พิมพ์ข้อความเชิงชื่นชมเขาอย่างล้นหลาม อาทิเช่นการพิมพ์ว่า "เป็นคนที่ดีจริงๆ ฉันรักนายนะ" และ "นับถือนายเลย เมสัน เป็นต้น" แถมมีคนกด "ถูกใจ" เกิน 80,000 ครั้งเข้าไปแล้ว

     สำหรับประตูที่ กรีนวู้ด ทำได้ในเกมเมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น ถือเป็นลูกแรกของเขากับการเล่นเกมระดับ แชมเปี้ยนส์ ลีก และมันยังมาจากจังหวะยิงครั้งแรกในชีวิตของเขากับการเล่นศึกชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" ด้วย

คูมันชูทุบยูเวนตุสเป็นฟอร์มแจ่มสุดซีซั่นนี้


โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ บาร์เซโลน่า ระบุ เกมทุบ ยูเวนตุส 2-0 ถือเป็นนัดที่ทีมของตนเล่นได้สมบูรณ์แบบที่สุดนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวเข้ามาคุมทีม แต่เสริมว่าที่จริง "อาซูลกราน่า" ควรจะทำให้เกมมันขาดได้ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงท้ายเกมเหมือนกัน

     โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน กล่าวว่าเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี นัดที่ทีมของตนบุกไปชนะ ยูเวนตุส 2-0 ถึงสนาม อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นเกมที่ทีมของตนเล่นได้สมบูรณ์แบบที่สุดในฤดูกาลนี้เลย

     นับตั้งแต่ที่ คูมัน เข้ามาคุม บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พวกเขาก็ยังมีฟอร์มการเล่นไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่นัก โดยในเกมลีกนัดล่าสุดพวกเขาก็แพ้ เรอัล มาดริด คาบ้าน 1-3 มาหมาดๆ แต่ในเกมกับ ยูเวนตุส ขุนพล "อาซูลกราน่า" สามารถคว้าชัยชนะกลับบ้านได้จากประตูของ อุสมาน เดมเบเล่ ในนาทีที่ 14 และลูกจุดโทษของ ลิโอเนล เมสซี่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง โดยเกมนี้ "เบียงโคเนรี่" เหลือผู้เล่น 10 คนในนาทีที่ 85 ด้วย จากการที่ เมริห์ เดมิรัล โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

     กุนซือชาวดัตช์เผยว่า "ผมคิดว่าเราทำได้ดีกว่าโดยเฉพาะเรื่องเกมการเล่นของเรา เราหาตัวที่ยืนว่างอยู่ได้ตลอด ที่จริงเรามีโอกาสทำประตูได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ มันเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยม และผมก็ดีใจมากๆ มันเป็นเกมที่เราเล่นได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ"

     "สิ่งเดียวที่เราทำพลาดไปในวันนี้คือการที่ไม่สามารถทำให้เกมมันขาดได้เร็วกว่านี้เท่านั้น เรามีโอกาสทำประตูแบบสวยๆ หลายหน แต่ในชอตของ อ็องตวน (กรีซมันน์) น่ะ ผมคงต้องบอกว่าเขาโชคร้ายน่ะนะ ทีมของผมแสดงให้เห็นว่ามีความศรัทธา, ความเชื่อมั่น, และบุคลิกที่ยอดเยี่ยมในการดวลกับทีมชั้นยอดของทวีปยุโรป เกมนี้ถือว่าทุกคนเล่นกันได้ดีเลย ผมคิดว่านี่เป็นฟอร์มการเล่นที่ครบเครื่องมากที่สุดของเราในฤดูกาลนี้เลยล่ะ"

เกิดรอยร้าว!เบนเซม่ายุเมนดี้อย่าผ่านบอลให้1แข้ง


คาริม เบนเซม่า หัวหอก เรอัล มาดริด จุดประเด็นร้อนขึ้นมาหลังจากถูกถ่ายคลิปได้ว่าเขาไปยุ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ว่าอย่าผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง ซึ่ง เก็ท เฟร้นช์ ฟุตบอล นิวส์ สื่อแวดวงลูกหนังฝรั่งเศสบอกว่าคนๆ นั้นคือ วินิซิอุส จูเนียร์ โดยที่ เบนเซม่า ถึงขั้นบอกว่า วินิซิอุส เล่นได้แย่จนกำลังจะทำให้ทีมแพ้

     คาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน บอกกับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ แบ็กซ้ายเพื่อนร่วมชาติว่าอย่าส่งบอลให้นักเตะคนหนึ่งของทีมเป็นอันขาด ในช่วงพักครึ่งของเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดที่ "ราชันชุดขาว" ออกไปเสมอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-2 เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     ในนัดดังกล่าวเจ้าถิ่นทำช็อกพอตัวด้วยการนำไปก่อน 2-0 จากการเหมาของ มาร์คัส ตูราม ในนาทีที่ 33 กับ 58 ก่อนที่ มาดริด จะไล่ตีเสมอได้จาก เบนเซม่า ในนาทีที่ 87 และ คาเซมิโร่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ทีมของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน ได้แต้มแรกกับการเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นนี้

