วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

โบลต์ชูใครเก่งกว่ากันระหว่างโรนัลโด้-เมสซี่

 


หลังจากโดนถามว่าในมุมมองของเขาใครเป็นคนที่เก่งกว่ากัน ระหว่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ แล้วนั้น ยูเซน โบลต์ ก็ตอบว่าสำหรับตนแล้ว โรนัลโด้ เก่งกว่า เพราะดาวเตะชาวโปรตุกีสสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่ายังเก่งอยู่แม้ว่าจะย้ายไปเล่นในลีกอื่นก็ตาม

    ยูเซน โบลต์ ตำนานนักวิ่งชาวจาเมกา กล่าวว่าสำหรับตนแล้วนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะ ยูเวนตุส เป็นนักเตะที่เก่งกว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า บาร์เซโลน่า

     โบลต์ ถือเป็นแฟนบอลตัวยงตนหนึ่ง โดยเขาถึงขั้นเคยไปทดสอบฝีเท้ากับทีมต่างๆ เพื่อที่จะได้ลองเป็นนักเตะในตอนที่ประกาศเลิกแข่งวิ่งด้วย ซึ่งถึงแม้เขาจะไม่สมหวังกับความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเลิกชอบฟุตบอลเลย

     ทั้งนี้ ล่าสุด โบลต์ ไปให้สัมภาษณ์กับ ลา กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของอิตาลี ซึ่งช่วงเขาโดนถามว่าใครเก่งกว่ากันระหว่าง โรนัลโด้ กับ เมสซี่ และเจ้าตัวก็ตอบว่า "สำหรับผมแล้วมันเป็นคำถามที่ตอบได้ยากทีเดียว เพราะผมเป็นแฟนบอล อาร์เจนตินา แต่ก็เป็นสาวกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย ผมคิดว่า คริสเตียโน่ มีบางอย่างที่ เมสซี่ ไม่มี เพราะเขาแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของตัวเองทั้งใน อิตาลี, สเปน และ พรีเมียร์ลีก ด้วย ดังนั้นถ้ามองกันถึงแง่นี้แล้วน่ะคำตอบของผมก็คงจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้"

เปิดปฏิบัติการชีเปลือย! สนามปิดแต่ทำไงถึงเข้าไปโชว์ได้

 


เผยแล้วปฏิบัติการเด็ดหนุ่มชีเปลือยลูกหนังที่วิ่งลงไปสร้างความฮือฮาระหว่างศึก ยูโรปา ลีก รอบแปดทีม เลกแรก ที่ กรานาด้า พ่ายคารังต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

     ชายนิรนามรายหนึ่งวิ่งลงไปในสนามในสภาพโป๊ในช่วงครึ่งแรกของเกมดังกล่าวที่สนาม น้วยโบ้ โลส การ์เมเนส จนทำให้เกมหยุดชะงักราว 5 นาที ทั้งๆ ที่จริงนัดนี้ มีการสั่งห้ามแฟนบอลเข้ามาชมเกม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดคำถามว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

     ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น ได้เปิดเผยหลังรวบตัวชายหนุ่มคนดังกล่าวไปสอบสวนแล้ว โดยระบุว่า เขาได้แอบเล็ดรอดเข้าไปในสนามตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ราว 7 โมงของวันพฤหัสฯ ที่ 8 เม.ย. 64 และหลบอยู่ใต้ผ้าใบที่ขึงอยู่บนอัฒจันทร์นานกว่า 14 ชั่วโมงเลยทีเดียวก่อนจะก่อเหตุหลังเกมเตะในช่วงค่ำราว 3 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่น

ลิเวอร์พูลเอาใครดี?เทียบผลงานคาบัค-โกนาเต้

 


เทียบผลงาน โอซาน คาบัค กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ หลังมีข่าวสองกระแส ลิเวอร์พูล จะเอาใครแน่ร่วมทีมในซีซั่นหน้า

     บิลด์ สื่อเยอรมัน รายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล ตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญาดึง โอซาน คาบัค กองหลังตุรกี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ แบบถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังยืมตัวมาจาก ชาลเก้ 04 สโมสรใน บุนเดสลีกา ตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตาม ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ กลับรายงานว่า "หงส์แดง" ยังคงเดินหน้าเอาจริงกับการคว้า อิบราฮิม่า โกนาเต้ ปราการหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก ให้ได้ และน่าจะปิดดีลได้อย่างแน่นอน

     คาบัค และ โกนาเต้ เป็นเซนเตอร์แบ็กที่มีความแข็งแกร่ง และหากเปรียบเทียบผลงานของทั้งคู่ในฤดูกาลนี้จะออกมาดังนี้

     เข้าสกัดบอลสำเร็จ จุดนี้ คาบัค ทำได้ดีกว่า โดยมีค่าเฉลี่ยเข้าสกัดบอลสำเร็จ 2.2 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็น 78.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วน โกนาเต้ มีค่าเฉลี่ยเข้าสกัดบอลสำเร็จ 0.9 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็น 47.3 เปอร์เซ็นต์

     ลูกดวลกลางอากาศ คาบัค ยังทำได้ดีกว่าในเรื่องนี้ โดยชนะลูกดวลกลางอากาศเฉลี่ย 3.8ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็น 61.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ โกนาเต้ มีค่าเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็น 56.5 เปอร์เซ็นต์

ตัดบอล คาบัค ตัดบอลเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 ครั้งต่อเกม ส่วน โกนาเต้ 1.3 ครั้งต่อเกม
ทำฟาวล์โกนาเต้ ทำฟาวล์ 1.3 ครั้งต่อเกม ขณะที่ คาบัค 1.2 ครั้งต่อเกม
เคลียร์บอล จุดนี้ โกนาเต้ มีผลงานดีกว่า โดยเคลียร์บอลสำเร็จเฉลี่ย 3.7 ครั้งต่อเกม ส่วน คาบัค อยู่ที่ 3.6 ครั้งต่อเกม
ผ่านบอล คาบัค ผ่านบอลเข้าเป้า 89.2 เปอร์เซ็นต์ และมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลเข้าเป้าอยู่ที่ 57.6 ครั้งต่อเกม ส่วน โกนาเต้ ผ่านบอลเข้าเป้า 83.5 เปอร์เซ็นต์ และมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลเข้าเป้าอยู่ที่ 48.2 ครั้งต่อเกม
ประตู โกนาเต้ ทำไปแล้ว 1 ประตู ขณะที่ คาบัค ยังทำประตูไม่ได้เลย
อายุ คาบัค อายุ 21 ปี ขณะที่ โกนาเต้ อายุ 21 ปี เท่ากัน ทำให้ทั้งคู่ยังเหลือเวลาค้าแข้งอีกนาน
ค่าตัว นี่เป็นอีกจุดสำคัญในการตัดสินใจจะซื้อนักเตะคนไหนมาร่วมทีม โดย โกนาเต้ มีค่าตัวอยู่ที่ราว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) ส่วน คาบัค คาดว่าอยู่ที่ราว 18 ล้านยูโร (ประมาณ 666 ล้านบาท)

