วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ความบาดหมางไม่ใช่ประเด็น!เป๊ปเอาจริงล่าฮาแลนด์แม้ไม่ลงรอยเอเยนต์


เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เต็มใจที่จะละทิ้งเรื่องส่วนตัวกับ มิโน่ ไรโอล่า เพื่อโอกาสที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าตัว เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ เข้ามาเล่นในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมทิ้งเรื่อหลังที่บาดหมางกับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์คนดังที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าของ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ สตาร์ดาวรุ่งนอร์วีเจี้ยน เพื่อหวังคว้าแข้งรายนี้เข้าสู่รั้ว เอติฮัด สเตเดี้ยม

     ทั้ง กวาร์ดิโอล่า และ ไรโอล่า มีความไม่ลงรอยกันนับตั้งแต่สมัยที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า โดยทางตัวเอเยนต์เองมองว่ากุนซือสแปนิชปฏิบัติกับ อิบราฮิโมวิช ไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งเมื่อปี 2018 ไรโอล่า ได้กล่าวถึง กวาร์ดิโอล่า ว่ามีความเป็นคนเท่ากับศูนย์

     อย่างไรก็ตาม ความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันนี้จะไม่เข้ามาขัดขวางการไล่ล่าตัว ฮาแลนด์ ของ แมนฯ ซิตี้ ที่หมายจะคว้ามาแทนที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าระดับตำนานของ "เรือใบสีฟ้า" โดยแหล่งข่าวของ แมนฯ ซิตี้ เผยกับ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อประเทศอังกฤษ ถึงเรื่อนี้ว่า "มีการติดต่อกับ มิโน่ ไรโอล่า และหากเขาเสนอผู้เล่นที่เราสนใจมาให้ มันก็ไม่ใช่ปัญหา"

     "ยกตัวอย่างเรื่องแบบนั้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตอนที่มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันระหว่าง เป๊ป กับ เอเยนตของ ยาย่า ตูเร่ (ดิมิทรี เซลุค) ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้การต่อสัญญา ยาย่า กับ สโมสร ติดขัดอะไร"

     "สิ่งที่ดีที่สุดกับสโมสรไม่ได้ขึ้นกับเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด"

     ทั้งนี้ กวาร์ดิโอล่า หมายมั่นล่าตัว ฮาแลนด์ เพื่อเข้ามาทดแทน อเกวโร่ ที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งถึงแม้ ฮาแลนด์ จะมีค่าฉีกสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ ในปีหน้า ที่หากจะปล่อยตัวออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ "เสือเหลือง" ต้องจะตั้งค่าตัวของกองหน้าตัวเก่งไว้ที่ 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,200 ล้านบาท

คล็อปป์เผยเคยคิดใช้เทรนท์,ร็อบโบ้ยืนเซ็นเตอร์


เจอร์เก้น คล็อปป์ เผยเหตุผลว่าจริงๆ แล้วตนเคยมีความคิดที่จะใช้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กจำเป็นหลังเจอปัญหาเรื่องปราการหลังตัวกลางมาโดยตลอดในฤดูกาลนี้

     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าเคยคิดจะใช้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน สองคู่หูแบ็กขวา-ซ้าย "หงส์แดง" เล่นเป็นปราการหลังตัวกลางในฤดูกาลนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกความคิดนั้นเพราะจะทำให้เสียระบบการเล่นของทีม

     ลิเวอร์พูล ประสบปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บมากมายในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กที่เสีย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล และเมื่อเดือนก่อน โฌแอล มาติป ก็บาดเจ็บอีกคนจนต้องพักรักษาตัวยาวจนจบซีซั่น ทำให้ ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สองมิดฟิลด์อาชีพต้องถอยมาเล่นเป็นกองหลังจำเป็น

     ซึ่งเรื่องดังกล่างทำให้ คล็อปป์ ถึงขั้นเคยมีความคิดที่จะเอา อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ โรเบิร์ตสัน หุบเข้ามาเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นเดือนมกราคม "หงส์แดง" ก็ตัดสินใจคว้าสองกองหลังอาชีพอย่าง โอซาน คาบัค และ เบน เดวิส เข้ามา ทำให้มีตัวเลือกในตำแหน่งนี้เพิ่มมากขึ้น

     "ทั้งสองฟูลแบ็คของเรา ผมเคยคิดว่าจะให้ทั้งคู่เล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กครั้งหรือสองครั้ง แต่สุดท้ายผมก็ไม่ทำมัน"

     "การทำแบบนั้นจะทำให้การเล่นตรงตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเปลี่ยนไป ทำให้โครงสร้างของเกมมันจะเสียกระบวน"

     "มันเปลี่ยนไปทุกๆ อย่าง ทั้งการขึ้นเกม, แผนการเล่น, การป้องกัน, ทุกๆ อย่างเลย ดังนั้น คุณต้องสร้างทีมในตำแหน่งนี้เพื่อที่คุณจะสามารถป้องกันได้ และการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับว่าใครจะต้องเล่นตรงนั้น"

     "นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่วนสิ่งอื่นๆ ที่มั่นคงอยู่แล้วคือการเล่นของฟูลแบ็กทั้งสองข้าง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงแบบนั้นมันเยอะเกินไปต่อโครงสร้างวิธีการเล่นตรงริมเส้นด้วย ซึ่งมันคือการเปลี่ยนแปลงถึงสองอย่าง นี่คือเหตุผลแหละว่าทำไมเราถึงไม่ทำ"

ทูเคิ่ลรับเคยสนดึงแข้งแมนยูร่วมทีม


โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ เชลซี ระบุ สมัยที่เป็นนายใหญ่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตนเคยสนใจที่จะดึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมก๊วน โดยชม บรูโน่ ว่าทั้งยิงเองได้ดีและทำให้คนรอบข้างเล่นได้เก่งขึ้นตามไปด้วย

     โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี กล่าวว่าตนเคยพยายามที่จะดึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับทีมในช่วงที่กุมบังเหียน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยู่

     บรูโน่ เริ่มเป็นที่จับตามองของหลายทีมในทวีปยุโรปในตอนที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนที่สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เขามาร่วมทัพเมื่อช่วงกลางฤดูกาลก่อน และหลังจากนั้นเป็นต้นมาดาวเตะชาวโปรตุกีสก็เล่นได้สุดยอดจนได้รับคำชมจากหลายฝ่าย

     ทูเคิ่ล เผยว่า "ผู้อำนวยการกีฬาคนแรกของผมตอนที่อยู่กับ ปารีส คือ อันเตโร่ เอ็นริก ซึ่งเป็นคนโปรตุกีส เขารู้จัก บรูโน่ เป็นอย่างดี เขาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะสร้างสายสัมพันธ์กับเขา และเอาเขามาอยู่กับทีมของเราในตอนนั้นให้ได้ เพราะเขามีความโดดเด่นอย่างมากตอนอยู่กับ สปอร์ติ้ง"

     "เขาเป็นทั้งคนที่ทำประตูได้ดี และทำให้คนอื่นๆ รอบตัวเขาอันตรายขึ้นตามไปด้วย ในช่วงปีแรกที่ผมคุม ปารีสฯ น่ะ เราตามดูเกมของเขาหลายนัด เราคอยดูฟอร์มของเขา และติดต่อกับเขาเพื่อที่จะทำให้เกิดการย้ายทีมให้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกอีกทางหนึ่ง มันเป็นเรื่องแย่สำหรับเราที่เราต้องเจอกับเขา จริงไหม ?"