     ถึงแม้ในคลิปดังกล่าว เบนเซม่า จะไม่ได้พูดชื่อออกมาโดยตรง แต่ เก็ท เฟร้นช์ ฟุตบอล นิวส์ สื่อของวงการฟุตบอลฝรั่งเศสบอกว่าคนที่เขาสื่อถึงคิอ วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกชาวบราซิเลียน โดยหัวหอกวัย 32 ปี บอกกับ เมนดี้ ว่า "ไอ้น้อง อย่าผ่านบอลให้มันเลย เห็นแก่แม่ฉันทีเถอะว่ะ ไอ้เวรนั่นกำลังทำให้เราแพ้นะ"

     ทั้งนี้ บังเอิญเหลือเกินที่ อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดังก็เผยว่าในช่วงครึ่งหลังของเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เบนเซม่า ไม่ได้ผ่านบอลให้ วินิซิอุส แม้แต่ครั้งเดียว ส่วนในครึ่งแรกหัวหอกเลือดน้ำหอมจ่ายบอลให้อีกฝ่าย 3 หน ซึ่งคำพูดของ เบนเซม่า ก็ทำให้แฟนบอลบางส่วนตำหนิเขาอย่างมาก

     อย่างไรก็ตาม เบนเซม่า ก็เหมือนจะไม่สนใจคำจวกเหล่านั้น เพราะเขาพิมพ์ใน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "พวกหมามันเห่าแต่ขบวนคาราวานก็ยังเดินหน้าต่อไป" โดยมันเป็นสำนวนแบบอาหรับที่มักจะใช้เพื่อสื่อว่าคนๆ คนหนึ่งมั่นใจกับการเลือกของตัวเองมากๆ และไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจต่อให้จะโดนคนอื่นตำหนิอย่างหนักก็ตาม

     นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่วันที่เกิดประเด็นดราม่าภายในแคมป์ มาดริด เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการแฉคลิปที่ อีสโก้ เหมือนจะตำหนิ ซีดาน ที่ไม่ให้โอกาสเขาลงเล่นมากเท่าที่ควรเหมือนกัน

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผวาหนัก!พิคฟอร์ดจ้างการ์ดดูแลหลังโดนขู่ฆ่า


สื่อเมืองผู้ดีเผย จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร เอฟเวอร์ตัน จ้างการ์ดมาดูแลตัวเองและครอบครัว แถมต้องเลิกเล่นโซเชียลชั่วคราวเพราะโดนขู่ฆ่า หลังไปทำ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลัง ลิเวอร์พูล เจ็บหนัก

     จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตู เอฟเวอร์ตัน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก ลงทุนจ้างบอร์ดี้การ์ดมารักษาความปลอดภัยให้กับตัวเองหลังโดนขู่ฆ่า ตามรายงานจาก เดลี่ เมล สื่ออังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     นายทวารทีมชาติอังกฤษ ทำให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่ต้นเกมเมอร์ซี่ไซด์ที่เสมอกัน 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า และอาจหมดสิทธิ์ช่วยทัพ "หงส์แดง" นานหลายเดือน

     ขณะที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ไม่ได้มีการลงโทษย้อนหลังจากกรณีนี้ ส่งผลให้หลังจากนั้น ได้มีแฟนบอลหลายรายในโลกออนไลน์ส่งข้อความด้วยถ้อยคำหยาบคายให้กับ พิคฟอร์ด และมีบางคนถึงกับขู่ฆ่าเลยทีเดียว

     รายงานระบุว่า พิคฟอร์ด หวั่นเรื่องความปลอดภัยก่อนจ้างบอร์ดี้การ์ดมาดูแลตัวเอง, เมแกน ภรรยา และลูกชายวัย 1 ขวบ นอกจากนั้นทั้งนายทวารผู้ดีและครอบครัวยังได้รับคำแนะนำให้เลิกเล่นสื่อโซเชียลในช่วงนี้ไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีรู้ตำแหน่งที่อยู่ของตัวเอง

     ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า พิคฟอร์ด รู้สึกเสียใจมาก และขอโทษที่ทำให้ ฟาน ไดค์ ต้องบาดเจ็บหนัก

    "พวกเราทุกคนรู้สึกเสียใจจริงๆสำหรับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะหายกลับมาลงสนามอีกครั้งโดยเร็ว"

     "จอร์แดน พิคฟอร์ด ก็รู้สึกเสียใจมากกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงของ ฟาน ไดค์ และถ้าจะบอกว่าเขาตั้งใจหรือไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่มากเกินไป ฟาน ไดค์ รู้เรื่องนี้ดี จริงอยู่ที่ จอร์แดน เข้าช้าในจังหวะนั้น แต่ความตั้งใจคือการเข้าหาบอล ไม่ใช่จงใจทำให้ เฟอร์จิล บาดเจ็บ" อันเช่ ทิ้งท้าย

ขาใหญ่อาจแห้ว?เผย1ทีมจีบพอชคุมทัพ


แชมปิโอนาต สื่อของประเทศรัสเซีย ตีข่าว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือว่างงานคนดังกำลังเป็นที่สนใจของ เซนิต โดยทีมของรัสเซียพร้อมให้ค่าเหนื่อยปีละ 6.5 ล้านยูโรด้วย

     เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในศึก รัสเซียน พรีเมียร์ลีก กำลังให้ความสนใจที่จะดึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ไปเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีม ตามรายงานของ แชมปิโอนาต สื่อของแดนหมีขาว

     เซอร์เกย์ เซมัค กุนซือคนปัจจุบันของ เซนิต กำลังเจอกับความกดดันหนักพอตัว หลังจากที่พาทีมชนะในลีกเพียง 2 นัดจาก 5 เกมหลังสุด จนทำให้ตอนนี้พวกเขาหล่นมาอยู่ที่ 3 ของตารางคะแนน โดยที่ตามหลัง สปาร์ตัก มอสโก ทีมจ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม

     สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า เซนิต พร้อมให้ค่าเหนื่อย โปเช็ตติโน่ 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท) ต่อปี โดยที่ ฮาเบียร์ ริบัลต้า อดีตแมวมองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งตอนนี้เป็นผู้อำนวยการกีฬาของ เซนิต กำลังพยายามโน้มน้าวใจกุนซือชาวอาร์เจนไตน์อย่างสุดชีวิตด้วย

     สำหรับ โปเช็ตติโน่ นั้น ตกเป็นข่าวกับทั้งตำแหน่งกุนซือของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เรอัล มาดริด ตลอดช่วงที่ผ่านมา แถมว่ากันว่าเขาอยากไปรับงานกับทีมในลีกใหญ่ๆ ของทวีปยุโรปมากๆ จนเคยปฏิเสธข้อเสนอจาก เบนฟิก้า ด้วย

ไม่ต้องพูดถึงผี!ริโอชี้ลิเวอร์พูลมีลุ้นแชมป์ชปล.มากกว่าแมนซิตี้


ริโอ เฟอร์ดินานด์ ชี้ ส่วนตัวแล้วตนมองว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้สูงกว่า แมนฯ ซิตี้ ส่วนกรณีของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนไม่เชื่อว่ามีดีพอที่จะได้ลุ้นแชม ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังคนดัง แสดงความเชื่อว่า ลิเวอร์พูล ยอดสโมวรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังมีลุ้นได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2020-21 มากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยซ้ำ

     แมนฯ ซิตี้ พยายามที่จะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองให้ได้หลายฤดูกาลแล้ว โดยพวกเขาทุ่มเงินเสริมทัพไปมากมายก่ายกองเพื่อเป้าหมายนั้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สมหวังสักที แถมตอนนี้ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนดังที่บอร์ดบริหารเชื่อว่าจะทำให้ทีมได้สัมผัสกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" ก็เหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้นด้วย

     ทั้งนี้ เฟอร์ดินานด์ เพิ่งไปทำหน้าที่นักวิเคราะห์ให้กับ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดัง ซึ่งช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่าอยากให้ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่ โดยเจ้าตัวหัวเราะพร้อมกับตอบว่า "ผมคงไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น! และผมก็ไม่คิดว่าคุณจะคิดอย่างนั้นเหมือนกันหรอกนะ แกรี่ (หมายถึง แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตยอดหัวหอกที่ทำงานให้ บีที สปอร์ต เหมือนกับ เฟอร์ดินานด์) แต่ผมก็อยากเห็นการเล่นฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ท็อปฟอร์มแล้วน่ะ พวกเขาก็เป็นทีมที่เล่นได้สนุกอยู่เสมอ ซึ่งผมก็รู้สึกสนุกเวลาที่ได้ดูพวกเขาเล่น"

     "อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่มั่นใจว่าพวกเขามีดีพอที่จะเข้าเส้นชัยได้รึเปล่าเมื่อพิจารณาถึงคุณภาพของพวกเขา รวมถึงไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะเล่นได้คงเส้นคงวาเหมือนกับ บาเยิร์น หรือไม่ แถมผมก็ยังคิดว่า ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งกว่าพวกเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นส่วนตัวแล้วผมก็อาจจะยกให้ ซิตี้ เป็นเพียงตัวเต็งอันดับ 3 หรือ 4 เท่านั้น"

     อดีตยอดกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสริมว่าตนไม่คิดว่า "ปีศาจแดง" จะมีลุ้นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นนี้ "ผมไม่คิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นหนึ่งในทีมที่ผมจะชูให้เป็นตัวเต็งแชมป์ ผมคงไม่ยกให้พวกเขาอยู่ในทีมกลุ่มนั้น แน่นอน ผมคิดว่าพวกเขาจะทำได้ดีจนผ่านกลุ่มนี้ไปได้ พวกเขาออกสตาร์ตได้ยอดเยี่ยม พวกเขาจะเอาตัวรอดจากกลุ่มนี้ได้ ส่วนหลังจากนั้นก็คงต้องหวังว่าพวกเขาจะพัฒนากันต่อไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่ในซีซั่นนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะต้องทำให้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อนคือความคงเส้นคงวา"

