วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ได้เวลาหรือยังที่ มินามิโนะ จะได้ลงเล่นตัวจริง ?!?


ถึงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องให้โอกาส ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แล้ว หลังจากช่วงที่ผ่านมานักเตะได้รับโอกาสในการลงสนามในฐานะตัวสำรองอดทนเท่านั้น ทำให้เขายังไม่สามารถงัดศักยภาพที่แท้จริงออกมาให้เห็นซะที

     จอมทัพทีมชาติญี่ปุ่น ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในช่วง 10 นาทีสุดท้ายแมตช์ที่เฉือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาแทบไม่ได้ทำอะไรมากนักในแมตช์นั้น โดยมีสถิติเพียงแค่สัมผัสบอล 9 ครั้งและผ่านบอลสำเร็จแค่ 2 ครั้งเท่านั้น

     อย่างไรก็ตามกุญแจสำคัญก็คือเขาได้รับบทบาทในสถานะ "ฟอลส์ไนน์" (False 9) เพื่อทำหน้าที่แทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซึ่งนี่คือตำแหน่งการเล่นที่มีความพิเศษสำหรับนักเตะ แต่น่าเสียดายตรงนี้ มินามิโนะ มีเวลาแค่นิดเดียวในการเล่นตำแหน่งนี้ ทำให้เขาไม่สามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้

     แน่นอนว่าการที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงตัวจริงในเกมลีกย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักเตะ โดยเฉพาะการเล่นในตำแหน่ง "ฟอลส์ไนน์" ที่จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีความมั่นใจ เพราะผู้เล่นที่สวมบทบาทนี้จะต้องมีส่วนในการเชื่อมโยงการเล่นระหว่างกองกลางกับกองหน้า

     ในขณะเดียวกันผู้เล่นตำแหน่ง "ฟอลส์ไนน์" ยังเป็นผู้เล่นที่ต้องพยายามดึงกองหลังคู่แข่งเพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้กับเพื่อนร่วมทีมวิ่งทะลุทะลวงเข้าไปทำประตู แต่น่าเสียดายที่ มินามิโนะ เล่นแบบขาดความมั่นใจทำให้วิธีการเล่นของเขามันค่อนข้างอึดอัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกส่งลงสนามช่วงท้ายเกม

     เห็นได้ชัดว่า มินามิโนะ ยังไม่สามารถปรับตัวเข้าการรับบทบาทนี้ และแน่นอนว่ามันย่อมส่งผลกระทบต่อการเล่นที่ไหนลื่นของ "เดอะ เร้ดส์" กระนั้นปัญหาสำคัญก็คือ สตาร์ชาวญี่ปุ่น มีศักยภาพที่จะสวมตำแหน่ง "ฟอลส์ไนน์" ได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาไม่สามารถปรับตัวได้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะรับบทบาทสำคัญนี้

     สิ่งสำคัญที่จะทำให้ มินามิโนะ พัฒนาศักยภาพในการเล่นนั่นก็คือการได้รับโอกาสลงตัวจริงให้กับทีมชุดใหญ่ เพราะตั้งแต่เปิดฤดูกาลนี้ นักเตะมีโอกาสได้ลงสนามเป็นตัวจริงแค่เกมเดียวเท่านั้นในศึกคาราบาว คัพ (แพ้จุดโทษ อาร์เซน่อล) ซึ่งแมตช์นั้นทีมไม่ได้ใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ด้วย

     ที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้นก็คือนักเตะแดนอาทิตย์อุทัยได้ลงสนามมากกว่าครึ่งชั่วโมงแค่ครั้งเดียว นั่นก็คือ 45 นาทีหลังในแมตช์ที่แพ้ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ยับเยิน 2-7 ซึ่งบางทีนั่นจึงเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์หากจะตัดสินผลงานของ นักเตะ โดยเฉพาะการที่เขาได้โอกาสลงเล่นแค่ครึ่งหลังเท่านั้น

     ด้วยการที่ได้โอกาสแค่น้อยนิดทำให้เขายังไม่เคยได้แสดงศักยภาพที่แท้จริง ฉะนั้นจึงไม่ใช่งานที่ง่ายเอาซะเลยที่นักเตะจะได้โชว์ผลงานของตัวเองเพราะเจ้าตัวยังไม่คุ้นชินกับการรับบทบาท "ฟอลส์ไนน์" กระนั้นหาก มินามิโนะ มีเวลามากพอที่จะได้โชว์ฝีมือ เขาคงจะทำหน้าที่นี้ได้ดีไม่น้อยเช่นกัน

     หากไม่นับเกมกับ แอสตัน วิลล่า แน่นอนว่า มินามิโนะ โชว์ฟอร์มได้ดี และยิงประตูได้หลังจากถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมไปการโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นช่วง 30 นาทีเกมที่เยือน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

     ฉะนั้นในแมตช์พบ มิดทิลแลนด์ ที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมถ้วยใบโตยุโรป กลุ่ม ดี สาวก "เดอะ ค็อป" คงคาดหวังว่า คล็อปป์ จะลองให้โอกาส มินามิโนะ ได้ลงเล่นตัวจริง ซึ่งนี่จะเป็นโอกาสสำคัญมากๆ ที่จะทำให้ สตาร์ดังทีมชาติญี่ปุ่น ได้แสดงศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่เคียงข้างกับนักเตะชุดที่แกร่งที่สุดของ "หงส์แดง"

     ต้องบอกเลยว่านี่คือประโยชน์ที่ ลิเวอร์พูล จะได้ในระยะยาว เพราะหาก มินามิโนะ สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งเกมจะทำให้จังหวะการเล่นของเขาเข้ากับทีมมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจจะค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ

     ยิ่งไปกว่านั้นแฟนบอล "หงส์แดง" คงจะได้เห็น มินามิโนะ คนเดิมที่เล่นได้อย่างโดดเด่นเหมือนที่เล่นให้ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก อีกครั้ง !!!

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น