แฟนหงส์เมืองไทยทำบุญแก้ชงแข้งลิเวอร์พูล


สาวก "เดอะ ค็อป" เมืองไทย ทนไม่ไหวกับปัญหารุมเร้าของทีมรักโดยเฉพาะเรื่องแข้งหลักพาเหรดบาดเจ็บ เลยไปทำบุญแก้ปีชงให้ทัพ “หงส์แดง” รวมถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันด้วย เผื่อเรื่องร้ายๆ จะบรรเทาเบาบาง

     แฟนเพจ REDs Retro ซึ่งเป็นกองเชียร์ "เร้ด แมชีน" ในเมืองไทย เปิดเผยผ่านโลกโซเชี่ยลว่าได้ไปทำบุญแก้ชงให้เหล่านักเตะลิเวอร์พูล รวมทั้ง คล็อปป์ หลังจากที่ทีมรักเผชิญหน้ากับปัญหารุมเร้า และเรื่องร้ายๆ ทั้งบาดเจ็บ และฟอร์มตก ล่าสุด นายทวารมือหนึ่งอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ เพิ่งสูญเสียคุณพ่อแบบไม่คาดคิด แถมยังไม่สามารถไปร่วมพิธีศพในบราซิลบ้านเกิดได้ ส่งผลต่อสภาพจิตใจโดยตรง

     หากไล่รายชื่อดูแล้ว คนที่เข้าข่ายปีชงตามศาสตร์จีนโบราณ ล้วนประสบปัญหาบาดเจ็บหรือไม่ก็ฟอร์มตก ทั้งๆ ที่ในปีก่อนหน้า ยอดทีมแห่ง แอนฟิลด์ เพิ่งคว้าแชมป์ด้วยฟอร์มสุดยอด6 ทว่าล่าสุดผลงานดิ่ง พ่ายคารังติดต่อกันถึง 4 นัดแบบไม่น่าเชื่อ

     ทั้งนี้ ลิสต์รายชื่อนักเตะ "หงส์แดง" ที่เพจดัง REDs Retro เผยว่า ได้ถูกนำไปทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ เนื่องในปีชงตามนักษัตรจีน ที่วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ประกอบด้วย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, โฌเอล มาติป, ติอาโก้ อัลคันทาร่า, เซอร์ดาน ชากิรี่ ซึ่งทั้งหมดล้วนบาดเจ็บ มีเพียงแค่สองรายหลังที่กลับมาช่วยทีมได้แล้ว ส่วนอีกสองคนอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยฝากผลงานไว้ชัดเจนในซีซั่นนี้

ไม่ต้องห่วง! สื่อตีลิเวอร์พูลล็อคเป้าเจอร์ราร์ดแล้วหากคล็อปป์ลาจริง


แฟนบอล ลิเวอร์พูล พอใจไหม? สื่อตีข่าว "หงส์แดง" ล็อกเป้าผู้จัดการทีมคนต่อไว้แล้ว หาก เจอร์เก้น คล็อปป์ อำลาถิ่น แอนฟิลด์ ก่อนหมดสัญญาในปี 2024

     ลิเวอร์พูล วางแผนไว้แล้วว่า จะดึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางกัปตันทีม "หงส์แดง" เข้ามาเป็นกุนซือต่อจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ตามรายงานจาก เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     ก่อนหน้านี้ บิลด์ สื่อเมืองเบียร์ กระพือข่าวว่า คล็อปป์ วัย 53 ปี มีโอกาสสูงที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ เพื่อกลับบ้านเกิดไปรับงานกุนซือทีมชาติเยอรมัน ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้าต่อจาก โยอัคคิม เลิฟ หลังจบฟุตบอลโลก 2022 แม้ยังเหลือสัญญาคุม ลิเวอร์พูล จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ก็ตาม

     คล็อปป์ ทำผลงานไม่ดีให้กับ "หงส์แดง" ในซีซั่นนี้ จนหล่นมาอยู่อันดับ 6 ของตารางแล้ว โดยมี 40 คะแนนจาก 25 นัด ตาม แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูงที่แข่งมากกว่า 1 นัด ถึง 22 แต้ม รวมทั้งยังเป็นรอง แมนฯ ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ เชลซี อีกด้วย

    คล็อปป์ มีแผนการชัดเจนแล้วว่า อนาคตจะกลับมาทำงานที่บ้านเกิดแน่นอน หลังเคยคุม ไมนซ์ 05 และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนมากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล ปี 2015 จนได้แชมป์หลายรายการทั้ง พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสโมสรโลก

     ขณะที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ก็วางแผนรับมือกรณีที่ คล็อปป์ จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ไว้แล้ว โดยกำลังจับตาความก้าวหน้า และผลงานที่ยอดเยี่ยมของ เจอร์ราร์ด ที่เวลานี้ไปคุม เรนเจอร์ส ในลีกสกอตแลนด์

     ในเวลานี้ เจอร์ราร์ด กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และมีโอกาสสูงที่จะพา เรนเจอร์ส กลับมาคว้าแชมป์ สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังทำคะแนนทิ้งห่าง เซลติก แชมป์เก่า ไปแล้วถึง 15 แต้ม และเตะน้อยกว่า 1 นัด แถมยังผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโรปา ลีก ไปแล้วด้วย

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คล็อปป์ตอบชัดซัมเมอร์นี้ยกเครื่องครั้งใหญ่หรือไม่


เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ตอบชัด ในช่วงซัมเมอร์นี้ทีมของตนจะไม่ถึงขั้นต้องยกเครื่องทีมครั้งใหญ่แต่อย่างใด ถึงกระนั้นก็ยอมรับว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย

     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าทีมของตนไม่จำเป็นต้องทำการยกเครื่องครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้แต่อย่างใด

     ซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้สุดยอดจนได้แชมป์ลีกไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แต่ฤดูกาลนี้พวกเขามีผลงานแย่ลงซึ่งหลายคนมองว่ามันเป็นเพราะขุมกำลังของ "หงส์แดง" ไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรจนไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่แข้งตัวหลักหลายรายโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานได้

     คล็อปป์ เผยว่า "ยกเครื่องงั้นเหรอ ? ไม่หรอก จะว่าไปไอ้คำว่ายกเครื่องนี่มันหมายความว่าอะไรน่ะ มันหมายถึงโละไป 10 คนแล้วดึงมา 10 คนใช่ไหม ? ถ้าอย่างนั้นแล้วเราควรจะเปลี่ยนใครในชุด 11 ตัวจริงกันล่ะ ? ผมเข้าใจว่าพวกคุณหมายความว่าอะไร แต่ผมไม่คิดว่านี่เป็นเวลาที่ต้องทำการยกเครื่องครั้งใหญ่ตามแบบที่ผมเข้าใจน่ะนะ แน่นอนมันมีนักเตะ 6-7 คนที่กำลังจะหมดสัญญาจนใกล้ที่จะบอกลาทีม แต่เราไม่ได้คิดที่จะพยายามโละพวกเขาแล้วเอานักะเตะหน้าใหม่ๆ เข้ามา"

     "ขุมกำลังของเราในฤดูกาลนี้ยังไม่มีโอกาสได้เล่นร่วมกันแบบจริงจังเลย ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคิดแบบนั้น แต่ก็แน่นอนว่ามันจะมีการปรับแต่งอะไรนิดหน่อย มันจะมีการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (เพื่อผลดีในระยะสั้น) แต่ในขณะเดียวกันมันก็จะมีการวางแผนสำหรับอนาคตและเรื่องต่างๆ ด้วย ผมไม่มั่นใจว่าเราจะทำอย่างนั้นในช่วงซัมเมอร์นี้ได้รึเปล่า แต่เราจะพยายามทำให้ได้"

กุนโดกันยอมรับแมนยูเคยเจรจาดึงร่วมทัพ


หลังจากที่หลายปีก่อนเคยมีกระแสข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้เขาไปร่วมทัพ อิลคาย กุนโดกัน กองกลาง แมนฯ ซิตี้ ยอมรับตามตรงว่าามันเป็นเรื่องจริง แต่ตอนนั้น "เสือเหลือง" ไม่คิดที่จะขายตนจนทำให้การย้ายทีมไม่เกิดขึ้น

     อิลคาย กุนโดกัน กองกลางตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยพยายามที่จะดึงตนไปร่วมทัพจริงๆ

     กุนโดกัน เคยทำผลงานได้โดดเด่นกับที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ระหว่างปี 2011-2016 จนทำให้ตอนนั้นมีข่าวลือว่ามีหลายทีมที่อยากได้เขาไปเสริมแกร่ง อย่างเช่น แมนฯ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ เป็นต้น ก่อนที่สุดท้าย "เรือใบสีฟ้า" จะตัดสินใจจ่ายเงินราว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) เพื่อดึงเขามาร่วมทัพ และซีซั่นนี้ดาวเตะชาวเยอรมันก็โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษจนถึงขั้นทำไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่นในลีก 19 นัด