ฮเล็บรับทำพลาดหนีอาร์เซน่อลไปบาร์เซโลน่า


อเล็กซานเดอร์ ฮเล็บ ก้มหน้ารับ ทำพลาดมหันต์ที่ลา อาร์เซน่อล ไปซบตัก บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2008 โดยบอกว่า อาร์แซน เวนเกอร์ เคยพยายามโน้มน้าวตนให้อยู่กับทีมต่อจนตนถึงกับร้องไห้ออกมา แต่เสริมว่าสาเหตุที่ล้มเหลวกับ "อาซูลกราน่า" มันเป็นความผิดของเขาเอง อเล็กซานเดอร์ ฮเล็บ อดีตดาวเตะคนดังยอมรับว่าตนตัดสินใจผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ย้ายออกจาก อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงปี 2008

     ฮเล็บ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล ในตอนที่ย้ายจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ไปอยู่กับที่นั่นเมื่อปี 2005 โดยเขาถือเป็นกำลังหลักคนหนึ่งของทีมตลอดทั้ง 3 ซีซั่นที่อยู่กับที่นั่น ก่อนจะไปซบ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2008-09 อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เขาจะได้อยู่ในทีมชุดแชมป์ ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นดังกล่าว แต่หลังจากนั้นเขาก็โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวถึง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนจะบอกลา "อาซูลกราน่า" แบบถาวรเพื่อไปซบ ครีเลีย โซเวตอฟ ซามาร่า ทีมในลีกรัสเซียเมื่อปี 2012

     อดีตดาวเตะวัย 39 ปี เผยว่า "ขนาดผ่านมาแล้วหลายปีผมยังคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นอยู่เลย ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือเรื่องที่ว่าทำไมผมถึงตัดสินใจทำอย่างนั้นไป แน่นอนว่าตอนนั้น บาร์เซโลน่า เป็นทีมที่เก่งที่สุดในโลก แต่ผมเองก็กำลังมีความสุขกับ อาร์เซน่อล อย่างมกาเช่นกัน ผมมีเพื่อนดีๆ หลายคน, รู้สึกดีกับโค้ช, ได้เล่นให้หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก, ได้อยู่กับแฟนบอลที่ดี, ได้เล่นในสนามที่เยี่ยม ผมกำลังมีทุกอย่างที่ดีแท้ๆ! แถมผมยังได้ลุ้นแชมป์รายการที่ดีอย่าง พรีเมียร์ลีก อีก ผมกำลังมีทุกอย่างที่ดี!"

     "ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมถึงย้ายออกไป แน่นอน บาร์ซ่า คือทีมที่เก่งที่สุดในตอนนั้น และทุกคนก็อยากลองทำบางอย่างอยู่เสมอ แต่ที่จริงตอนนั้นผมก็มีความสุขกับ อาร์เซน่อล แบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเช่นกัน"

     "ตอนที่ไปคุยกับ อาร์แซน (เวนเกอร์) น่ะผมถึงขั้นร้องไห้เลยนะ ก่อนที่ผมจะย้ายออกจากทีมน่ะเราได้คุยกันในช่วงวันหยุด และเขาก็บอกกับผมว่าเขาอยากให้ผมอยู่ต่อ รวมถึงบอกว่าผมเป็นคนที่สำคัญของทีม ผมร้องไห้เลย ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี"

     "ใช่ บาร์ซ่า เป็นทีมที่วิเศษ ผมได้แชมป์ทุกรายการกับที่นั่น แต่ผมก็ไม่ได้เล่นเยอะเท่าไหร่ซึ่งต่างกับที่ อาร์เซน่อล นี่ถือเป็นความผิดพลาดเดียวในชีวิตของผมก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นมีหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิตของผม ผมเริ่มต้นกับที่นั่น (บาร์เซโลน่า) โดยที่ประหม่าสุดๆ จนกลายเป็นว่าทำเรื่องต่างๆ แบบก้าวร้าวอยู่เสมอ นั่นเป็นความผิดพลาดเดียวของผม"

     "สาเหตุของเรื่องนั้น (หมายถึงที่ตัวเองล้มเหลวกับ บาร์เซโลน่า) มันไม่ได้เป็นเพราะ กวาร์ดิโอล่า ไม่เชื่อใจผมหรืออะไรทำนองนั้น เปล่าเลย มันเป็นความผิดพลาดของผมเอง ตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล น่ะผมมีความสุขมากๆ เลยนะ รู้ไหม ? ซึ่งเมื่อคุณมีความสุขกับการเล่นให้ทีมใดทีมหนึ่งแล้วน่ะคุณก็ควรจะต้องอยู่กับทีมเดิมต่อไป"

ใช่มูรินโญ่หรือเปล่า?เซซาร์เผยกุนซือดีสุดเคยร่วมงานด้วย


ชูลิโอ เซซาร์ อดีตนายด่านคนดัง ระบุ สำหรับตนแล้วนั้นกุนซือที่เก่งที่สุดที่เคยร่วมงานด้วยไม่ใช่ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เป็น ฮอร์เก้ เชซุส โดยบอกว่า เชซุส เป็นคนที่เก่งด้านแท็กติกสุดๆ ชูลิโอ เซซาร์ อดีตยอดผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน กล่าวยกย่อง ฮอร์เก้ เชซุส เทรนเนอร์ เบนฟิก้า ว่าเป็นกุนซือที่เก่งที่สุดเท่าที่ตนเคยร่วมงานด้วย โดยยกให้เหนือกว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยซ้ำ