ลิเวอร์พูลยิ้ม!กุนซือวิลล่าเผยข่าวร้ายกรีลิช

 


แฟนบอล ลิเวอร์พูล อาจหายใจโล่งไปได้หน่อย หลังกุนซือ แอสตัน วิลล่า แจ้งข่าวร้ายสตาร์เบอร์ 1 ของทีม

     ดีน สมิธ ผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า เปิดเผยข่าวร้ายว่า แจ็ค กรีลิช กองกลางคนเก่ง มีอาการบาดเจ็บซ้ำ ส่งผลให้จะพลาดลงช่วย "สิงห์ผงาด" บุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่สนาม แอนฟิลด์ คืนวันเสาร์ที่ 10 เมษายนนี้ (21.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

     กรีลิช วัย 25 ปี เป็นกำลังสำคัญของ แอสตัน วิลล่า โดยฤดูกาลนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทำไป 7 ประตู และ 12 แอสซิสต์จาก 23 เกมที่ลงสนาม และมีส่วนร่วมกับ 5 ประตูในเกมที่ "สิงห์ผงาด" เปิดบ้านทุบ "หงส์แดง" 7-2 เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา

     อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ต้องมาโชคร้ายบาดเจ็บหัวเข่าช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลงานของ วิลล่า ร่วงตามไปด้วย โดยชนะแค่ 2 จาก 7 เกมในลีก และตอนแรกคาดว่า เจ้าตัวอาจจะกลับมาทันเจอ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายก็ต้องพักต่ออีก 2-3 สัปดาห์

     สมิธ เผยในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า "แจ็ค มีอาการเจ็บซ้ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตัวผมและ แจ็ค อาจมองในแง่ดีไปหน่อยในการพยายามให้เขากลับมา เขาต้องการกลับมาตั้งแต่เกมพบ สเปอร์ส และเราก็เร่งให้เขาหายทันเจอ ฟูแล่ม แต่เขาเกิดเจ็บซ้ำขึ้นมา ทำให้คงต้องพักต่อ 2-3 สัปดาห์"

ลิเวอร์พูล-เชลซีเปิดศึกล่าดาวรุ่งอาแจ็กซ์

 


กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ตีข่าว ลิเวอร์พูล กับ เชลซี กำลังอยากได้ ไรอัน กราเวนเบิร์ช มิดฟิลด์อนาคตไกลของ อาแจ็กซ์ ไปร่วมทัพ โดยแข้งวัย 18 ปีมีค่าตัวราว 30 ล้านปอนด์

     ลิเวอร์พูล กับ เชลซี 2 ยอดสโมสรของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจในตัว ไรอัน กราเวนเบิร์ช กองกลางดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตามรายงานของ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอิตาลี

     ดาวเตะวัย 18 ปี ได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 แล้ว แต่ซีซั่นนี้เขากลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างเต็มตัวหลังจากได้ลงเล่นในลีกไปแล้ว 25 เกม พร้อมทำได้ 3 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ จนทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสของวงการฟุตบอลยุโรป

     เป็นที่เชื่อกันว่า อาแจ็กซ์ ตั้งค่าหัวของ กราเวนเบิร์ช เอาไว้ที่ราว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) โดยที่ กราเวนเบิร์ช ได้ลงเล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์ชุดใหญ่ไปแล้ว 3 นัดด้วย

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

เลวานฯแจงฟิตไม่ทันบู๊เปแอสเชนัด2

 


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก บาเยิร์น บอกเอง ยังไม่พร้อมที่จะช่วยทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสองกับ ปารีสฯ โดยบอกว่าจะกลับมาลงเล่นก็ต่อเมื่อรู้สึกดีแบบเต็มที่เท่านั้น

    โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าคนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่าตนจะหมดสิทธิ์ลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง ที่ต้องไปเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอังคารที่ 13 เมษายนนี้ แน่นอน

     แข้งวัย 32 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าในตอนที่ไปเล่นกับทีมชาติโปแลนด์ ซึ่งมันก็ทำให้เขาอดช่วยทีมทั้งในเกมลีกที่ บาเยิร์น ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา รวมถึงเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรกที่ "เสือใต้" แพ้ "เปแอสเช" 2-3 คารัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมาด้วย โดยตอนแรกบางคนยังมองว่าเขาอาจจะพอเรียกความฟิตกลับมาช่วยทีมได้ในเร็วๆ นี้

    เลวานดอฟสกี้ ให้สัมภาษณ์ในช่วงก่อนเกมเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมาว่า "ไม่ สัปดาห์หน้ามันยังถือว่าเร็วเกินไป ผมจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะได้กลับไปเล่นในสนาม แต่ผมจะกลับไปเล่นก็ต่อเมื่อผมรู้สึกดีและมั่นใจเท่านั้น การทำได้เพียงนั่งอยู่ที่บ้านมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเท่าไหร่"

ปีร์โล่ไม่เครียดปธ.ยูเว่นัดพบอัลเลกรี

 


อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือ ยูเวนตุส ระบุ ไม่คิดมากเลยที่ อันเดรีย อัญเญลลี่ บิ๊กบอสของทีมไปนัดพบกับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี โดยบอกว่า อัญเญลลี่ แจ้งให้ตนรู้ถึงเรื่องนี้ก่อนด้วยซ้ำ แถมทั้งคู่ก็แค่ไปพบกันในฐานะเพื่อนเท่านั้น

     อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่า อันเดรีย อัญเญลลี่ ประธานของทีมไปนัดพบกับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือว่างงานคนดังจริง แต่เสริมว่าตนไม่รู้สึกเครียดกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

    ปีร์โล่ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซือทีมชุดใหญ่ของ ยูเวนตุส เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนหน้านั้นเพิ่งได้เป็นเทรนเนอร์ระดับทีมเยาวชนของ "เบียงโคเนรี่" และจนถึงตอนนี้มันก็ถือว่าเขาพาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวังจนทำให้ ยูเวนตุส กำลังจะชวดแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้

    เรื่องดังกล่าวส่งผลให้มีข่าวลืออย่างหนาหูว่า ปีร์โล่ จะโดนปลดออกจากตำแหน่ง ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวลือว่า อัญเญลลี่ กับ อัลเลกรี แอบนัดพบกันด้วย จนทำให้มีการลือกันว่าทั้งคู่คุยถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ อัลเลกรี กลับมากุมบังเหียน ยูเวนตุส

     หลังโดนถามว่าเขามีจุดยืนยังไงกับข่าวลือเรื่องที่ อัญเญลลี่ กับ อัลเลกรี ไปนัดพบกันนั้น ปีร์โล่ ก็ตอบว่า "ไม่ ผมไม่มีจุดยืนอะไรทั้งนั้น ที่จริงท่านประธานแจ้งให้ผมทราบเกี่ยวกับการนัดพบกันของพวกเขาไปก่อนแล้ว"

     "พวกเขาเป็นเพื่อนกัน ต่อให้จะไม่มีเรื่องฟุตบอลมาเกี่ยวแต่พวกเขาก็ยังมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติมากๆ มันเหมือนกับว่าวันหนึ่งผมไปกินข้าวเย็นกับ (เปาโล) มัลดินี่ แล้ววันต่อมามีข่าวว่าเขาอยากให้ผมเป็นโค้ชของ มิลาน นั่นแหละ ในวงการฟุตบอลน่ะเรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา เพราะถึงแม้เราจะเป็นมืออาชีพ แต่ในขณะเดียวกันเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย"