     หลังโดน สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษถามว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เคยสนใจที่จะซื้อเขาจริงๆ หรือไม่นั้น แข้งวัย 30 ปีก็ตอบว่า "ก็เป็นเรื่องจริงน่ะนะ มันมีการเจรจากัน ผมคิดว่ามันเกิดขึ้นอย่างน้อยก็ช่วง 2 หรือ 3 ปีก่อนหน้าที่ผมจะมาอยู่กับ ซิตี้ มันเกิดขึ้นในตอนที่ผมยังอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์"

     "ตอนนั้น ชินจิ คางาวะ หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของผมย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และบางคนบอกกับผมว่าพวกเขาเคยบินมาดูฟอร์มของเขาอยู่บ้างก่อนที่จะซื้อเขา ซึ่งตอนนั้นเองที่ฟอร์มของผมไปเข้าตาพวกเขา"

     "แต่การเจรจามันไม่เคยเข้าขั้นคืบหน้าอะไรเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าตอนนั้น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่เต็มใจที่จะขายผม ช่วงนั้นผมยังเหลือสัญญากับทีมอยู่อีกหลายปี ดังนั้นตอนนั้นมันเลยไม่ได้อยู่ในจุดที่จะเกิดการเจรจากับใครได้ จนสุดท้ายการย้ายทีมก็ไม่เกิดขึ้น"

บอร์ดลิเวอร์พูลเตรียมขายหุ้นบริษัทแลกเงินก้อนโต


สปอร์ติโก้ สื่อด้านธุรกิจในแวดวงกีฬา ระบุ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กลุ่มทุนเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล เตรียมขายหุ้นของบริษัทจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ให้ เร้ดเบิร์ด แคปปิตอล โดยมันคิดเป็นเงินได้ 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ก็ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะมีการโอนเงินมาให้ "หงส์แดง" ใช้ช็อปหรือไม่

     เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล เตรียมที่จะขายหุ้นจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทให้กับ เร้ดเบิร์ด แคปปิตอล บริษัทด้านการลงทุน โดยหุ้นจำนวนดังกล่าวคิดเเป็นเงินได้มูลค่า 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 22,500 ล้านบาท) ตามรายงานของ สปอร์ติโก้ สื่อด้านธุรกิจในวงการกีฬา

     ว่ากันว่า เจอร์รี่ คาร์ดินอล ผู้ก่อตั้ง เร้ดเบิร์ด พยายามที่จะซื้อหุ้นของ เอฟเอสจี ให้ได้มาพักหนึ่งแล้ว โดยที่ผ่านมา เอฟเอสจี เป็นบริษัทที่ทำเงินได้ดีในระดับหนึ่งจนส่งผลให้ตอนนี้พวกเขามีมูลค่าถึงมากกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 210,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

     เป็นที่เชื่อกันว่าดีลนี้จะเสร็จสิ้นภายในอีก 6 สัปดาห์ต่อจากนี้ แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เอฟเอสจี จะแบ่งเงินจากการขายหุ้นในครั้งนี้มาให้ ลิเวอร์พูล ใช้สำหรับการเสริมทัพรึเปล่า

เรื่องอะไร?เซซาร์เผยเคยทะเลาะกับมูรินโญ่หนัก


ชูลิโอ เซซาร์ ระบุ ตนเคยมีปากเสียงกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อย่างรุนแรง เพราะตนอยากไปฉลองแชมป์ลีกประจำซีซั่น 2008-09 แต่อีกฝ่ายอยากให้ทุกคนพักผ่อนที่โรงแรมเพื่อเก็บแรงไว้ลงเล่น โดยบอกว่าตนถึงขั้นเคยพูดกับ มูรินโญ่ ว่าเขาจะไม่มีทางได้แชมป์อีกแน่หากไม่ออกไปฉลองแชมป์สักหน่อย

     ชูลิโอ เซซาร์ อดีตยอดผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน เปิดเผยว่าตนเคยทะเลาะกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อย่างรุนแรงในช่วงที่ทั้งคู่อยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เพราะตนต้องการไปฉลองแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ในตอนที่เพิ่งการันตีแชมป์ได้หมาดๆ แต่ มูรินโญ่ ต้องการให้ทุกคนนอนพักเพื่อรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ให้พร้อมสำหรับการลงเล่นนัดต่อไป

     มูรินโญ่ ได้แชมป์ลีกร่วมกับ อินเตอร์ 2 หน ประกอบด้วยฤดูกาล 2008-09 กับ 2009-10 ซึ่งสมัยแรกนั้นทีมของเขาการันตีแชมป์ได้หลังจากที่ เอซี มิลาน แพ้ อูดิเนเซ่ 1-2 โดยตอนนั้น "รอสโซเนรี่" เป็นทีมเดียวที่ยังพอมีลุ้นไล่ อินเตอร์ ได้ทัน แต่พอแพ้แล้วมันก็ทำให้แต้มขาดทันที

     เซซาร์ เผยว่า "มูรินโญ่ อยากให้เราทุกคนพักกันในช่วงก่อนเกมกับ เซียน่า แต่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด! เราเพิ่งได้แชมป์มาหมาดๆ นะ เราไม่เหลือแชมป์รายการอื่นให้ลุ้นแล้วด้วย ผมมารู้ในภายหลังว่า มูรินโญ่ อยากให้เราทำลายสถิติจำนวนนัดที่ชนะต่อ 1 ฤดูกาลของ เซเรีย อา ให้ได้ หรืออะไรประมาณนั้น แน่นอนมันเป็นสถิติที่จะทำให้เขาดูดี แต่ผมโมโหมากๆ ฮ่าๆๆ ตอนนั้นผมบอกกับ (กัปตันทีม อินเตอร์ ในช่วงนั้น ฮาเวียร์) ซาเน็ตติ ไปว่า -เราต้องไปที่ ปิอัซซ่า เราสมควรได้ทำอย่างนั้นนะ-"

     "บังเอิญว่าตอนนั้น มูรินโญ่ เดินผ่านมาพอดี เขาตะโกนใส่ผมว่า -ชูลิโอ เซซาร์ ทำไมแกไม่ไปฉลองเองคนเดียวล่ะวะ ?- ผมเลยตวาดกลับไปว่า -ทุกคนเขาอยากไปฉลองกันทั้งนั้นนั่นแหละ พวกเขาก็แค่ไม่กล้าพูดกับแก แต่ฉันไม่ใช่แบบนั้น"

     "หลังจากนั้น มูรินโญ่ เดินตรงไปที่ห้องพักของเขา ส่วนผมน่ะเดินตามเขาไปติดๆ เพราะผมไม่ยอมรับเรื่องนี้ พอเขาเข้าไปในห้องของเขาผมก็เดินตามเข้าไปด้วย เขาทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงส่วนผมก็บอกกับเขาไปว่า -ฟังนะ ถ้าแกไม่ไปที่ ปิอัซซ่า แล้วล่ะก็ แกก็จะไม่วันได้แชมป์อีกครั้งแน่ๆ- จากนั้นจู่ๆ มูรินโญ่ ก็ลุกขึ้นมาจากเตียงและด่าผมด้วยทุกคำพูดเท่าที่มีในโลกนี้"

     "ผมเองก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่น่ะนะ แต่ผมคิดว่าเขาอาจจะซีเรียสกับคำพูดของผมมากเกินไป ยังไงก็ตาม หลังจากนั้นก็มีรถบัส 2 คันมารับเราไปที่ ปิอัซซ่า เดล ดูโอโม่ ไม่นานหลังจากนั้นเราก็ไปถึงจัตุรัสโดยที่ได้ร้องเพลงและฉลองร่วมกับแฟนๆ ช่วงหนึ่งน่ะผมเมาหนักจนถึงขั้นคว้าคอของ มูรินโญ่ เอาไว้แล้วพูดกับเขาว่า -เนี่ย แกคิดที่จะอยู่ที่โรงแรมจริงๆ เหรอ ?! ดูบรรยากาศพวกนี้สิ! นี่น่ะสำหรับแกเลยนะ!-"