     เซซาร์ ประสบความสำเร็จอย่างมากตอนอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน อย่างเช่นการได้แชมป์ลีก 5 สมัย, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้ง และแชมป์ โคปปา อิตาเลีย 3 หน เป็นต้น ซึ่งช่วงหนึ่งที่อยู่กับ อินเตอร์ เขาก็ได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ ด้วย ขณะที่กับ เชซุส นั้น อดีตนายด่านวัย 41 ปีเคยเป็นลูกทีมให้กุนซือรายดังกล่าวตอนไปเล่นที่ เบนฟิก้า

     อดีตมือกาวทีมชาติบราซิลเผยว่า "ผมชอบงานของเขามากๆ เขาเป็นโค้ชที่มีบางอย่างที่พิเศษกว่าคนอื่น แต่ที่ผมพูดแบบนี้มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมตั้งใจจะดูถูกคนอื่นหรอกนะ แน่นอนว่าตอนที่ได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ ถือเป็นจุดสูงสุดในอาชีพการเล่นของผม ช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับเขาที่ อินเตอร์ ถือเป็นช่วงที่ผมประสบความสำเร็จมากๆ แต่ถ้าให้เลือกระหว่าง มูรินโญ่ หรือ เชซุส แล้วเนี่ย ผมก็ขอเลือก เชซุส ดีกว่า"

     "ในด้านแท็กติกแล้วเขา (เชซุส) เป็นคนที่เก่งจนน่าเหลือเชื่อ เขาจริงจังกับเรื่องแท็กติกจนถึงขั้นหายใจเข้าหายใจออกเ

ป็นเรื่องนั้นตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เขามักจะมีประโยคติดปากของเขาเองว่า -ทุกคนเล่นบอลซะ เอาล่ะ ตอนนี้ก็จงทำความเข้าใจถึงเกมการเล่นที่มีเพียงน้อยคนที่รู้ถึงมันกัน-"

     "ผมจำได้ดีเลยว่าตอนที่ผมย้ายไปเล่นกับ เบนฟิก้า เป็นฤดูกาลแรกน่ะ ผมก็ได้เรียนรู้หลายต่อหลายอย่าง มันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยนึกคิดมาก่อน ตอนนั้นผมเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของอาชีพการเล่นแล้วจากการที่มีอายุ 34 ปี แต่ผมก็ยังได้แชมป์หลายรายการ และได้มีประวัติศาสตร์ที่ดีในวงการฟุตบอล ในแง่ของการจัดการแล้วน่ะเขาเป็นคนที่รู้หลายอย่างเลย"

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พักบรูโน่-หอกคู่พิฆาต!ส่องแผนแมนยูรับไลป์ซิก


คาด 11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด เกมรับมือ ไลป์ซิก ในถ้วยยุโรป เชื่อนักเตะบางรายอาจได้พักเพราะมีนัดสำคัญกับ อาร์เซน่อล รออยู่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมจะนำทัพ "ปีศาจแดง" เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ แอร์ไบ ไลป์ซิก ทีมแกร่งจากเยอรมัน ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดสอง คืนวันพุธที่ 28 ตุลาคมนี้ (03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

     ในเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด "ปีศาจแดง" ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ เชลซี 0-0 หลังจากที่เกมยุโรปก่อนหน้านั้นโชว์ฟอร์มเยี่ยมบุกไปชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 เมื่อวันอังคารที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา

     แมตช์พบ ไลป์ซิก นั้น โซลชา จะพลาดใช้งาน ฟิล โจนส์, เอริก ไบยี่ และ เจสซี่ ลินการ์ด ที่บาดเจ็บทั้งหมด นอกจากนี้ยังอาจพักนักเตะบางรายด้วยเพราะมีโปรแกรมดวลกับ อาร์เซน่อล ในเกมลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย.นี้

     คาดว่า เกมนี้ โซลชา จะกลับมาใช้ระบบ 3-4-1-2 หลังได้ผลในนัดชนะ เปแอสเช โดยเฉพาะ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ที่โชว์ฟอร์มเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถรับมือกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ได้อยู่หมัด

     ในระบบกองหลัง 3 คนน่าจะเป็น ตวนเซเบ้, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ ลุค ชอว์ ขณะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ จะได้พักเหมือนในเกมพบ เปแอสเช โดยมี ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสา

     ส่วนแผงกลาง 4 คนให้ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ อเล็กซ์ เตลลิส ทำหน้าที่วิงแบ็ก ส่วนคู่กลางใช้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ที่ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

    ด้านแนวรุกให้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาทำเกมแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่น่าจะได้พักให้มีความสดเต็มที่สำหรับเกมพบ อาร์เซน่อล

     ส่วนคู่กองหน้าใช้งาน เอดินสัน คาวานี่ ที่ได้ลงประเดิมสนามไปแล้วในเกมพบ เชลซี และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่มีความสดหลังไม่ได้เล่นในลีกเพราะติดโทษแบน ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะได้พักบ้าง