แมนยูใส่ชื่อปีกวัย18ปีบู๊ยูโรปาฯ

 


แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจให้ แอนโธนี่ เอียลังย่า ปีกอนาคตไกลเป็นหนึ่งในขุมกำลังชุดดวลกับ กรานาด้า ในเกม ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก โดยเมื่อซีซั่นก่อนเขาถึงขั้นได้รับเลือกให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ "ปีศาจแดง" ด้วย

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใส่ชื่อ แอนโธนี่ เอียลังย่า ปีกดาวรุ่งชาวสวีดิชเป็นหนึ่งในขุนพลชุดที่จะสู้ศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ต้องไปเยือน กรานาด้า ในวันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายนนี้

    แม้ว่าเส้นตายการลงทะเบียนนักเตะในกลุ่ม "เอ" ของเกมถ้วยยุโรปจะผ่านไปแล้ว แต่ทุกทีมยังสามารถใส่ชื่อนักเตะในลิสต์ "บี" ซึ่งเป็นลิสต์สำหรับแข้งจากอะคาเดมี่ท้องถิ่นของทีมได้อยู่ และล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตัดสินใจใส่ชื่อ เอียลังย่า ให้อยู่ในลิสต์ดังกล่าว แถมแข้งวัย 18 ปี ก็ได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ "ปีศาจแดง" ไปเมื่อวันอังคารที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมาด้วย

     ทั้งนี้ เอียลังย่า ทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาพักหนึ่งแล้ว โดยซีซั่นก่อนเขาทำไป 7 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้ทีมรุ่นเด็ก 18 นัดในทุกรายการ จนทำให้ได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสร หรือ จิมมี่ เมอร์ฟี่ ยัง เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ ขณะที่ฤดูกาลนี้ก็ทำได้ถึง 8 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 16 นัดในทุกรายการ

     ที่จริง เอียลังย่า เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บตรงกระดูกไหปลาร้ามาหมาดๆ และเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาก็ต่อสัญญาระยะยาวกับทีมด้วย ขณะที่ตอนก่อนเริ่มฤดูกาลนี้เขาก็ได้มีส่วนร่วมกับเกมอุ่นเครื่องที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจอกับ แอสตัน วิลล่า เหมือนกัน โดยที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ให้โอกาสแข้งดาวรุ่งได้มีส่วนร่วมกับเกมถ้วยยุโรปในระดับหนึ่ง อย่างเช่นการให้ อาหมัด ดิยัลโล่ กับ โชล่า ชอเรทิเร่ ได้ลงเล่นในเกม ยูโรปา ลีก เป็นต้น

เรียกเขาว่ามหาเทพ!เผยผลงานสุดทึ่งของลินการ์ด

 


ผลงานจากนัดล่าสุดที่พา เวสต์แฮม ชนะ วูล์ฟส์ ทำให้ เจสซี่ ลินการ์ด ถือเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ร่วมกับ แฮร์รี่ เคน หากนับเฉพาะตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว ที่จำนวน 9 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าตอนนี้ ลินการ์ด กำลังเป็นหนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มฮอตมากที่สุดคนหนึ่ง

     เจสซี่ ลินการ์ด ปีกที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืมมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น ถือเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หากนับเฉพาะตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายมาอยู่กับทีม ที่จำนวน 9 ลูก

     ลินการ์ด มาเล่นกับ เวสต์แฮม ด้วยสัญญาเช่าหลังจากไม่สามารถสอดแทรกยึเตำแหน่งในทัพ "ปีศาจแดง" ได้ ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้เหนือกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้ โดยล่าสุดทำ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จนช่วยให้ "ขุนค้อน" ชนะ วูล์ฟแฮมป์ วันเดอเรอร์ส 3-2 ในเกมลีกเมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมาด้วย

    ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมกับประตูในลีก 9 ลูกที่ผ่านมาของ ลินการ์ด ประกอบด้วยการยิงเอง 6 ลูก กับการทำได้ 3 แอสซิสต์ ซึ่งหากนับเฉพาะตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายมาอยู่กับ เวสต์แฮม แล้วนั้น มันก็มีเพียง แฮร์รี่ เคน กองหน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แค่คนเดียวที่มีส่วนร่วมกับประตูใน พรีเมียร์ลีก มากเท่าเขา ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์คนเก่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีส่วนร่วมกับประตูในลีกในช่วงเวลาดังกล่าวน้อยกว่า ลินการ์ด 3 ลูกด้วยกัน

ทูเคิ่ลรับแวร์เนอร์-ฮาแวร์ทซ์เล่นไม่ออกเกมทุบปอร์โต้

 


โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ เชลซี ก้มหน้ารับ ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ เล่นไม่ออกในเกมที่ชนะ ปอร์โต้ พร้อมชมเหล่าตัวสำรองที่สร้างผลกระทบให้ทีมได้ดี

     โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่า ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ 2 แนวรุกชาวเยอรมันทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ชนะ เอฟซี ปอร์โต้ 2-0 เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา

     เกมนี้ แวร์เนอร์ กับ ฮาแวร์ทซ์ ได้เป็นตัวจริงทั้งคู่ แต่พวกเขาก็โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออกและโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 65 พร้อมกัน โดยที่ คริสเตียน พูลิซิช กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ คือคนที่ถูกส่งลงไปเล่นแทน

     ทูเคิ่ล เผยว่า "ผมยอมรับว่าวันนี้ ติโม กับ ไค เล่นไม่ออก พวกเขามีวันที่ไม่ดีเท่าไหร่ และการผ่านบอลของเราก็ไม่ได้ดีมากนัก เดิมทีเราต้องมีการเชื่อมเกมที่ดีระหว่างนักเตะแนวลึก 7 คนซึ่งมีหน้าที่ขึ้นเกมกับบรรดา 3 แนวรุก แต่วันนี้เราขาดการเชื่อมเกมที่ดีไปนิดหน่อย"

     "การผ่านบอลของเรามันไม่ได้อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมเท่าไหร่ ผมรู้สึกว่า 2 นักเตะชาวเยอรมันในแดนหน้าของเราอย่าง ติโม กับ ไค ไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุด ดังนั้นผมเลยอยากให้ตัวสำรองลงไปสร้างผลกระทบให้ได้"

     "คริสเตียน กำลังอยู่ในช่วงที่มีฟอร์มที่ดี ส่วน โอลี่ (หมายถึง ชิรูด์) รอโอกาสมานาน เขามีประสบการณ์และความทรงจำที่ดีกับสนามแห่งนี้ด้วย เราอยากส่งสัญญาณว่าเราจะเดินหน้าต่อไป นั่นเป็นแนวคิดโดยรวมที่ผมชอบเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ และเราก็อยากทำให้มันบรรลุผลให้ได้"