เรื่องที่ไม่ควรพูด?ซลาตันตำหนิเลบรอน


ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกจอมเก๋าของ เอซี มิลาน เปิดอก ไม่ชอบใจที่ เลบรอน เจมส์ นักยัดห่วงซูเปอร์สตาร์ออกมาพูดเรื่องการเมืองบ่อยครั้ง โดยบอกว่าคนที่เก่งด้านไหนก็ควรสนใจเฉพาะเรื่องนั้นเป็นหลัก

     ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนดังของ เอซี มิลาน ยอดสโมสรแห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตำหนิ เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอลคนดังของ ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ว่าทำตัวไม่เหมาะสมที่ออกมาให้ความเห็นเรื่องการเมืองหลายครั้ง

     เลบรอน ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักบาสเกตบอลเบอร์ 1 ของโลกตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาจากการที่เขามีฝีมือที่ยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะเดียวกันเขาก็มักจะพูดเรื่องการเมืองอย่างตรงไปตรงมาอยู่บ่อยๆ อย่างเช่นการตำหนิ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอดเมริกา, การต่อต้านการเหยียดผิว และการตำหนิการกระทำที่รุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น

     อิบราฮิโมวิช เผยว่า "ผมชอบเขามากๆ เลยนะ เขาเป็นคนที่มหัศจรรย์สุดๆ แต่ผมไม่ชอบเลยเวลาที่คนดังออกมาพูดเรื่องการเมือง คุณควรจะสนเฉพาะเรื่องที่ตัวเองถนัด ผมเล่นฟุตบอลเพราะมันเป็นสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด ผมไม่ใช่นักการเมือง ถ้าผมเป็นนักการเมืองแล้วล่ะก็ผมก็คงจะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเมืองไปแล้ว การให้ความเห็นเรื่องการเมืองถือเป็นความผิดพลาดอย่างแรกที่คนดังมักจะทำกันเมื่อพวกเขามีชื่อเสียง สำหรับผมแล้วมันจะเป็นการดีกว่าที่จะหลักเลี่ยงประเด็นแบบนี้และทำในสิ่งที่คุณถนัด ไม่อย่างนั้นมันก็ถือว่าคุณเสี่ยงที่จะทำบางอย่างในทางที่ผิดๆ"

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

แรนส์ชนะขึ้นท็อปไฟว์,นีซเต็มสูบสู้เพื่อหนีห่างโซนท้ายตารางคะแนน


แรนส์ หวังคว้าสามแต้มเพื่อขยับแซงขึ้นไปรั้งที่ 5 เกมเปิดบ้านพบ นีซ ที่ยังคงต้องการมีคะแนนติดเมือเพื่อทำอันดับหนีห่างโซนตกชั้น ในศึกฟุตบอล ลีก เอิง ฝรั่งเศส วันศุกร์ที่ 26 ก.พ. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS Xtra (เวลา : 03.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล ลีก เอิง ฝรั่งเศส
วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564
แรนส์ (8) - นีซ (16)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS Xtra (เวลา : 03.00 น.)

สนาม : รัวซง ปาร์ก

     ฌูเลียง สเตฟ็อง เทรนเนอร์ของ แรนส์ พาทีมทำผลงานช่วงนี้ออกมาได้ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ โดยลงสนามล่าสุด แพ้ มงต์เปลลิเย่ร์ 1-2 ทำให้ไม่ชนะใครมา 6 นัดติดต่อในการลงเล่นทุกรายการและหลุดจากพื้นที่บอลยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     สภาพทีมเวลานี้ สเตฟ็อง จะชวดใช้งาน ดาเมียง ดา ซิลวา กองหลังดาวซัลโวของทีม และ มาร์กแต็ง แตร์กริเย่ร์ ตัวรุกที่บาดเจ็บเพิ่มมาจากเกมล่าสุด ทำให้ แชร์กซิโน่ เอ็นยามซี่ มีสิทธิ์ได้ลงสนามในเกมนี้

     ข่าวดีคือทีมได้ เซห์รู กีราสซี่ สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงในเกมล่าสุดแล้วและคาดว่าจะได้ครองตำแหน่งหน้าเป้าต่อไปโดยมี เกลม็องต์ เกรอนิเย่ร์ คอยสนับสนุนอยู่ทางด้านหลัง ส่วนแข้งแกนหลักรายอื่นอย่าง อามารี่ ตราโอเร่, เฌเรมี่ โดคู, สตีเว่น เอ็นซองซี่, เอดูอาร์โด้ กามาแว็งก้า และ แบ็งฌาแม็ง บูริโกด์ ต่างพร้อมช่วยทีมทั้งนั้น

     อาเดรียน อูร์ซี เทรนเนอร์ของ นีซ พาทีมลงสนามล่าสุด เปิดบ้านพ่ายต่อ เม็ตซ์ 1-2 ทำให้พวกเขาแพ้รวดมา 3 เกมติด

     ความพร้อมของทีมเวลานี้ อูร์ซี จะยังคงอดใช้งาน เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด และ ดันเต้ ที่เดี้ยงยาวอยู่ก่อนหน้านี้ รวมไปถึง โรนี่ โลเปส กองหน้าที่เจ็บแฮมสตริงจนอดช่วยทีมในเกมล่าสุด ต้องพักอย่างน้อยสองสัปดาห์ ส่วนในรายของ แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งมาและยังคงต้องพักฟื้นต่อไป

     การจัดทัพเชื่อว่า อูร์ซี จะยึดผู้เล่นแกนหลักจากนัดล่าสุดลงเล่นในเกมนี้ นำทัพมาโดย วิลเลี่ยม ซาลิบา, ฌอง-แคลร์ โตดิโบ, ปิแอร์ ลีส์ เมลู และ โคลด มอริส โดยมี มีเซียน เมาลิด้า กับ อามิน กูอิรี่ ร่วมส่องประตูกับ แดน เอ็นดอย หอกวัย 20 ปี ที่ลงมาแทนตำแหน่งของ โรนี่ โลเปส


บิลเบาไร้พ่ายมา5เกม,เลบันเต้กำลังคึกหวังคว้าชัยในถิ่นแต่สถิติเป็นรอง


แอธ.บิลเบา ไม่แพ้ใครมา 5 นัดติดต่อกันแล้วเตรียมยกพลบุกถิ่น เลบันเต้ ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง แต่จากสถิติที่พบกันก่อนหน้าเป็น บิลเบา ที่ทำได้ดีกว่า ตามชมได้ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน วันศุกร์ที่ 26 ก.พ. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564
เลบันเต้ (8) - แอธ.บิลเบา (10)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

สนาม : เอสตาดิโอ ซิวดัด เดอ บาเลนเซีย

     ปาโก้ โลเปซ จะพลาดใช้งาน รูเบน เวโซ่ เซนเตอร์ฮาล์ฟโปรตุกีสที่สะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ โดนแบน 1 เกม ขณะที่ เซร์คิโอ ปอสตีโก้ กองหลังอีกรายก็บาดเจ็บ ทำให้เตรียมปรับจากระบบ 3 เซนเตอร์แบ็กมาเล่นแบ็กโฟร์

     ให้ โรเบร์ ปีเอร์ ยืนคู่เซนเตอร์กับ ออสการ์ ดูอาร์เต้, ฆอร์เค่ มิรามอน ลงยืนแบ็กขวา,การ์ลอส เกร็ก รับบทแบ็กซ้าย

     ส่วนแดนกลาง ไม่มี เอร์นีส บาห์ดี้ ที่บาดเจ็บจากนัดล่าสุด ทำให้ มิกาเอล มัลซ่า จะคุมเกมร่วมกับ เนมานย่า วุคเซวิช ริมเส้นฝั่งขวายังเป็น ฆอร์เค่ เด ฟรูโตส ส่วนฝั่งซ้าย รูเบน โรชีน่า พร้อมลงลากเลื้อย

     คู่หน้า โรเคร์ มาร์ตี้ จะกลับมาเป็นตัวจริงร่วมกับ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส ในรายของ กอนซาโล่ เมเลโร่ กับ โฆเซ่ กัมปานญ่า ยังบาดเจ็บ

     มาร์เซลีโน่ การ์เซีย โตรัล จะขาด อูไน นูนเญซ และ มิเกล เบสก้า พ้นโทษแบนกลับมา แต่ก็จะต้องขาดสองมิดฟิลด์คู่กลางอย่าง อูไน โลเปซ กับ ดานี่ การ์เซีย ที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้แดนกลางจะปรับมาใช้ มิเกล เบสก้า คุมจังหวะร่วมกับ อูไน เบนเซดอร์