คาร์ร่าเชียร์ทีมไหนแชมป์ถ้าไม่ใช่ลิเวอร์พูล


ถ้าไม่ใช่ ลิเวอร์พูล? เจมี่ คาร์ราเกอร์ เผยอยากเห็นกุนซือคนไหนพาทีมชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก เพื่อสยบเสียงวิจารณ์ที่โดนมาหนัก

     เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล ยอมรับว่า อยากเห็น โชเซ่ มูรินโญ่ พา ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ถ้า "หงส์แดง" ไม่สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ หลังจาก "ไก่เดือยทอง" บุกไปเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     คาร์ราเกอร์ ที่ปัจจุบันผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์เกม เผยผ่านรายการ มันเดย์ ไนต์ ของ สกาย สปอร์ต ว่า "แน่นอนผมต้องการให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ผมก็อยากเห็น มูรินโญ่ ได้แชมป์อีกครั้ง เขาคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย แต่ก็โดนวิจารณ์เยอะเช่นกัน"

     "ผมอยากเห็น มูรินโญ่ ได้แชมป์อีกครั้ง ผมคิดว่า มันจะเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมกับแนวทางสำหรับ มูรินโญ่ ที่ทำมันได้อีก สำหรับสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จในอาชีพการงานของเขา ผมคิดว่า เขาถูกวิจารณ์มากมาย เพราะเขาทำให้คนอื่นเข้าใจผิดในบางครั้งด้วยการแถลงข่าวหรือวิธีที่เขาดำเนินการเกี่ยวกับบางสิ่ง"

     "อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า มันจะเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นเขาคว้าแชมป์อีก และบางทีอาจด้วยแนวทางที่แตกต่างออกไปจากเดิม ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดที่ว่า คุณต้องเล่นในแนวทางนี้ หรือ เล่นแค่แนวทางนี้เท่านั้นเพื่อคว้าแชมป์ ผมอยากให้ มูรินโญ่ ได้แชมป์ ถ้า เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ได้" คาร์ราเกอร์ ทิ้งท้าย

อยู่กับมาดริดจนเลิก!โครสเผยข้อเสนอย้ายทีมเพียบแต่ไม่สน


โทนี่ โครส มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ระบุ เคยได้รับข้อเสนอให้ย้ายออกจากทีมอยู่หลายครั้ง แต่ตนก็ตั้งใจที่จะอยู่กับ "ราชันชุดขาว" ไปจนเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ

     โทนี่ โครส กองกลางชาวเยอรมันของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าที่ผ่านมาตนเคยได้รับข้อเสนอให้ย้ายออกจากทีมหลายครั้ง แต่ก็ไม่คิดที่จะเจรจาเรื่องดังกล่าวเลย

     โครส เล่นให้กับ มาดริด เป็นฤดูกาลที่ 7 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก อาทิเช่น การได้แชมป์ลีก 2 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ครั้ง เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาก็มีข่าวลือเป็นระยะๆ ว่าเขาอาจจะย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดในช่วงโค้งสุดท้ายของอาชีพการเล่น

     "ผมชอบกลับไปที่ เยอรมนี อยู่เสมอ เพราะที่นั่นคือบ้านเกิดของผม และที่นั่นก็พูดภาษาเดียวกับผม ที่จริงผมได้รับข้อเสนอหลายข้อเสนอ แต่ผมไม่เคยพูดกับสโมสรอื่นๆ เลย เพราะว่าความคิดของผมคือการอยู่กับ เรอัล มาดริด ไปจนแขวนสตั๊ด" แข้งวัย 30 ปี ระบุ

คอลลีมอร์ชี้เป๊ปไม่ควรติดท็อป10กุนซือเก่งสุดโลก


สแตน คอลลีมอร์ ระบุ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้เก่งกาจชนิดที่ควรติดชาร์ต 10 กุนซือที่เก่งที่สุดในโลก โดยบอกว่าสิ่งที่ กวาร์ดิโอล่า ทำได้ในช่วงที่ผ่านมามันเทียบกับผลงานของคนแบบ ไบรอัน คลัฟ และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ได้สักนิด

     สแตน คอลลีมอร์ อดีตกองหน้าของ ลิเวอร์พูล กล่าวว่าสำหรับตนแล้ว โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่คู่ควรกับการเป็น 10 กุนซือที่เก่งที่สุดตลอดกาลของวงการฟุตบอลด้วยซ้ำ

     กวาร์ดิโอล่า ได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในกุนซือชั้นยอดของยุคนี้ หลังจากประสบความสำเร็จในการคุมทีมอย่างล้นหลาม โดยที่ บาร์เซโลน่า เขาได้แชมป์อย่างเช่นแชมป์ลีก 3 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 ครั้ง และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 หน เป็นต้น ส่วนแชมป์ที่เขาได้กับ บาเยิร์น มิวนิค มีอย่างเช่นแชมป์ บุนเดสลีกา 3 ครั้ง กับ เดเอฟเบ-โพคาล 2 สมัย ขณะที่กับ แมนฯ ซิตี้ ที่ผ่านมาเขาพาทีมได้แชมป์ลีก 2 ครั้ง, แชมป์ เอฟเอ คัพ 1 หน และแชมป์ คาราบาว คัพ 3 รอบ