    "เกมรับที่ดีที่สุดคือการบุกใส่คู่แข่ง วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกทึ่งก็คือการครองบอลด้วยความกล้าหาญและสร้างความอันตรายให้อีกฝ่ายอยู่ตลอด ผมพอใจกับผลกระทบที่ตัวสำรองของเราทำได้มากๆ"

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

แมนฯซิตี้เผย!สโมสรขาดทุนยับซีซั่นที่ผ่านมา

 


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยบัญชีรายรับ-รายจ่ายสโมสรโดยพวกเขาขาดทุนไปมากมายมหาศาลกว่า 126 ล้านปอนด์ และส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่คาดในซีซั่น 2020/2021 ทุกๆ อย่างจะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยรายงานรายรับ-รายจ่ายของสโมสรโดยระบุว่าทัพ "เรือใบสีฟ้า" ต้องประสบภาวะขาดทุนมหาศาลกว่า 126 ล้านปอนด์ (ราว 4,788 ล้านบาท) เมื่อฤดูกาล 2019/2020 โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

     จากรายงานงบการเงินของ แมนฯ ซิตี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2020 ระบุว่าสโมสรมีรายรับลดลง 11 เปอร์เซนต์ หรือประมาณ 478.4 ล้านปอนด์ (ราว 18,179 ล้านบาท) มีผลเกี่ยวพันจากการที่เกมลูกหนังต้องหยุดพักแข่งชั่วคราวในช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาแข่งกันต่อในอีก 3 เดือนหลังจากนั้น

     สำหรับการเลื่อนเกมพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่งผลต่อรายได้จากการแข่งขันและค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เนื่องจากรายได้จากโปรแกรมเหล่านี้จำนวนเกือบ 1 ใน 4 ถูกเลื่อนไปนับเป็นบัญชีของปีหน้า

     ขณะเดียวกันรายได้จากการขายนักเตะอย่าง เลรอย ซาเน่ ไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัวประมาณ 54.8 ล้านปอนด์ (ราว 2,082 ล้านบาท) ยังไม่ได้ปรากฎอยู่ในงบการเงินประจำฤดูกาล 2019/2020 จึงเป็นเหตุผลให้ตัวเลขติดลบในปีนี้ค่อนข้างสูง

    อย่างไรก็ตาม คัลดูน อัล มูบารัค ประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มั่นใจว่าทีมจะได้กำไรกลับคืนมาสำหรับการแข่งขันในฤดูกาลนี้ "ก็เหมือนกับองค์กรอื่นๆ เราไม่ได้มีแผนกลยุทธ์ด้านธุรกิจเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด (โควิด-19) ไปทั่วโลกแบบนี้"

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาดการณ์ว่าสโมสรจะกลับมามีผลกำไรในฤดูกาล 2020/2021 เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของพวกเขาก็ยังคงมีรากฐานแข็งแกร่ง และรายรับที่ค้างอยู่จะรอการตัดรอบบัญชี รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19 ค่อยๆ ดีขึ้น

     เฟร์ราน โซเรียโน่ ประธานบริหาร "เรือใบสีฟ้า" เผยว่า "มันชัดเจนว่าบัญชีในฤดูกาล 2019/2020 มีการแยกออกมาซึ่งไม่ใช่เรื่องดีต่อภาพจริงของซีซั่น รวมทั้งการซื้อขายนักเตะที่มีความล่าช้า และเกมการแข่งขันหลายแมตช์ที่กลับมาแข่งหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2020 ทำให้รายได้เหล่านั้นจะอยู่ในบัญชีประจำซีซั่น 2020/2021 เราจะได้เห็นภาพการเงินที่แท้จริงของปีที่เกิดโควิดเมื่อสิ้นสุดซีซั่น 2020/2021 โดย 2 ฤดูกาลจะถูกนำมารวมกันและกลับสู่สภาพปกติ"

เผยอีก1ทีมลอนดอนที่กุนสนย้ายซบ

 


เดอะ เทเลกราฟ สื่อของอังกฤษ ระบุ นอกจาก เชลซี แล้วนั้น สเปอร์ส ก็เป็นอีกทีมที่ อเกวโร่ สนใจจะย้ายไปอยู่ด้วย โดยต่อให้สุดท้ายแล้ว "ไก่เดือยทอง" อดได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า มันก็จะไม่มีผลกับการตัดสินใจของดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์แต่อย่างใด

     เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนดังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนใจที่จะย้ายไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจบฤดูกาลนี้ด้วยเช่นกัน ตามรายงานของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

     อเกวโร่ กับ แมนฯ ซิตี้ ประกาศไปแล้วว่าพวกเขาจะแยกทางกันทันทีที่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์หมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งมันก็มีกระแสข่าวลือว่าแข้งวัย 32 ปียังอยากเล่นในประเทศอังกฤษต่อไป เพราะต้องการทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก ให้ได้ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เชลซี คือทีมที่เขาพร้อมจะพิจารณาย้ายไปล่าตาข่ายให้

    ทั้งนี้ เดอะ เทเลกราฟ เสริมว่าต่อให้ สเปอร์ส จะอดได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่ อเกวโร่ ก็ยังพร้อมที่จะย้ายไปเล่นให้กับ "ไก่เดือยทอง" อยู่ดี

โคลไม่เชื่อว่าแมนฯยูไนเต็ดจะคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครองได้

"แอนดี้ โคล" ตำนานกองหน้าของ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ไม่เชื่อว่าอดีตทีมของตนจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้มาครองได้ แม้ว่าพวกเขาจะนำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนอยู่ก็ตาม ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต้ด กำลังมีผลงานที่ยอดเยี่ยมจนทำให้เป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน ซึ่งก็มีหลายคนถึงขั้นมองว่า ปีศาจแดง มีโอกาสที่จะได้แชมป์ลีก ไปครอง แต่ก็กมีหลายคนเช่นกันที่มองต่างว่า เร้ด เดวิลส์ จะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้แน่นอน

     แม้ว่าในช่วงต้นซีซั่นจะทำผลงานได้น่าผิดหวัง แต่ตอนนี้ทีมของกุนซือ "โอเล่ กุนนาร์ โซลชา" โชว์ฟอร์มในลีกได้ดีอย่างต่อเนื่องจนไม่แพ้ใครในลีกมาแล้วถึง 11 เกมติดต่อกัน แบ่งเป็นการชนะ 9 เกม และเสมอ 2 หน ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ปัจจุบันพวกเขาขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตารางคะแนนด้วยผลงาน 36 คะแนนจากการลงเล่น 17 นัด มากกว่า "ลิเวอร์พูล" 3 แต้ม โดยที่วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคมนี้ทั้ง 2 ทีมต้องโคจรมาเจอกันเองด้วย

     โคล เผยว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครองได้รึเปล่าน่ะเหรอ ? ผมว่าอาจจะยังไม่ได้หรอก ผมคิดว่าการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นเป็นจ่าฝูงเมื่อวันที่ 12 มกราคมมันถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมเมื่อพิจารณาถึงการที่พวกเขาเคยมีอันดับที่ย่ำแย่เมื่อช่วง 2 เดือนก่อน เหมือนอย่างที่ โอเล่ พูดนั่นแหละ ที่ผ่านมาทุกคนเอาแต่พูดกันว่า โอเล่ ไม่ควรจะเป็นผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และผมคิดว่าการที่เขาพลิกสถานการณ์ของทีมได้ดีแบบนี้ รวมถึงการที่พวกเขามีความมั่นใจสูงอย่างในปัจจุบันมันเป็นคำตอบที่ดีกว่าอะไรทั้งหมด"