     ส่วรเกมริมเส้นวาง อเล็กซ์ เบเรนเกร์ อยู่ทางขวา ทางซ้าย งอีเกร์ มูเนียอิน รับสัมปะทาน คู่หน้าตามเดิม ราอูล การ์เซีย ล่าตาข่ายกับ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์

     ในส่วนของแผงแบ็กโฟร์ เยราย อัลบาเรซ ยืนเซนเตอร์กับ อินญิโก้ มาร์ติเนซ ส่วนแบ็กขวาเป็น ออสการ์ เด มาร์กอส, แบ็กซ้าย ยูริ เบร์ชีเช่ ประจำการ

อินเตอร์งานงอก5ทีมงานติดโควิด-19


อินเตอร์ มิลาน งานงอกซะแล้วหลังมีการตรวจพบว่า 4 ผู้บริหาร และ 1 ทีมสตาฟฟ์ทัพ "งูใหญ่" ติดเชื้อไวรัสมรณะ โดยงานนี้ทั้งทีมงานโค้ชและนักเตะต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตราการความปลอดภัยด้านสุขภาพ และรอที่จะเข้ารับการตรวจร่างกาย

     อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สโมสรว่าตอนนี้กำลังจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลัง 4 ผู้บริหารกับ 1 สมาชิกในทีมสตาฟฟ์ของทัพ "เนรัซซูรี่" มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสมรณะ

     สำหรับทีมสตาฟฟ์ 5 รายที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ อเลสซานโดร อันโตเนลล่า และ จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า สองผู้อำนวยการบริหาร, ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬา และ อันเจโล่ คาเปลลินี่ นักกีฬาประจำสโมสร รวมทั้งสมาชิกในทีมสตาฟฟ์เทคนิคอีก 1 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เข้ารับการกักตัวแล้ว

     แถลงการณ์จาก อินเตอร์ มิลาน ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งจ่าฝูงลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนี และมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2009/10 ระบุว่า "ทีมสตาฟฟ์โค้ชทุกคน และนักเตะในทีมต้องทำการกักตัวตามมาตรการป้องกันเรื่องสุขภาพ"

ซูเปอร์คอมทำลายลิเวอร์พูลหลุดท็อปโฟร์


ลิเวอร์พูล คงต้องอกสั่นขวัญหายอีกครั้งเมื่อซูเปอร์คอมทำการทำนายอันดับหลังจบฤดูกาลนี้ โดย "เดอะ เร้ดส์" จบในอันดับ 5 และทำให้พวกเขาต้องหล่นไปเล่นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ขณะที่แชมป์เป็นของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้

     แฟนบอลลิเวอร์พูล คงไม่ปลื้มเมื่อมีการคาดการณ์ว่า "หงส์แดง" หลุดตำแหน่งท็อปโฟร์ ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาล 2020/2021 จากการคำนวยของซูเปอร์คอม

     สถานการณ์ในปัจจุบันของ "เดอะ เร้ดส์" ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อพวกเขารั้งอันดับ 6 โดยแพ้ในเกมลีก 4 แมตช์ติดต่อกัน พร้อมกับเสียไปถึง 10 ประตู โดยในเวลานี้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" ถึง 19 คะแนน และเป็นรอง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 อยู่ 5 แต้ม

     จากการคำนวนของซูเปอร์คอมระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ จะจบฤดูกาลในอันดับ 5 ส่งผลให้พวกเขาต้องไปเล่นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นหน้า หากพวกเขาไม่สามารถที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ได้

     ขณะที่ทีมอันดับ 4 คาดว่าน่าจะเป็น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียนแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด โดยในเวลานี้ทีมยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นตลอด 8 เกมในทุกรายการ

     ส่วนแชมป์ยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทำผลงานสุดน่าเหลือเชื่อด้วยการเก็บชัยชนะ 19 แมตช์ติดต่อกันในทุกรายการ ที่สำคัญ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีลุ้นแชมป์อีก 3 รายการได้แก่ เอฟเอ คัพ (รอบ 8 ทีมสุดท้าย), คาราบาว คัพ (รอบชิงชนะเลิศ) และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย)

     ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าซีซั่นที่ผ่านมา โดยพวกเขาจะจบอันดับ 2 ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าอันดับ 3 ส่งผลให้พวกเขาได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปอีกครั้ง ขณะที่ เวสต์แฮม ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 4 แต่สุดท้ายจะจบในอันดับ 6 โดยเหนือกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เอฟเวอร์ตัน และ แอสตัน วิลล่า

     สำหรับสโมสรที่ต้องโบกมือลาลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ก็หนีไม่พ้นจากที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้ตั้งแต่แรก นั่นก็คือ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่จะได้อันดับบ๊วยในตารางลีก


ป๋าเผยเหตุสตั๊ดบินทำเบ็คส์วิ่งปรี่เอาเรื่อง


เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ตำนานผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยถึงเหตุการณ์สตั๊ดเหินหาวจนทำให้ เดวิด เบ็คแฮม คิ้วแตก และกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจโบกมือลา "ผีแดง" ทีมรัก เพื่อไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด

     เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยช่วงเวลาที่ตนกับ เดวิด เบ็คแฮม ทะเลาะกันอย่างรุนแรงในห้องแต่งตัว โดยตอนนั้น "หนุ่มเบ็คส์" พยายามวิ่งปรี่จะเข้ามาเอาเรื่องตนเลยทีเดียว

     ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ ปลุกปั้นกลุ่มเด็กดาวรุ่งในชื่อ "คลาส ออฟ 92" จนประสบความสำเร็จมากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ เบ็คแฮม ซึ่งเป็นนักเตะที่โดดเด่นทั้งในและนอกสนาม จนทำให้บางครั้งเขามักจะทำตัวไม่เหมาะสม

     ย้อนไปเมื่อปี 2003 เบ็คแฮม มีข่าวว่าได้รับความสนใจจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยยอดทีมแห่งถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้องการนำ "หนุ่มเบ็คส์" มาร่วมทัพ โดยในเวลานั้น "ท่านเซอร์" ไม่พอใจอย่างมาก เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของ ดาวเตะจอมปั่นฟรีคิกชาวอังกฤษ และทำให้ทีมต้องแพ้ อาร์เซน่อล 0-2 ในศึกเอฟเอ คัพ

     เหตุการณ์ตึงเครื่องระหว่างทั้งสองคนยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อมีข่าวว่า เฟอร์กูสัน เตะรองเท้าสตั๊ดใส่หน้า เบ็คแฮม จนคิ้วแตก และนั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายระหว่างพวกเขา เพราะจากนั้นไม่นานนักเตะก็ย้ายไปอยู่กับทัพ "โลส บลังโกส"

     "เซอร์เฟอร์กี้" ย้อนอดีตเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัวของ "ผีแดง" ผ่านหนังสืออัตชีวิประวัติของเขาว่า "ในซีซั่นสุดท้ายของเขากับเรา เรารู้ว่าความทุ่มเทของ เดวิด ลงลด และเราได้ยินข่าวลือมากมายระหว่าง เรอัล มาดริด กับ เดวิด"

     "ปัญหาสำคัญก็คือเขาเริ่มขาดความเคารพ เขาอยู่ห่างจากผม 12 ฟุต โดยระหว่างเรามีรองเท้าขวางอยู่ เดวิดสบถคำหยาบออกมา ผมก็เลยขยับตัวไปหาเขา และพอได้ระยะผมก็เตะรองเท้าสตั๊ดใส่เขา รองเท้ามันพุ่งใส่ที่บริเวิณเหนือตาของเขา"

     "แน่นอนว่าเขาตรงปรี่เข้ามาหาผม และมีนักเตะหลายคนห้ามเขาเอาไว้ ในวันต่อมาเรื่องราวพวกนี้ก็ปรากฎในหนังสือพิมพ์ สื่อบางรายบอกว่านี้คือบทลงโทษที่เลวร้ายด้วยรองเท้าสตั๊ด หลังจากนั้นผมก็บอกกับบอร์ดบริหารว่า เดวิด คงต้องไป"