     คอลลีมอร์ กล่าวผ่านคอลัมน์ใน เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษว่า "ถ้าเกิดมีคนเทเงินให้ผมหลายพันล้านปอนด์เพื่อเอาไปใช้กับทีมฟุตบอลแล้วล่ะก็ ผมก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ทีมมีผลงานที่ดีได้เป็นธรรมดา ดังนั้นต่อให้ฤดูกาลนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันก็จะเป็นเพียงความสำเร็จที่ไม่ได้ยิง่ใหญ่จนน่าทึ่งอะไรมากนัก (หมายถึงในเมื่อที่ผ่านมา กวาร์ดิโอล่า ใช้เงินไปเยอะ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก)"

     "นอกจากนี้ ต่อให้ในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเขาจะบอกลา เอติฮัด ไปพร้อมกับแชมป์รายการนั้น ผมก็ไม่ถือว่าเขาทำได้ดีพอกับการคุมทีมในอังกฤษจนถึงระดับคู่ควรกับการทำให้ผมมองว่าเขาเป็นกุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอยู่ดี ต่อให้คนอายุไม่เกิน 30 ปีหลายคนจะพยายามโน้มน้าวใจให้ผมคิดแบบนั้นด้วยก็ตาม"

     "ในอีก 1 หรือ 2 ทศวรรษต่อจากนี้น่ะ ถ้าเกิดเรามองย้อนกลับมายังตอนนี้แล้วเนี่ย ผมก็ไม่คิดว่า กวาร์ดิโอล่า จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน 10 กุนซือที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลด้วยซ้ำ เขาติด 20 อันดับแรกไหมน่ะเหรอ ? แน่นอนว่าเขาดีพอติดชาร์ตนั้น แต่ 10 อันดับแรกเนี่ยไม่มีทางเลย ส่วนอันดับ 1 น่ะเหรอ ? เขาไม่ใกล้เคียงกับตำแหน่งนั้นด้วยซ้ำ"

     "การจะถูกมองว่าคู่ควรกับการเป็นกุนซือที่เก่งที่สุดน่ะมันหมายความว่าคุณต้องไปรับงานคุมทีมยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในช่วงตกต่ำระดับที่โดนคู่แข่งฝังจมมิด และเปลี่ยนให้ทีมนั้นกลายเป็นสโมสรที่สามารถครองความยิ่งใหญ่ในประเทศของตัวเองได้เกือบ 2 ทศวรรษ รวมถึงได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก สัก 2 สมัยด้วย เหมือนอย่างที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำได้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นแหละ"

     "หรือไม่อย่างนั้นคนที่จะเข้าข่ายนั้นได้ก็ต้องไปคุมทีมระดับธรรมดาๆ ที่ในทีมไม่ได้มีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ แต่สามารถเปลี่ยนให้ทีมนั้นกลายเป็นแชมป์ของเกาะอังกฤษและได้แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย แบบที่ ไบรอัน คลัฟ ทำได้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์"

    "สิ่งที่ ดอน เรวี่ ทำได้กับ ลีดส์ อาจจะดีพอให้เขาติด 5 อันดับแรก เช่นเดียวกับที่ จ็อค สตีน เคยประสบความสำเร็จอย่างมากกับที่ เซลติก นี่เรายังไม่ได้พูดถึงคนแบบ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ หรือ บ็อบ เพสลี่ย์ อีกนะ แถมยังมีคนแบบ อาร์รีโก้ ซาคคี่, อูโด ลัทเทค หรือ โยฮัน ครัฟฟ์ ด้วย"

     "คุณต้องไม่ลืมว่า กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้นำเสนอฟุตบอลที่แปลกใหม่เลย เขาก็แค่เอาสิ่งที่ ครัฟฟ์ ทำกับที่ บาร์เซโลน่า มาตีความก็เท่านั้น จริงอยู่ว้าเขาทำให้ ซิตี้, บาเยิร์น และ บาร์ซ่า เล่นฟุตบอลที่สวยงามได้ แต่ทีมหลังสุดมันเป็นทีมใหญ่ในเมืองของเขาเองอยู่แล้ว แถมเขาก็ได้ทำทีมโดยที่รับสืบทอดหนึ่งในคู่กองกลางที่เก่งที่สุดในวงการฟุตบอลสมัยใหม่มาใช้งาน (หมายถึง ชาบี เอร์นานเดซ กับ อันเดรส อิเนียสต้า) รวมถึงยังได้รับสืบทอดนักเตะที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดตลอดกาลมาเป็นลูกทีมด้วย (หมายถึง ลิโอเนล เมสซี่)"

     "ใช่ เขาได้แชมป์ บุนเดสลีกา กับที่ บาเยิร์น 3 ครั้ง แต่เขาไม่ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับที่นั่น และที่จริงพวกเขา (บาเยิร์น) ก็ได้แชมป์ลีกทั้งช่วงก่อนกับหลังจากที่ กวาร์ดิโอล่า ทำงานกับที่นั่นด้วย"