     "อย่างไรก็ตาม การจะลดช่องว่าง (จาก ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้) ให้ได้ภายในฤดูกาลเดียวน่ะมันไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องมีความคงเส้นคงวาอย่างมาก และตอนนี้ทั้ง 2 ทีมนั้นก็ยังไม่ถึงขั้นอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของพวกเขาด้วยซ้ำ การที่พวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้มาครองให้ได้น่ะมันต้องทำอะไรบางอย่างที่พิเศษ ผมไม่คิดว่าเรามีดีพอที่จะเดินหน้าคว้าแชมป์ลีกในซีซั่นนี้มาครองได้ แต่ผมรู้สึกว่าเราสามารถมองไปยังฤดูกาลหน้าได้ ผมคิดว่าในซีซั่นหน้าเราจะมีโอกาสได้แชมป์ลีกมากขึ้นเยอะ"

คล็อปป์ชี้ลิเวอร์พูลห่วยเองสมควรพ่ายเรอัลมาดริด

 


เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ "หงส์แดง" เล่นสุดห่วยในเกมบุกพ่าย เรอัล มาดริด 1-3 พร้อมแจงเหตุผลที่เลือกเปลี่ยนตัว นาบี เกอิต้า ออกตั้งแต่ท้ายครึ่งแรก

     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่า ทีมตนเล่นได้น่าผิดหวัง และเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด หลังจากที่ทัพ "หงส์แดง" บุกไปแพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนาม เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เมื่อวันอังคารที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา

     เรอัล มาดริด เล่นได้เหนือกว่าชัดเจน และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 27 จากการหลุดเข้าไปยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ หลังจากนั้นนาทีที่ 36 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โหม่งคืนหลังไม่ดี ถูก มาร์โก อาเซนซิโอ ฉกบอลเข้าไปทำประตูที่สองให้เจ้าถิ่น

     อย่างไรก็ตาม เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 6 นาที ลิเวอร์พูล ได้ประตูตีไข่แตก 1-2 จากการยิงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กระนั้นนาทีที่ 65 "ราชันชุดขาว" มาได้ประตูที่สามจากการยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ เจ้าเก่า จบเกม ลิเวอร์พูล พ่ายเลกแรก 1-3 ก่อนกลับไปเตะเลกสองที่ แอนฟิลด์ วันพุธที่ 14 เมษายน

     "ถ้าคุณต้องการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ คุณจำเป็นต้องเล่นด้วยฟอร์มที่คู่ควรจริงๆ ซึ่งคืนนี้เราทำแบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งแรก ผมไม่แฮปปี้เลย กับวิธีการเล่นของเรายามได้ครองบอล เราไม่สมควรได้รับอะไรมากกว่านี้จริงๆ ในเกมคืนวันนี้"

    "คุณไม่สามารถรับมือกับสปีดของ เรอัล มาดริด ได้อยู่แล้ว เมื่อคุณเสียบอลให้กับพวกเขาง่ายๆ เรื่องดีอย่างเดียวจากเกมนี้ นอกเหนือจากประตูที่เราทำได้คือ นี่มันเพิ่งเป็นเกมเลกแรกเท่านั้น" ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 53 ปี เปิดใจหลังเกม

     เกมนี้ นาบี เกอิต้า ได้สตาร์ทเป็นตัวจริง แต่กลับทำผลงานได้น่าผิดหวัง จนถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก (ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงแทน นาทีที่ 42) ซึ่ง คล็อปป์ ได้ชี้แจงประเด็นนี้เรียบร้อย "มันเป็นเรื่องของแท็กติก ผมคงต้องบอกอย่างนี้ แต่ ณ เวลานั้นจริงๆ แล้ว ผมสามารถปรับเปลี่ยนได้อีกสองหรือสามอย่าง"

สื่อตีมิลานจับอิบราฮิโมวิชต่อสัญญา เผยค่าเหนื่อยไม่ธรรมดากับแข้งเกือบ40

 


สกาย อิตาเลีย สื่อดังแดนมะกะโรนี ตีข่าว เอซี มิลาน ตัดสินใจจับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าจอมเก๋าชาวสวีเดนขยายสัญญาใหม่อีก 1 ปี พร้อมค่าเหนื่อยตก 7 ล้านยูโร (ราว 245 ล้านบาท)

     รายงานระบุว่า ดาวยิงวัย 39 ได้ตกลงสัญญาใหม่อีก 1 ปีกับ มิลาน เรียบร้อยถึงปี 2022 อันจะทำให้เขาจะได้เล่นให้ "ปีศาจแดง-ดำ" ต่อในซีซั่นหน้าหลังของเดิมกำลังจะหมดลงในอีกสองเดือนข้างหน้า 

    โดยหอกทีมชาติสวีเดน ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ย้ายกลับสู่ถิ่น ซาน ซิโร่ อีกรอบเมื่อกลางฤดูกาลที่แล้ว ทำไป 25 ประตูจากการลงสนาม 34 นัดใน เซเรีย อา

     ทั้งนี้ อิบราฮิโมวิช ที่จะเป่าเค้กฉลองวันเกิดอายุครบ 40 ปีในเดือนตุลาคมนี้ ถือเป็นคีย์แมนของกุนซือ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ที่หวังนำ "ปีศาจแดง-ดำ" กลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014 โดยปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 2 บนตาราง เซเรีย อา

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ป็อกบาตกลงกับแมนฯยูไนเต็ดรอตัดสินอนาคตตอนจบฤดูกาล

"ปอล ป็อกบา" กองกลางชาวฝรั่งเศส ตกลงกับ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ว่าจะรอตัดสินใจเรื่องอนาคตของตัวเองในตอนที่จบฤดูกาล 2020-21 ไปแล้ว ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี ในช่วงหลายนัดที่ผ่านมา ป็อกบา เริ่มทำผลงานได้โดดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเป็นกำลังสำคัญที่พา แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกตอนนี้ ซึ่งมันก็มีโอกาสที่ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสอาจจะเลือกอยู่กับ ปีศาจแดง ต่อไป

     หลายเดือนก่อนแทบทุกคนมองตรงกันว่า "ป็อกบา" น่าจะเตรียมย้ายออกจากทีม เพราะ "มิโน่ ไรโอล่า" เอเยนต์ของเขาพูดเองว่านักเตะในความดูแลของตนไม่มีความสุขกับทีม และจะบอกลา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แน่นอน โดยที่ดาวเตะเลือดน้ำหอมก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าวด้วย แต่พักหลังมานี้เขาได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับทำผลงานได้โดดเด่นจนมีส่วนทำให้ทีมนำเป็นจ่าฝูงของลีกในตอนนี้