     "บอร์ดบริหารที่รู้จักผมรู้ถึงความหมายที่ผมได้ส่งออกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มคิดว่าเขาใหญ่กว่าผู้จัดการทีม เขาจะต้องย้ายออกไป" บรมกุนซือเลือดวิสกี้ ผู้นำ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย ระบุ

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"มูรินโญ่" ชมอัลลีฟอร์มแจ่มเกมสเปอร์สยำโวล์ฟสแบร์เกอร์


โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ระบุ เดเล่ อัลลี มิดฟิลด์เลือดผู้ดี เล่นได้น่าประทับใจในเกมเปิดบ้านถลุง โวล์ฟสแบร์เกอร์ 4-0 พร้อมย้่ำยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทัพ "ไก่เดือยทอง"

      โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวชื่นชม เดเล่ อัลลี กองกลางดาวดังชาวอังกฤษว่า เล่นได้ดีมากๆ ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" เปิดบ้านถล่ม โวล์ฟสแบร์เกอร์ สโมสรดังจากออสเตรีย 4-0 เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     อัลลี จักรยานอากาศทำประตูสุดสวยให้ สเปอร์ส ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 10 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นก็มาได้อีกสามประตูจาก คาร์ลอส วินิซิอุส นาทีที่ 50, แกเร็ธ เบล นาทีที่ 73 และ วินิซิอุส อีกลูกในนาทีที่ 83 ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์รวมสองนัด 8-1

     "เรื่องประตูที่เขาทำได้ ผมไม่อยากจะพูดถึง เพราะทุกคนทั่วโลกคงได้เห็นกันแล้ว" ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสวัย 58 ปี เปิดใจหลังเกม "สำหรับผมแล้ว นอกเหนือจากประตูที่เขาทำได้ วันนี้เขาเล่นได้ดีมาก คุณเห็นว่า เขาไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ที่เราต้องลงเล่นทุกๆ สามวัน เขามีความสำคัญมาก เช่นเดียวกับ (แฮร์รี่) วิงส์ และ (มุสซ่า) ซิสโซโก้ เราต้องการพวกเขาทั้งหมด"

      สำหรับฤดูกาลนี้ อัลลี ซึ่งมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างหนักในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพิ่งลงเล่นให้ สเปอร์ส รวมทุกรายการ 17 นัด ทำได้ 3 ประตู

"เป๊ป" ชี้แมนซิตี้ต้องยกระดับความคมแม้สอยนิ่มกลัดบัค


เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ "เรือใบสีฟ้า" ต้องจบสกอร์ให้คมกว่านี้ แม้บุกสอย โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แบบสบายๆ 2-0 พร้อมระบุทีมตนไม่ใช่เต็งหนึ่งซิวถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า ทีมตนจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องความเด็ดขาดในการจบสกอร์ ถึงแม้เป็นฝ่ายได้ชัยชนะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่บุกไปพิชิต โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-0 เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูจาก แบร์นาโด้ ซิลวา นาทีที่ 29 และ กาเบรียล เชซุส นาทีที่ 65 ทำให้พวกเขาถือความได้เปรียบมหาศาล ก่อนกลับมาเตะเกมเลกสองในรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม วันอังคารที่ 16 มีนาคม กระนั้น กวาร์ดิโอล่า ยังไม่ค่อยพอใจกับการจบสกอร์ของทีม

     "โดยรวมถือเป็นเกมที่ดี เราคอนโทรลเกมได้ แต่น่าเสียดายที่เราไม่นิ่งพอยามอยู่หน้าประตูคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู ซึ่งจุดนี้เราจำเป็นต้องปรับปรุง เกมเลกแรกมันเป็นอะไรที่ยากอยู่แล้ว ดังนั้นเกมรุกจำเป็นต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ คุณจำเป็นต้องเล่นให้สมบูรณ์แบบ เพื่อที่จะเข้ารอบต่อไป" ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 50 ปี เปิดใจหลังเกม

      พร้อมกันนั้น กวาร์ดิโอล่า ได้ยกให้ทีมแชมป์เก่าอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสมากกว่า แมนฯ ซิตี้ ในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ "เมื่อผมได้ดูการเล่นของ บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวาน (บุกต้อน ลาซิโอ 4-1) ผมไม่คิดแบบนั้นนะ (เรื่องที่ แมนฯ ซิตี้ ถูกยกเป็นเต็งแชมป์) แต่ถ้าผู้คนอยากจะบอกว่าเราเป็นทีมเต็ง เราก็พร้อมรับ"

เปแอสเชยื่นข้อเสนอทาบอลาบาแล้ว


สกาย เยอรมนี สื่อกีฬาของเมืองเบียร์ ระบุ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยื่นข้อเสนอทาบทาม ดาวิด อลาบา แล้ว แต่ เรอัล มาดริด ก็ยังเป็นเป้าหมายเบอร์ 1 ในใจของ อลาบา อยู่

     ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ยื่นข้อเสนอให้ ดาวิด อลาบา แนวรับ บาเยิร์น มิวนิค พิจารณาแล้ว ตามรายงานของ สกาย เยอรมนี สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศเยอรมนี

     อลาบา ประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะบอกลา บาเยิร์น แบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้ ภายหลังอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2008 โดยเขายังไม่ได้บอกว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหนต่อ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า เรอัล มาดริด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เขาไปร่วมก๊วนเพราะเจ้าตัวอยากย้ายไปอยู่กับที่นั่นเอง

     ทั้งนี้ สกาย เยอรมนี เสริมว่า นาาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธาน ปารีสฯ ถึงขั้นเปิดการเจรจากับ อลาบา เพื่อที่จะโน้มน้าวใจแข้งวัย 28 แล้วด้วย แต่ดาวเตะทีมชาติออสเตรียก็ยังอยากย้ายไปอยู่กับ เรอัล มากที่สุดอยู่

มาเน่รับสภาพลิเวอร์พูลหมดลุ้นป้องกันแชมป์


ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล ก้มหน้ารับ ทีมของตนหมดลุ้นแชมป์ลีกในซีซั่นนี้แล้ว ส่วนเป้าหมายหลักในตอนนี้คือการเป็นท็อปโฟร์และคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาเชยชมให้ได้

     ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล กล่าวว่า "หงส์แดง" หมดลุ้นที่จะป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้ว หลังจากที่ปัจจุบันตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นจ่าฝูงถึง 19 แต้ม

     ก่อนที่ซีซั่นนี้จะเปิดฉากนั้นหลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล จะขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กับ แมนฯ ซิตี้ ได้อย่างสูสี หลังจากฤดูกาลก่อนทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เล่นได้สุดยอดจนคว้าแชมป์ลีกไปครองได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แต่กลับกลายเป็นว่าช่วงที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้แย่จนปัจจุบันอยู่ในอันดับ 6 ของตารางคะแนนเลย

     มาเน่ เผยว่า "เป้าหมายตั้งแต่แรกของเราคือการคว้าทั้งแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก และฟุตบอลถ้วมาครองให้ได้ แต่ตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มันหมดหวังแล้ว มันยากเกินไป แน่นอนว่าในหัวของเราน่ะมันมีความเชื่อมั่นในตัวเองอยู่เสมอ เราคิดอยู่เสมอว่า -ไม่เคยยอมแพ้- และเราก็ไม่เคยยอมแพ้จริงๆ แต่แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ (ซิตี้) เป็นทีมที่ดีและกำลังทำผลงานได้ร้อนแรง"

     "เป้าหมายหลักของเราในตอนนี้คือการเป็นท็อปโฟร์ให้ได้ แต่การคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองให้ได้ก็เป็นเป้าหมายหลักของเราเช่นกัน เรารู้ดีว่ามันจะไม่ใช่งานง่ายเพราะเราต้องเอาชนะบรรดาทีมชั้นยอดในทวีปยุโรปให้ได้หากหวังที่จะเป็นแชมป์ แต่เราก็มาที่นี่เพื่อที่จะโค่นทีมเหล่านั้นอยู่แล้ว ดังนั้นมาลองพยายามคว้าแชมป์มาครองให้ได้กันดีกว่า"