     "ถ้าเกิดว่า กวาร์ดิโอล่า เก่งถึงขนาดที่หลายคนพูดแล้วล่ะก็ เขาก็ควรจะทำให้ทีม (หมายถึง แมนฯ ซิตี้) เอาชนะคู่แข่งในตอนนี้ได้ทั้งหมดไปแล้วเมื่อพิจารณาถึงขุมกำลังสำรองที่เขามีให้ใช้งาน แต่พวกเขาทำอย่างนั้นไม่ได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมมองว่าอย่างดีที่สุดน่ะเขาก็เป็นเพียงกุนซือสมัยใหม่ที่เก่งมากๆ ก็เท่านั้น มรดกที่เขาทำเอาไว้มันเทียบกับแบบของ คลัฟ และ เฟอร์กูสัน ไม่ได้เลย"

เอวร่าขอแจงหลังบอกแมนยูไม่ต้องมีฟานเดอเบ็ค


ปาทริซ เอวร่า อดีตแบ็กซ้ายคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้แจง ที่บอกว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่ใช่คนที่ "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องมีอยู่ในทีมนั้น ตนหมายถึงเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น แต่ก็บอกว่าแข้งชาวดัตช์ยังสู้ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ได้เหมือนกัน

     ปาทริซ เอวร่า อดีตยอดแบ็กซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้แจงว่าที่ก่อนหน้านี้บอกว่า "ปีศาจแดง" ไม่จำเป็นต้องมีนักเตะแบบ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตนหมายความเพียงว่า ฟาน เดอ เบ็ค ไม่จำเป็นกับทีมในตอนนี้เท่านั้น

     ชีวิตของ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่คนพูดถึงกันในช่วงที่ผ่านมา เพราะทั้งที่เขาย้ายมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกแม้แต่นัดเดียว และถ้านับเป็นนาทีเขาก็ลงเล่นในลีกไปเพียง 60 นาทีเท่านั้น จนหลายคนมองว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจพลาดที่ไม่ใช้งานเขามากเท่าที่ควร

     ทั้งนี้ ในเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ เชลซี 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นไม่ถูกเปลี่ยนลงสนามด้วยซ้ำ ซึ่ง เอวร่า กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ ว่าไม่เข้าใจเลยว่าอดีตทีมของตัวเองจะซื้อ ฟาน เดอ เบ็ค ทำไม พร้อมบอกว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพานักเตะแบบเขาเลย และมันก็ทำให้ "เร้ด อาร์มี่" บางส่วนไม่พอใจกับคำพูดของเขา

     เอวร่า เผยผ่านคลิปที่โพสต์ใน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "ถึงแฟนบอล ยูไนเต็ด ที่รักของผม ไม่นานมานี้ผมได้แสดงความเห็นผ่านทาง สกาย ว่าที่จริงเราไม่จำเป็นต้องมีนักเตะแบบ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เลย เอาล่ะ ผมจะยกตัวอย่างสักหน่อยแล้วกันว่าทำไมผมบอกว่าเรายังไม่จำเป็นต้องมีคนแบบเขา ฟังนะ เรามี เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช อยู่ในทีม ซึ่งไม่ว่าพวกคุณจะรักพวกเขาหรือเกลียดพวกเขาน่ะ คุณก็ต้องยอมรับว่าเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเล่นเกมใหญ่แล้วนั้นพวกเขามักจะทำผลงานได้ดีอยู่เสมอ นั่นคือมุมมองของผม"

     "ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เก่งกว่า ปอล ป็อกบา รึเปล่า ? ไม่เลย เขาเก่งกว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ หรือเปล่า ? ก็ไม่อีกนั่นแหละ แน่นอนว่าผมอยากเห็นเขาเล่นให้กับ ยูไนเต็ด ด้วยฟอร์มเหมือนตอนที่เขาเล่นกับ อาแจ็กซ์ แต่เรามีปัญหาอยู่ 1 อย่าง นั่นคือฤดูกาลนี้เขาได้เป็นตัวจริงไปแล้วกี่นัดกัน ? นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอย่างเขา ผมพูดแบบนั้นเพราะเขาไม่ใช่คนที่จำเป็นกับทีมแบบปัจจุบันทันด่วนอย่างเช่นในตอนนี้"

     "ผมไม่พอใจกับเรื่องนั้น และผมก็เห็นใจเด็กคนนั้นด้วย เพราะเมื่อคุณย้ายทีมด้วยค่าตัวระดับ 40 ล้านปอนด์ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณย่อมคาดหวังว่าจะได้เล่นมากกว่านี้ แต่ผมเชื่อมั่นในตัว โอเล่ คนเป็นนักเตะก็ต้องเชื่อมั่นในตัว โอเล่ เขาต้องใจเย็นเข้าไว้ แล้วเดี๋ยวเขาก็จะได้รับโอกาสของเขาเองนั่นแหละ ดังนั้นอย่าดัดแปลงคำพูดของผมไปในทางที่ผิดๆ เพราะผมบอกไปเพียงว่า ดอนนี่ ไม่ใช่คนที่ทีมจำเป็นต้องมีแบบปัจจุบันทันด่วน"