     ทั้งนี้ เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาสื่อทุกเจ้ารายงานตรงกันว่า "แมนฯ ยูไนเต็ด" ใช้อ็อปชั่นขยายสัญญาของ "ป็อกบา" ไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 หลังจากเดิมทีมันจะหมดลงในช่วงกลางปีนี้ แต่การใช้อ็อปชั่นดังกล่าวเป็นเพียงการซื้อเวลาในระดับหนึ่งของ "แมนฯ ยูไนเต็ด" เท่านั้น เพราะมันทำให้พวกเขามีเวลาตัดสินใจมากขึ้นว่าจะต่อสัญญาหรือขายเจ้าตัวดี โดยที่ผ่านมา "ป็อกบา" ก็มีข่าวกับทั้ง เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

     กระทั่งล่าสุด เดลี่ เมล ก็เผยว่าทั้ง "ป็อกบา" และ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ตกลงร่วมกันว่าจะยังไม่ตัดสินใจเรื่องอนาคตของแข้งวัย 27 ปีในตอนนี้่ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็อยากให้ความสำคัญกับการล่าแชมป์ก่อน โดยสื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตอนนี้มันยังสามารถออกได้ทุกหน้า ไม่ว่าจะเป็นการที่ "ป็อกบา" ต่อสัญญาหรือย้ายออกจากทีม สมัครmm88

วูล์ฟส์ยืมกองหน้าบราซิลร่วมทัพอย่างเป็นทางการ

"วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส" สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว "วิลเลี่ยน โชเซ่" กองหน้าชาวบราซิเลียนของ "เรอัล โซเซียดาด" ใน ลา ลีกา สเปน มาเข้าถิ่น โมลินิวซ์ กราวนด์ อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ วูล์ฟส์ ทำผลงานได้น่าผิดหวังพอสมควร ต่างจากซีซั่นก่อนอย่างมาก อีกทั้งยังมีปัญหาในแนวรุกอีกด้วย เนื่องจากหัวหอกตัวเก่งของทีมอย่าง ราอูล ฮิเมเนซ บาดเจ็บหนัก

     "หมาป่า" ตกลงยืมตัวดาวยิงวัย 29 ปี มาใช้งานแบบยืมตัวจนจบฤดูกาลนี้ และมีเงื่อนไขสามารถซื้อขาดได้ในช่วงซัมเมอร์ หลังเจ้าตัวอยู่กับ "โซเซียดาด" มาตั้งแต่ปี 2016 โดยลงเล่นไปทั้งหมด 170 นัด ทำได้ 62 ประตู

     ส่วนผลงานในระดับชาตินั้น "วิลเลี่ยน" เคยติดทีมชาติบราซิล รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ทั้งหมด 15 นัด ทำได้ 5 ประตู รวมทั้งอยู่ในชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รุ่นยู-20 เมื่อปี 2011 ด้วย "วิลเลี่ยน" จะได้มาสวมหมายเลข 12 ให้กับ "วูล์ฟแฮมป์ตัน" และจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในแนวรุกให้กับทีมของ "นูโน่ เอสปิริโต ซานโต" หลัง "ราอูล ฮิเมเนซ" ดาวยิงเม็กซิโกต้องพักยาวสมัครmm88

เผยสถิติสุดห่วยเกมรุกของลิเวอร์พูล

"ลิเวอร์พูล" เป็นทีมที่มีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนจังหวะยิงให้เป็นประตูได้น้อยที่สุดของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หากนับตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา หลังจากทำได้เพียง 1.1 เปอร์เซ็นต์ ตามตัวเลขที่เปิดเผยโดย สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี ในช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ย่ำแย่สุดๆ ด้วยการไม่ชนะใครมาเลย 5 นัดติดต่อกัน จนทำให้ตอนนี้ หงส์แดง มีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่าง ปีศาจแดง ถึง 6 แต้ม

     เกมรุกของ "ลิเวอร์พูล" ทำผลงานได้ย่ำแย่ในช่วงที่ผ่านมาจนมีส่วนทำให้ทีมไม่ชนะใครในลีกมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน โดยในจำนวนนั้น "หงส์แดง" ทำประตูไม่ได้เลย 4 เกมรวดด้วย


     ทั้งนี้ ตัวเลข 1.1 เปอร์เซ็นต์ของ "ลิเวอร์พูล" เทียบไม่ได้เลยกับอันดับ 1 ในชาร์ตนี้อย่าง "เลสเตอร์ ซิตี้" ที่เปลี่ยนจังหวะยิงให้เป็นสกอร์ได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ หากนับตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา โดยที่ "เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน" กับ "ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์" ตามมาเป็นที่ 2 กับ 3 ตามลำดับ ขณะที่ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ซึ่งเป็นจ่าฝูงนั้น ทำได้ 10.7 เปอร์เซ็นต์ จนเป็นอันดับ 9 ในชาร์ตนี้ สมัครmm88

ยอร์คชี้สาเหตุที่บางคนชอบตำหนิโซลชา

"ดไวท์ ยอร์ค" อดีตยอดกองหน้าของ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าสาเหตุที่บางคนชอบตำหนิ "โอเล่ กุนนาร์ โซลชา" กุนซือชาวนอร์เวย์ของ "ปีศาจแดง" รวมถึง "แมนฯ ยูไนเต็ด" ในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะคนเหล่านั้นอิจฉา "โซลชา" ที่ได้รับงานใหญ่ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้มีผลงานที่โดดเด่นในการคุมทีมมากนัก ในช่วงที่ผ่านมา โซลชา เคยโดนตำหนิหนักพอสมควร เนื่องจากตอนนั้นพา แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ไม่คงเส้นคงวา แต่ตอนนี้กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนกำลังพา ปีศาจแดง ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

     ปัจจุบัน "โซลชา" ทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายคนคิดด้วยการนำทีมเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน ตรงข้ามกับก่อนหน้านี้ที่เขาพาทีมทำผลงานได้ไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควรในหลายช่วงจนถึงขั้นทำให้มีข่าวเกี่ยวกับการโดนปลดออกจากตำแหน่งอยู่บ่อยๆ ขณะที่บางคนก็ให้ความเห็นว่าเขายังไม่เหมาะกับงานใหญ่ขนาดนี้ หลังจากก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นกุนซือในระดับทีมชุดแค่กับ "โมลด์" และ "คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้" เท่านั้น

     ยอร์ค เผยว่า "หลายคนในวงการน่ะอิจฉา โอเล่ บางคนไม่อยากเห็นเขาประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลบางอย่าง พอผมพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และฟังที่หลายคนพูดเกี่ยวกับสโมสรแล้วน่ะผมก็คิดว่ามันมาจากความอิจฉาล้วนๆ ก่อนหน้านี้เขาทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่กับที่ คาร์ดิฟฟ์ และเคยคุม โมลด์ ก่อนที่จู่ๆ จะได้รับหนึ่งในงานที่ใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอล หลายคนในวงการนี้น่ะต่างก็อยากได้รับโอกาสแบบนี้กันทั้งนั้น แล้วจู่ๆ เขาก็เป็นคนที่ได้รับงานดังกล่าว มันเหมือนกับว่าเขาถูกหวยรางวัลที่ 1 นั่นแหละ"