อังเคลินโญ่จวกเป๊ปทำตนหมดความมั่นใจ


อังเคลินโญ่ ฟูลแบ็ก แอร์เบ ไลป์ซิก เฉ่ง โจเซป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ แมนฯ ซิตี้ ว่าทำให้ตนหมดความมั่นใจในตอนที่ดองตน ต่างกับ ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ กุนซืป ไลป์ซิก ที่เชื่อมั่นในตัวตนตั้งแต่แรก

     อังเคลินโญ่ แบ็กซ้ายคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรชั้นนำของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ตำหนิ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าเคยทำให้ตนไม่เหลือความมั่นใจในการเล่นจากการที่ไม่ให้โอกาสตนลงสนามมากนัก

     อังเคลินโญ่ เคยอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ระดับอะคาเดมี่ ก่อนที่จะโดนปล่อยไปให้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในปี 2018 ซึ่งหลังจากเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับที่ฮอลแลนด์แล้วนั้น แมนฯ ซิตี้ ก็ตัดสินใจดึงเขากลับมาร่วมทัพในปี 2019 ทันที แต่ กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่ได้ให้โอกาสเขาลงเล่นมากมายอะไรจนซีซั่นนี้ "เรือใบสีฟ้า" ปล่อยเขาให้ ไลป์ซิก ยืมตัวไปใช้งาน และดาวเตะชาวสแปนิชก็โชว์ฟอร์มได้สุดยอดกับที่นั่นด้วยการทำ 4 ประตูกับ 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 21 นัด จนทำให้ล่าสุด ไลป์ซิก ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดเขาเป็นที่เรียบร้อย

     แข้งวัย 24 ปี เผยว่า "เป๊ป ฆ่าผมทั้งเป็น เขาทำให้ผมหมดความมั่นใจในตัวเอง หลังจากที่ผมย้ายจาก ไอนด์โฮเฟ่น กลับไปอยู่กับ ซิตี้ น่ะ เขาก็ตัดสินผมจากผลงานในเกมปรี-ซีซั่นเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ให้โอกาสผมแบบจริงจังอีกเลย ดังนั้นผมเลยดีใจมากๆ ที่ได้ย้ายมาอยู่กับ ไลป์ซิก และตอนนี้ผมก็เป็นส่วนสำคัญของทีมแล้ว"

     อังเคลินโญ่ เสริมว่า ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ เทรนเนอร์ ไลป์ซิก แตกต่างกับ กวาร์ดิโอล่า อย่างมาก เพราะกุนซือชาวเยอรมันเชื่อมั่นในตัวตนตั้งแต่แรกเลย โดยพอโดนถามว่าอะไรเป็นความแตกต่างระหว่าง กวาร์ดิโอล่า กับ นาเกิลส์มันน์ แล้วนั้น เขาก็ตอบว่า "คนหนึ่งทำให้ผมมีความมั่นใจและให้ผมได้เล่น ส่วนอีกคนไม่ได้ทำอย่างนั้น ที่ ไลป์ซิก น่ะ ผมสัมผัสได้ว่าได้รับความเชื่อใจตั้งแต่วันแรกเลย สโมสรกับโค้ชช่วยผลักดันผมอย่างเต็มที่ ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้เล่นอย่างต่อเนื่องที่ ไลป์ซิก"

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

หวัง "วินิซิอุส" ตะบันใส่อตาลันต้าศึก ชปล.


"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แข้งตัวหลักเจ็บเพียบจนต้องดึงดาวรุ่งจากทีมเยาวชนถึง 5 คนร่วมทีม โดยแผงหน้ามี วินิซิอุส จูเนียร์ คือความหวังปิดสกอร์คว้าชัยเกมพบ อตาลันต้า ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก) วันพุธที่ 24 ก.พ. ศกนี้ (เวลา : 03.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก)
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 (เวลา : 03.00 น.)
อตาลันต้า (อิตาลี) - เรอัล มาดริด (สเปน)

สนาม : เกวิสส์ สเตเดี้ยม

     จาน ปิเอโร่ กาสเปโรนี่ เทรนเนอร์อตาลันต้า พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ดี ก่อนถล่มนาโปลี 4-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 เกมติด

     ความพร้อมเกมนี้ กาสเปโรนี่ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขาดแค่ฮันส์ ฮาเตบัวร์ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว ส่วนโยอาคิม เมห์เล่ กองหลังเดนส์ตัวใหม่ ก็พร้อมประเดิมในเกมยุโรป หลังลงทะเบียนเรียบร้อย

     ส่วนแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นราฟาเอล โตลอย กองหลังกัปตันทีม, มาร์เท่น เดอ รอน, เรโม ฟรอยเลอร์, โรบิน โกเซนส์ รวมไปถึงคู่หัวหอกโคลอมเบียนดูซาน ซาปาต้า และ หลุยส์ มูเรียล ต่างพร้อมบู๊เหมือนเดิม

     แต่ในรายของคริสเตียน โรเมโร่ และ เบรัต ฌิมซิติ 2 แนวรับ ต้องเล่นแบบระมัดระวังตัวสุดๆ เพราะถ้าโดนใบเหลืองเพิ่มก็จะติดโทษแบนนัด 2 ทันที

     ซีเนอดีน ซีดาน นายใหญ่เรอัล มาดริด พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม บี ก่อนเบียดชนะเรอัล บายาโดลิด 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด

     ความพร้อมเกมนี้ ซีดานไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม เพราะแค่พวกที่ยังเดี้ยงอยู่ก่อน ก็ทำเอาปวดกระโหลกมากพออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคาริม เบนเซม่า, อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า, เอแดร์ มิลิเตา, โรดรีโก้, ดานี่ การ์บาฆัล, เซร์คิโอ รามอส, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้, เอแด็น อาซาร์ และ มาร์เซโล่

     ทำให้เทรนเนอร์ฝรั่งเศสต้องดึง มิเกล กูเตียร์เรซ, บิคตอร์ ชุสต์, เซร์คิโอ อาร์ริบาส, อันโตนิโอ บลังโก้ และ อูโก้ ดูโร่ 5 แข้งจากทีมเยาวชนร่วมบินมาแดนมะกะโรนีด้วย

     ส่วน กาเซมิโร่ มิดฟิลด์คนสำคัญ ก็ติดคาดโทษอยู่ หากโดนจดชื่อเพิ่มก็จะหมดสิทธิ์ช่วยทีมในนัด 2 ทันที แต่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ เช่น ติโบต์ กูร์กตัวส์, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช และ มาร์โก อเซนซิโอ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

บาร์ซ่ากู้หน้า "เมสซี่" บัญชาทัพต้อนรับเอลเช่


บาร์เซโลน่า ของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน ฟอร์มตกไร้ชัย 2 เกมติดต่อกันทุกรายการหล่นมาอยู่อันดับ 4 โดยเกมนี้วาง ลิโอเนล เมสซี่ บัญชาทัพเช่นเคย ทางด้าน เอลเช่ ทีมอันดับ 18 ต้องดิ้นรนหนีโซนแดงส่ง เอมิเลียโน่ ริโกนี่ ล่าสกอร์สู้ ในศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน คืนวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564

ปรีวิวฟุตบอล ลาลีกา สเปน
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564
บาร์เซโลน่า (4) - เอลเช่ (18)
เวลา : 01.00 น.