     "เขาเมินเฉยต่อทุกๆ คำพูด, เขายึดมั่นกับความเชื่อของตัวเอง และทำทีมด้วยการใช้ทุกประสบการณ์ที่มีจากสมัยเป็นนักเตะของ ยูไนเต็ด รวมถึงสมัยที่ทำงานกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ตอนนี้เขาจับจุดสำคัญได้แล้ว และดูสิว่าตอนนี้พวกเขาทำผลงานได้ดีมากแค่ไหน" สมัครmm88

โซลชาไม่ต้องการปล่อยฟานเดอเบ็คออกจากทีมมกราคมนี้

"โอเล่ กุนนาร์ โซลชา" กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนของ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ต้องการปล่อย "ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค" กองกลางชาวดัตช์ออกจากทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลก ในช่วงที่ผ่านมาอนาคตของ ฟาน เดอ เบ็ค เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากเท่าที่ควร จนทำให้ตกเป็นข่าวการย้ายทีมอย่างหนัก

     ถึงแม้ตลอดช่วงหลายฤดูกาลก่อน "ฟาน เดอ เบ็ค" จะทำผลงานได้โดดเด่นกับ "อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม" จนได้รับคำชมจากหลายฝ่าย แต่เขาก็ยังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงแบบถาวรกับ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ได้เลย นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จนทำให้มีกระแสข่าวลือว่าเขาไม่พอใจกับสถานการณ์ของตัวเองเท่าไหร่ และต้องการย้ายทีมเพื่อหาโอกาสลงสนามมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบยืมตัว

     อย่างไรก็ตาม อีเอสพีเอ็น เผยว่า "โซลชา" ต้องการเก็บ "ฟาน เดอ เบ็ค" เอาไว้ใช้งานต่อไปเพราะตอนนี้ทีมกำลังมีลุ้นแชมป์ลีก แถมยังมีโปรแกรมชุกพอตัวด้วยจนทำให้อาจจะจำเป็นต้องมีการหมุนเวียนทีมกันบ้าง โดยสื่อเจ้าเดิมเสริมว่า "แมนฯ ยูไนเต็ด" แจ้งเรื่องนี้ให้ดาวเตะวัย 23 ปีรู้แล้วเช่นกัน สมัครmm88

วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

"เป๊ป" ชี้แมนซิตี้ต้องยกระดับความคมแม้สอยนิ่มกลัดบัค

 


เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ "เรือใบสีฟ้า" ต้องจบสกอร์ให้คมกว่านี้ แม้บุกสอย โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แบบสบายๆ 2-0 พร้อมระบุทีมตนไม่ใช่เต็งหนึ่งซิวถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า ทีมตนจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องความเด็ดขาดในการจบสกอร์ ถึงแม้เป็นฝ่ายได้ชัยชนะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่บุกไปพิชิต โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-0 เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูจาก แบร์นาโด้ ซิลวา นาทีที่ 29 และ กาเบรียล เชซุส นาทีที่ 65 ทำให้พวกเขาถือความได้เปรียบมหาศาล ก่อนกลับมาเตะเกมเลกสองในรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม วันอังคารที่ 16 มีนาคม กระนั้น กวาร์ดิโอล่า ยังไม่ค่อยพอใจกับการจบสกอร์ของทีม

     "โดยรวมถือเป็นเกมที่ดี เราคอนโทรลเกมได้ แต่น่าเสียดายที่เราไม่นิ่งพอยามอยู่หน้าประตูคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู ซึ่งจุดนี้เราจำเป็นต้องปรับปรุง เกมเลกแรกมันเป็นอะไรที่ยากอยู่แล้ว ดังนั้นเกมรุกจำเป็นต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ คุณจำเป็นต้องเล่นให้สมบูรณ์แบบ เพื่อที่จะเข้ารอบต่อไป" ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 50 ปี เปิดใจหลังเกม

      พร้อมกันนั้น กวาร์ดิโอล่า ได้ยกให้ทีมแชมป์เก่าอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสมากกว่า แมนฯ ซิตี้ ในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ "เมื่อผมได้ดูการเล่นของ บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวาน (บุกต้อน ลาซิโอ 4-1) ผมไม่คิดแบบนั้นนะ (เรื่องที่ แมนฯ ซิตี้ ถูกยกเป็นเต็งแชมป์) แต่ถ้าผู้คนอยากจะบอกว่าเราเป็นทีมเต็ง เราก็พร้อมรับ"

"มูรินโญ่" ชมอัลลีฟอร์มแจ่มเกมสเปอร์สยำโวล์ฟสแบร์เกอร์

 


โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ระบุ เดเล่ อัลลี มิดฟิลด์เลือดผู้ดี เล่นได้น่าประทับใจในเกมเปิดบ้านถลุง โวล์ฟสแบร์เกอร์ 4-0 พร้อมย้่ำยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทัพ "ไก่เดือยทอง"

      โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวชื่นชม เดเล่ อัลลี กองกลางดาวดังชาวอังกฤษว่า เล่นได้ดีมากๆ ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" เปิดบ้านถล่ม โวล์ฟสแบร์เกอร์ สโมสรดังจากออสเตรีย 4-0 เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     อัลลี จักรยานอากาศทำประตูสุดสวยให้ สเปอร์ส ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 10 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นก็มาได้อีกสามประตูจาก คาร์ลอส วินิซิอุส นาทีที่ 50, แกเร็ธ เบล นาทีที่ 73 และ วินิซิอุส อีกลูกในนาทีที่ 83 ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์รวมสองนัด 8-1

     "เรื่องประตูที่เขาทำได้ ผมไม่อยากจะพูดถึง เพราะทุกคนทั่วโลกคงได้เห็นกันแล้ว" ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสวัย 58 ปี เปิดใจหลังเกม "สำหรับผมแล้ว นอกเหนือจากประตูที่เขาทำได้ วันนี้เขาเล่นได้ดีมาก คุณเห็นว่า เขาไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ที่เราต้องลงเล่นทุกๆ สามวัน เขามีความสำคัญมาก เช่นเดียวกับ (แฮร์รี่) วิงส์ และ (มุสซ่า) ซิสโซโก้ เราต้องการพวกเขาทั้งหมด"

      สำหรับฤดูกาลนี้ อัลลี ซึ่งมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างหนักในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพิ่งลงเล่นให้ สเปอร์ส รวมทุกรายการ 17 นัด ทำได้ 3 ประตู

ป๋าเผยเหตุสตั๊ดบินทำเบ็คส์วิ่งปรี่เอาเรื่อง

 


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ตำนานผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยถึงเหตุการณ์สตั๊ดเหินหาวจนทำให้ เดวิด เบ็คแฮม คิ้วแตก และกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจโบกมือลา "ผีแดง" ทีมรัก เพื่อไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด

     เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยช่วงเวลาที่ตนกับ เดวิด เบ็คแฮม ทะเลาะกันอย่างรุนแรงในห้องแต่งตัว โดยตอนนั้น "หนุ่มเบ็คส์" พยายามวิ่งปรี่จะเข้ามาเอาเรื่องตนเลยทีเดียว

     ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ ปลุกปั้นกลุ่มเด็กดาวรุ่งในชื่อ "คลาส ออฟ 92" จนประสบความสำเร็จมากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ เบ็คแฮม ซึ่งเป็นนักเตะที่โดดเด่นทั้งในและนอกสนาม จนทำให้บางครั้งเขามักจะทำตัวไม่เหมาะสม

     ย้อนไปเมื่อปี 2003 เบ็คแฮม มีข่าวว่าได้รับความสนใจจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยยอดทีมแห่งถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้องการนำ "หนุ่มเบ็คส์" มาร่วมทัพ โดยในเวลานั้น "ท่านเซอร์" ไม่พอใจอย่างมาก เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของ ดาวเตะจอมปั่นฟรีคิกชาวอังกฤษ และทำให้ทีมต้องแพ้ อาร์เซน่อล 0-2 ในศึกเอฟเอ คัพ

     เหตุการณ์ตึงเครื่องระหว่างทั้งสองคนยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อมีข่าวว่า เฟอร์กูสัน เตะรองเท้าสตั๊ดใส่หน้า เบ็คแฮม จนคิ้วแตก และนั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายระหว่างพวกเขา เพราะจากนั้นไม่นานนักเตะก็ย้ายไปอยู่กับทัพ "โลส บลังโกส"

     "เซอร์เฟอร์กี้" ย้อนอดีตเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัวของ "ผีแดง" ผ่านหนังสืออัตชีวิประวัติของเขาว่า "ในซีซั่นสุดท้ายของเขากับเรา เรารู้ว่าความทุ่มเทของ เดวิด ลงลด และเราได้ยินข่าวลือมากมายระหว่าง เรอัล มาดริด กับ เดวิด"

     "ปัญหาสำคัญก็คือเขาเริ่มขาดความเคารพ เขาอยู่ห่างจากผม 12 ฟุต โดยระหว่างเรามีรองเท้าขวางอยู่ เดวิดสบถคำหยาบออกมา ผมก็เลยขยับตัวไปหาเขา และพอได้ระยะผมก็เตะรองเท้าสตั๊ดใส่เขา รองเท้ามันพุ่งใส่ที่บริเวิณเหนือตาของเขา"

     "แน่นอนว่าเขาตรงปรี่เข้ามาหาผม และมีนักเตะหลายคนห้ามเขาเอาไว้ ในวันต่อมาเรื่องราวพวกนี้ก็ปรากฎในหนังสือพิมพ์ สื่อบางรายบอกว่านี้คือบทลงโทษที่เลวร้ายด้วยรองเท้าสตั๊ด หลังจากนั้นผมก็บอกกับบอร์ดบริหารว่า เดวิด คงต้องไป"

     "บอร์ดบริหารที่รู้จักผมรู้ถึงความหมายที่ผมได้ส่งออกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มคิดว่าเขาใหญ่กว่าผู้จัดการทีม เขาจะต้องย้ายออกไป" บรมกุนซือเลือดวิสกี้ ผู้นำ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย ระบุ

ซูเปอร์คอมทำลายลิเวอร์พูลหลุดท็อปโฟร์

 


ลิเวอร์พูล คงต้องอกสั่นขวัญหายอีกครั้งเมื่อซูเปอร์คอมทำการทำนายอันดับหลังจบฤดูกาลนี้ โดย "เดอะ เร้ดส์" จบในอันดับ 5 และทำให้พวกเขาต้องหล่นไปเล่นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ขณะที่แชมป์เป็นของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้

     แฟนบอลลิเวอร์พูล คงไม่ปลื้มเมื่อมีการคาดการณ์ว่า "หงส์แดง" หลุดตำแหน่งท็อปโฟร์ ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาล 2020/2021 จากการคำนวยของซูเปอร์คอม

     สถานการณ์ในปัจจุบันของ "เดอะ เร้ดส์" ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อพวกเขารั้งอันดับ 6 โดยแพ้ในเกมลีก 4 แมตช์ติดต่อกัน พร้อมกับเสียไปถึง 10 ประตู โดยในเวลานี้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" ถึง 19 คะแนน และเป็นรอง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 อยู่ 5 แต้ม

     จากการคำนวนของซูเปอร์คอมระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ จะจบฤดูกาลในอันดับ 5 ส่งผลให้พวกเขาต้องไปเล่นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นหน้า หากพวกเขาไม่สามารถที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ได้

     ขณะที่ทีมอันดับ 4 คาดว่าน่าจะเป็น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียนแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด โดยในเวลานี้ทีมยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นตลอด 8 เกมในทุกรายการ

     ส่วนแชมป์ยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทำผลงานสุดน่าเหลือเชื่อด้วยการเก็บชัยชนะ 19 แมตช์ติดต่อกันในทุกรายการ ที่สำคัญ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีลุ้นแชมป์อีก 3 รายการได้แก่ เอฟเอ คัพ (รอบ 8 ทีมสุดท้าย), คาราบาว คัพ (รอบชิงชนะเลิศ) และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย)

     ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าซีซั่นที่ผ่านมา โดยพวกเขาจะจบอันดับ 2 ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าอันดับ 3 ส่งผลให้พวกเขาได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปอีกครั้ง ขณะที่ เวสต์แฮม ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 4 แต่สุดท้ายจะจบในอันดับ 6 โดยเหนือกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เอฟเวอร์ตัน และ แอสตัน วิลล่า

     สำหรับสโมสรที่ต้องโบกมือลาลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ก็หนีไม่พ้นจากที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้ตั้งแต่แรก นั่นก็คือ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่จะได้อันดับบ๊วยในตารางลีก


อินเตอร์งานงอก5ทีมงานติดโควิด-19

 


อินเตอร์ มิลาน งานงอกซะแล้วหลังมีการตรวจพบว่า 4 ผู้บริหาร และ 1 ทีมสตาฟฟ์ทัพ "งูใหญ่" ติดเชื้อไวรัสมรณะ โดยงานนี้ทั้งทีมงานโค้ชและนักเตะต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตราการความปลอดภัยด้านสุขภาพ และรอที่จะเข้ารับการตรวจร่างกาย

     อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สโมสรว่าตอนนี้กำลังจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลัง 4 ผู้บริหารกับ 1 สมาชิกในทีมสตาฟฟ์ของทัพ "เนรัซซูรี่" มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสมรณะ

     สำหรับทีมสตาฟฟ์ 5 รายที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ อเลสซานโดร อันโตเนลล่า และ จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า สองผู้อำนวยการบริหาร, ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬา และ อันเจโล่ คาเปลลินี่ นักกีฬาประจำสโมสร รวมทั้งสมาชิกในทีมสตาฟฟ์เทคนิคอีก 1 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เข้ารับการกักตัวแล้ว

     แถลงการณ์จาก อินเตอร์ มิลาน ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งจ่าฝูงลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนี และมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2009/10 ระบุว่า "ทีมสตาฟฟ์โค้ชทุกคน และนักเตะในทีมต้องทำการกักตัวตามมาตรการป้องกันเรื่องสุขภาพ"