สนาม : คัมป์ นู

     บาร์เซโลน่า ของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน ไร้ชัย 2 เกมติดต่อกันทุกรายการ โดยแพ้ เปแอสเช คาบ้าน 1-4 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์ ต่อด้วยโดน กาดิซ ไล่ตีเสมอถึงถิ่น 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

     สำหรับความพร้อมล่าสุด คูมัน น่าจะปรับทัพหลายตำแหน่ง แผงหลังวาง เคราร์ด ปีเก้ จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ ซามูแอล อุมติตี้ ทำให้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ที่พลาดทำเสียจุดโทษเกมที่แล้วตกไปเป็นตัวสำรอง ส่วนแบ็กขวา-ซ้าย ก็เปลี่ยนยกคู่โดยใช้ ออสการ์ มินเกซ่า กับ จูเนียร์ ฟีร์โป้ ออกสตาร์ทบ้าง

     แดนกลางยังคงวาง เซร์คิโอ บุสก็ตส์ เป็นตัวเชื่อมเกมเหมือนเดิม และส่ง ริกี ปุช กับ มิราเลม ปานิช ลงมาช่วยประสานงาน ส่วนแผงหน้าสามประสาน ฟรานซิสโก้ ตรินเกา จะได้โอกาสลงแทน อองตวน กรีซมันน์ ที่ฟอร์มตกในช่วงหลัง โดยจะลงเล่นร่วมกับ อุสมาน เดมเบเล่ และ ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมคนเก่ง

     ในราย โรนัลด์ อาเราโอ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อันซู ฟาติ และ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ยังมีปัญหาบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนามเหมือนเดิม

     ฮอร์เค่ อัลมิรอน กุนซือเอลเช่ พาทีมปลดล็อกคว้าชัยหนแรกในรอบ 7 นัดได้แล้วหลังเปิดบ้านเชือด เออิบาร์ 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     อย่างไรก็ตาม อัลมีร่อน จะไม่มี อีบัน มาร์โกเน่ ที่สะสมใบเหลืองครบ 5 ใบทำให้ถูกแบนในเกมนี้ และจะเป็นโอกาสของ โอเมอนูเก้ เอ็มฟูลู ลงมาเล่นคู่กับ ราอูล กูตี ในแดนกลาง

     ในแนวรับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กยังคงเป็น กอนซาโล่ เบร์ดู จับคู่กับ ดานี่ คัลโบ เหมือนเดิม และหน้าคู่ใช้บริการแข้งอาร์เจนไตน์ ลูกัส โบเย่ จับคู่ล่าตาข่ายกับ กีโด้ การ์รีโย่

แมนซิตี้ลุ้นเฮ19นัดติด!จัดหนักใช้ "โฟเด้น-สเตอร์ลิง" ยิงกลัคบัคศึก ชปล.


"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ที่ฟอร์มสุดต้านทานลุ้นคว้าชัย 19 นัดติดต่อกันจากทุกรายการเตรียมส่ง ฟิล โฟเด้น กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ผนึกแผงหน้าล่าชัยเกมพบ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก) วันพุธที่ 24 ก.พ. ศกนี้ (เวลา : 03.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก)
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 (เวลา : 03.00 น.)
โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมัน) - แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ)

สนาม : ปุสกัส อารีน่า, บูดาเปสต์ (สนามกลาง)

     มาร์โก โรเซ่ เทรนเนอร์กลัดบัค พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม บี ก่อนแพ้ไมน์ซ 1-2 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 3 เกมแล้ว

     ความพร้อมเกมนี้ โรเซ่ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขาดแค่มามาดู ดูกูเร่, ฟามาน่า กีเซร่า และ โจเซฟ สคอลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว แต่ข่าวดีคือมาร์คุส ตูราม และ เดนิส ซากาเรีย หายเจ็บกลับมาเป็นสำรองได้แล้ว

     ส่วนแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม นำโดยสเตฟาน ไลเนอร์, มัทธีอัส กินเตอร์, นิโก้ เอลเวดี้, คริสโตฟ คราเมอร์, โฟลเรียน นอยเฮ้าส์, โยนาส โฮฟมันน์, อลาสซาน ปเลอา และ ลาร์ส สตินเดิ้ล แนวรุกกัปตันทีม

     โดยในรายของไลเนอร์ และ สตินเดิ้ล ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะโดนคาดโทษอยู่ หากโดนจดชื่อเพิ่มก็จะติดโทษแบนในนัด 2 ทันที

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แมนฯ ซิตี้ พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ซี ก่อนเบียดชนะอาร์เซน่อล 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 18 นัดติดรวมทุกรายการ

     ความพร้อมเกมนี้ "น้าเป๊ป" ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ในรายของเควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ตัวเก่งที่ฟิตกลับมาลงตัวจริงในเกมล่าสุดแล้วทำผลงานได้ดีก็จะได้ทำหน้าที่ต่อไป

     การจัดทัพอาจมีปรับบ้างเล็กน้อย บางรายที่เป็นสำรองในเกมล่าสุดอย่างไคล์ วอล์คเกอร์, โรดรี เอร์นานเดซ, ฟิล โฟเด้น และ กาเบรียล เชซุส ก็น่าจะได้สลับมาเป็นตัวจริงตามปกติ

    ส่วนแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูเบน ดิอ๊าส, ชูเอา กานเซโล่, ฟิล โฟเด้น, กาเบรียล เชซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

เลวานดอฟสกี้แซงราอูลขึ้นที่3ดาวยิงสูงสุดชปล.


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดหัวหอก บาเยิร์น มิวนิค ขึ้นรั้งอันดับสาม ในชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดลอดกาล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เรียบร้อย แต่ยังห่างจากสองอันดับแรกไกลลิบ

     โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าคนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค แซง ราอูล กอนซาเลซ ตำนานหัวหอก เรอัล มาดริด ขึ้นมารั้งอันดับสาม ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เพียงผู้เดียว ที่จำนวน 72 ประตู หลังกด 1 ตุง ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ทัพ "เสือใต้" บุกไปถล่ม ลาซิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

     เดิมที เลวานดอฟสกี้ ครองอันดับสามร่วมกับ ราอูล ที่จำนวน 71 ประตู แต่ 1 ประตูจากเกมล่าสุด ทำให้เจ้าตัวรั้งที่สามแบบเดี่ยวๆ เรียบร้อย ตามหลังแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ ยูเวนตุส (134 ประตู) และ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ บาร์เซโลน่า (119 ประตู) เท่านั้น

     สำหรับ 72 ประตูของ ยอดดาวยิงทีมชาติโปแลนด์วัย 32 ปี มาจากการลงเล่น 95 นัด ซึ่งแบ่งเป็น 55 ประตู จากการลงเล่น 67 นัด กับ บาเยิร์น และ 17 ประตู จาก 28 นัด สมัยอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ซีดานลั่นเรอัลมาดริดหวังบุกโค่นอตาลันต้า


ทีมพิการไม่ใช่ปัญหา... ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ประกาศชัด ชัยชนะเท่านั้นที่ต้องการ สำหรับเกมบุกไปเยือน อตาลันต้า วันพุธนี้ พร้อมอวยคู่แข่งเป็นทีมที่อันตรายสุดๆ โดยเฉพาะเกมรุก

     ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชคนดังของ เรอัล มาดริด ยืนยันว่า ทีมตนแม้ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายราย แต่ยังคงมีเป้าหมายอยู่ที่ชัยชนะ สำหรับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ที่ทัพ "ราชันชุดขาว" มีคิวบุกไปเยือน อตาลันต้า สโมสรแกร่งในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์นี้

     เรอัล มาดริด บุกไปเยือนแบร์กาโม่ โดยที่ปราศจากผู้เล่นทีมชุดใหญ่ถึง 9 ราย ซึ่งก็รวมถึง เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม และ คาริม เบนเซม่า หัวหอกตัวเก่งชาวฝรั่งเศส กระนั้น ซีดาน ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของขุมกำลังนักเตะที่มีอยู่

     "นักเตะทุกคนในทีมล้วนมีความสำคัญ เรารู้จุดแข็งของทีมเราเป็นอย่างดี และเราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เราเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ด้วยกลุ่มนักเตะที่เรามี และจะลงไปแข้งด้วยทัศนคติแบบเดิมๆ ของเรา ผมไม่พอใจกับแค่ผลเสมอ เราจะเล่นเพื่อชัยชนะ" ตำนานแข้งทีมชาติฝรั่งเศสวัย 48 ปี กล่าว

     พร้อมกันนั้น "ซิซู" ได้กล่าวยกย่อง อตาลันต้า ว่า เป็นทีมที่เล่นเกมรุกน่ากลัว "เราไม่ได้รู้จักคู่แข่งมากมายอะไรนัก เราต้องเล่นฟุตบอลตามแบบฉบับของเรา และต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของ อตาลันต้า ด้วย พวกเขาเป็นทีมที่เน้นเกมรุก เหมือนกับ อาแจ็กซ์ เมื่อสองปีก่อน พวกเขามีนักเตะเก่งๆ หลายคน และผมก็คิดว่า วันพรุ่งนี้จะมีเกมฟุตบอลที่สวยงาม"